back

แถลงการณ์เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) เรื่อง ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะและข้อกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงกลไกทางการเงินขององค์กรและกองทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ

8 ต.ค. 2569 14:52 View: 99
author profile image
อิสระ เสรี
#ร่วมปกป้อง 50 ภาคีชาติพันธุ์ชนเผ่าพื้นเมือง ขอเป็นกำลังใจที่ร่วมยืนหยัด กับประชาชนคนเล็กคนน้อย... #แถลงการณ์เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) เรื่อง ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะและข้อกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงกลไกทางการเงินขององค์กรและกองทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามที่มีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) รวมถึง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลไกทางการเงินขององค์กรและกองทุนดังกล่าวนั้น เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกพิจารณาเพียงในมิติการบริหารงบประมาณ หากเกี่ยวข้องโดยตรงกับ สิทธิในการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ สิทธิในการสื่อสาร เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และความเป็นอิสระของกลไกที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะ สื่อสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม ตรวจสอบการใช้อำนาจ และสื่อสารข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ของตนเอง จึงมิใช่เพียงองค์กรผลิตข่าวสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางประชาธิปไตยที่ต้องมีความเป็นอิสระและรับผิดชอบต่อประชาชน สำหรับชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งในอดีตมีข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ การมีสื่อสาธารณะที่เปิดกว้างและเป็นอิสระ คือหลักประกันของ สิทธิในการมีเสียง สิทธิในการได้รับการรับฟัง และสิทธิในการบอกเล่าและนิยามเรื่องราวของตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) สนับสนุนหลักการที่องค์กรซึ่งใช้ทรัพยากรสาธารณะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อประชาชน แต่ การตรวจสอบต้องไม่กลายเป็นการควบคุม และต้องไม่สร้างเงื่อนไขที่กระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ขณะเดียวกัน เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) มีความห่วงกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวข้องกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการพัฒนาศักยภาพของประชาชน การเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงต้องคำนึงถึงความต่อเนื่อง ความเป็นอิสระ และการเข้าถึงประโยชน์สาธารณะของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มและชุมชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) มิได้มีจุดยืนเพื่อสนับสนุนหรือต่อต้านฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หากขอยืนยันหลักการว่า สิทธิและเสรีภาพของประชาชนต้องได้รับการเคารพสื่อสาธารณะต้องเปิดกว้าง เป็นธรรม และเป็นอิสระ และไม่มีองค์กรหรืออำนาจใดควรใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อริดรอนสิทธิ เสรีภาพ และเสียงของประชาชน ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) จึงมีข้อเรียกร้อง 5 ประการ 1. คุ้มครองความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ทั้งด้านโครงสร้าง การบริหาร และการเงิน ให้สามารถทำหน้าที่โดยปราศจากการครอบงำหรือแทรกแซงจากรัฐ การเมือง หรือทุน 2. เปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ก่อนเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกลไกทางการเงิน โดยให้ประชาชน ภาคประชาสังคม ชนเผ่าพื้นเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง 3. รับรองสิทธิในการเข้าถึงพื้นที่สื่ออย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ และชุมชนที่มีอำนาจต่อรองจำกัด ให้สามารถสื่อสารเรื่องราวและข้อเท็จจริงด้วยเสียงของตนเอง 4. ประเมินผลกระทบต่อ สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติอย่างรอบด้าน เพื่อมิให้กระทบต่อความต่อเนื่องของภารกิจและการเข้าถึงประโยชน์ของประชาชน 5. ยืนยันหลักความโปร่งใสควบคู่กับความเป็นอิสระ การตรวจสอบต้องสร้างความรับผิดชอบต่อประชาชน มิใช่เป็นเครื่องมือควบคุมการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) ยืนยันว่า ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมิใช่สิทธิขององค์กรสื่อเท่านั้น แต่เป็นหลักประกันสิทธิในการมีเสียงของประชาชน เช่นเดียวกับความมั่นคงของกลไกด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ และการพัฒนาศักยภาพ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับสิทธิและคุณภาพชีวิตของประชาชน การตรวจสอบต้องไม่กลายเป็นการควบคุม และการเปลี่ยนแปลงทางการเงินต้องไม่ทำให้สิทธิของประชาชนถดถอย เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) จึงขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยยึดหลัก ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม และประโยชน์สาธารณะ เป็นสำคัญ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) 8 ตุลาคม 2569 ร่วมด้วยองค์กรและเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองร่วมลงนาม 1. สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมชาวไทยภูเขา (IMPECT) 2. เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 3.เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) 4.เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภาคตะวันตก 5.เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์โพล่ง 6.มูลนิธิป่าไร้พรมแดน 7. สมาคมชาติพันธุ์กูยแห่งประเทศไทย 8. เครือข่ายผู้ไทแห่งประเทศไทย 9. เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) 10.มูลนิธิร่มโพธิ์ 11.เครือข่ายชาวเลอันดามัน 12.สมาคมลาหู่ในประเทศไทย 13.สมาคมลาหู่นานาชาติ 14.เครือข่ายชาติพันธุ์ภาคใต้ 15.เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคม และการเมือง (คปสม.) 16.เครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทย 17.เครือข่ายลเวือะเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 18.มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม 19.เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะมัลร์-ปรัย 20.เครือข่ายชาติพันธุ์ไทยวน 21.สมาคมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์ (สสช.) 22.นาย อภิวัฒน์ ก๊อคือ ชาติพันธุ์อาเคอะ 23.สมาคมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยใหญ่ 24.เครือข่ายดาราอางแห่งประเทศไทย 25.เครือข่ายกำมุ แห่งประเทศไทย 26.ศูนย์วัฒนธรรมโซ่ 27.เครือข่ายชาติพันธุ์ขแมร์ลือแห่งประเทศไทย 28.ชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทย 29.เครือข่ายคะฉิ่นแห่งประเทศไทย 30. มูลนิธิรักษ์ไทย 31. สมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมอ่าข่า (สศว./AFECT) 32.เครือข่ายอิ้วเมี่ยน 33. สมาพันธ์เพื่อช่วยเหลือชาวมอญผู้ประสบภัยตามแนวชายแดน 34. ชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ 35.เครือข่ายชาวปะโอเพื่อการพัฒนาและสืบสานวัฒนธรรม 36.เครือข่ายวัฒนธรรมลาหู่ในประเทศไทย 37. กลุ่มปักสไบมอญบางลำภู 38. เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อสิทธิมนุษยชน (คกส.) 39. มูลนิธิรักษ์เด็ก 40. เครือข่ายลาหู่ในประเทศไทย 41. สภาอิ้วเมี่ยนแห่งประเทศไทย 42. เครือข่ายเยอ 43 สมาคมคนยอง 44. ชมรมไตหย่าในประเทศไทย 45.เครือข่ายชุมชนพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม 5 ภาค 46.กลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าโป่งกระทิง จังหวัดราชบุรี 47.เครือข่ายเด็กเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง (TKN) 48. เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์มลายูชายแดนใต้ 49.ชมรมสมาชิกไทด า 50.เครือข่ายญ้อ เครติค คุณเกรียงไกร ชีช่วง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง