back

ภัยแล้งซ้ำชาวนาเชียงราย ฝนทิ้งช่วงนาน 2 เดือน ข้าวแห้งตาย ต้นทุนพุ่ง คาดผลผลิตหายราว 30%

11 ต.ค. 2569 13:21 View: 206
author profile image
Yuthaprom Somjai
เชียงราย – เกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเผชิญภัยแล้งรุนแรงในช่วงที่ข้าวกำลังตั้งท้อง หลังฝนทิ้งช่วงยาวนานราว 2 เดือน ต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันสูบน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่บางแปลงข้าวแห้งตาย และยังไม่ทราบราคารับซื้อข้าวในฤดูกาลนี้ นายสมพร ทรินทร์ ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชนข้าวปลอดสารพิษตำบลแม่อ้อ อำเภอพาน จ.เชียงราย ซึ่งทำนาปลูกข้าวพันธุ์ กข15 (ตระกูลหอมมะลิ) เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ เปิดเผยว่า ปกติช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมจะมีฝนตกทุกปี แต่ปีนี้แม้มีข่าวว่าจะมีพายุลูกใหญ่ พื้นที่กลับไม่ได้รับฝน ทำให้เกษตรกรในตำบลแม่อ้อเดือดร้อนและเสียหายหลายราย พื้นที่ริมแหล่งน้ำมีเครื่องสูบน้ำตั้งเรียงรายทุกราย ส่วนผู้ที่อยู่ไกลแหล่งน้ำต้องต่อสายยางหรือจ้างรถแม็คโครขุดวางท่อ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนเพิ่ม "เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมพร้อมไว้ เพราะมั่นใจว่าจะไม่แล้งขนาดนี้ ไม่ได้ขุดสระหรือมีแหล่งน้ำต้นทุนเตรียมไว้ เพราะไม่เคยเจอภัยแล้งแบบปีนี้มานานแล้ว" นาย สมพร ท่าริน กล่าว ข้าวนาหว่านตายทั้งแปลง ข้าวลีบกระทบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ จากการลงพื้นที่พบใบข้าวแห้งแกร็นในหลายแปลง โดยเฉพาะนาหว่านที่เกษตรกรไม่มีสระหรือบ่อสำรองน้ำ ซึ่งเสียหายหนักจนไม่รอดแล้ว ส่วนแปลงที่มีสระพอประคองได้ แต่ผลผลิตก็ไม่เต็มเมล็ด เพราะน้ำเลี้ยงได้เพียงบางส่วน ภัยแล้งส่งผลต่อคุณภาพ “100%” เมล็ดที่ไม่สมบูรณ์จะถูกเป่าทิ้งในขั้นตอนคัดเมล็ดพันธุ์ เหลือเฉพาะเมล็ดที่สมบูรณ์ ส่วนข้าวลีบที่มีแป้งเพียง 20-30% พอใช้เป็นอาหารไก่ได้ แต่ไม่สามารถเก็บไว้บริโภคหรือนำไปขายได้ สำหรับแปลงที่เช่าทำนา เกษตรกรต้องต่อสายยางสูบน้ำจากสระที่เตรียมไว้ ซึ่งเป็นสระเล็กและน้ำไม่พอ เมื่อสูบน้ำต่อเนื่องมา 3 วัน นายสมพร ทรินทร์ กล่าวว่า "ถ้าไม่สูบไม่ได้ ก็จะแห้งตาย" และต้องคอยเปลี่ยนจุดปล่อยน้ำและดูแลระดับน้ำอย่างใกล้ชิด "แล้วก็หวังว่าฝนจะตก เป็นความหวังครับ" ค่าน้ำมันวันละกว่า 600 บาท ต้นทุนพุ่ง จ่ายเงินสดทั้งหมด นายสมชาย นันต๊ะ อายุ 54 ปี ซึ่งทำนาร่วมกับน้องชาย เล่าว่า ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง เสียค่าน้ำมันวันละประมาณ 600 บาทเศษ ขณะที่ต้นทุนรวมของฤดูกาลนี้เกือบ 100,000 บาทแล้ว เฉพาะค่ายาเกือบ 40,000 บาท ยังไม่นับค่าไถ ค่าปั่น ที่ตกไร่ละราว 1,000 บาท นายสมชายกล่าวว่า ค่าน้ำมัน ค่ายา ค่าปุ๋ย ซื้อเชื่อไม่ได้ ปั๊มน้ำมันไม่ให้ติดหนี้ ต้องควักเงินสดจ่ายทันที เพราะเป็นช่วงสุดท้ายก่อนเก็บเกี่ยว การสูบน้ำช่วยได้ราว 80% แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะข้าวจะเหี่ยวตาย "ปีนี้ขาดทุนหนักมาก ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนในรอบหลายปี ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร" นายสมชายกล่าว คาดผลผลิตหาย 30% ราคายังไม่ชัด ข้าว กข15 ของนายสมชายกำลังจะออกรวง และคาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณวันที่ 2 พฤศจิกายน ส่วนข้าวเหนียวจะเริ่มเก็บเกี่ยวประมาณวันที่ 15 พฤศจิกายน เขาคาดว่าผลผลิตจะไม่ได้ตามเป้า หายไปประมาณ 30% เพราะข้าวได้น้ำไม่เต็มที่ เมล็ดไม่สมบูรณ์ ด้านราคา ปีที่แล้วข้าว กข15 อยู่ที่ประมาณ 10-12 บาทเต็มที่ ส่วนราคาปีนี้ยังไม่ทราบ และคาดว่าจะชัดเจนในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ราคาขึ้นอยู่กับโรงสีและความชื้น และเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว แม้ราคาตกเหลือ 9-10 บาท เกษตรกรก็ต้องขาย เพราะชะลอไว้ไม่ได้ ข้าวจะแห้งและเสียน้ำหนัก นายสมชายซึ่งมีรถเกี่ยวข้าวส่วนตัวระบุว่า จะโทรเช็กราคาโรงสีหลายแห่ง เช่น ที่ทองแท้ อำเภอพาน หรือสหกรณ์ แล้วคำนวณค่าขนส่งเปรียบเทียบ แอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐยังไม่ตอบโจทย์ นายสมพร ทรินทร์ กล่าวว่า แอปพลิเคชันและข้อมูลจากหน่วยงานส่วนใหญ่เน้นเรื่องโรค แมลง และการแจ้งเตือนภัย แต่เกษตรกรสูงวัยเข้าไม่ถึง ใช้ไม่เป็น ดูแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แม้จะมีการเตือนเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญและการเพาะปลูกมานานแล้ว แต่เกษตรกรก็ยังเผชิญความเสียหายจากภัยแล้ง "ยอมรับว่าทำนาสมัยนี้ลำบาก แต่เกิดเป็นชาวนา ไม่ทำก็ไม่รู้จะไปทำอะไร" นายสมชายกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง