back
กฟผ. นำสื่อมวลชนอีสานศึกษาพลังงานแห่งอนาคต ถอดรหัสเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำรองไฟ โรงไฟฟ้าพลังงานลมและน้ำ มุ่งสร้างความมั่นคงและปลอดภัยสู่ชุมชน
7 ต.ค. 2569 23:13
View: 54

Thanathorn Chaiyawong
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายคมกฤษ ศรีสุดา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นประธานเปิดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ กฟผ. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมดอกคูน อาคาร ท.113 โดยมี นายยุทธชัย ทิพวงศา หัวหน้ากองบริหาร เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ท่ามกลางคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กฟผ. และสื่อมวลชนหลากหลายแขนงที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างพร้อมเพรียงกัน
นายคมกฤษ ศรีสุดา เปิดเผยว่า สื่อมวลชนคือกระบอกเสียงสำคัญที่จะช่วยส่งต่อความเข้าใจเรื่องพลังงานไปสู่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีพลังงานพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการนำพลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาใช้มากขึ้น แต่พลังงานเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่สม่ำเสมอ เช่น ไม่มีแดดในตอนกลางคืน หรือไม่มีลมในบางเวลา กฟผ. จึงต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยจัดการ เพื่อให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างสม่ำเสมอ ไม่มีไฟตกไฟดับ
การจัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ กฟผ. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2569 ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 9 ตุลาคม 2569 โดยนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สัมผัสเทคโนโลยีของจริงในจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปลี่ยนเรื่องเทคโนโลยีที่เข้าใจยากให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว เริ่มจากการไปดูระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า แบตเตอรี่ยักษ์สำรองไฟฟ้า ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนพาวเวอร์แบงก์ขนาดใหญ่ คอยเก็บประจุไฟฟ้าส่วนเกินเอาไว้ และพร้อมจ่ายไฟเข้าระบบทันทีเมื่อมีความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยให้กระแสไฟฟ้านิ่งและมั่นคง
จากนั้นได้นำชมกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมที่ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก อาศัยกระแสลมพัดผ่านใบพัด ทำให้โรเตอร์หมุน และส่งกำลังไปขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้ และเดินทางไปศึกษาการทำงานของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับที่เปรียบเสมือน แบตเตอรี่พลังน้ำขนาดใหญ่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลักการทำงานคือ ในช่วงเวลากลางคืนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย กฟผ. จะใช้กระแสไฟฟ้าที่เหลือในระบบมาสูบน้ำจากเขื่อนลำตะคองขึ้นไปเก็บไว้บนอ่างพักน้ำบนยอดเขา และเมื่อถึงช่วงเวลากลางวันที่มีการใช้ไฟฟ้ากันมาก ก็จะปล่อยน้ำให้ไหลลงมาหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้ประชาชนได้ใช้อย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ยังได้เข้าชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานที่ทันสมัยอีกด้วย และนอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว กฟผ. ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการอยู่ร่วมกับแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ส่งพลังงานไฟฟ้าไปทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือจากชุมชนในการดูแลความปลอดภัยร่วมกัน เช่น ไม่ปลูกต้นไม้สูงใกล้แนวสายไฟ ไม่เผาไร่เผาซังข้าวใต้แนวสายส่ง และไม่ปล่อยโคมลอยหรือเล่นว่าวใกล้สายไฟแรงสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าและป้องกันไม่ให้เกิดไฟดับเป็นวงกว้าง ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้จะเป็นสะพานเชื่อมให้สื่อมวลชนนำเรื่องราวเทคโนโลยีเหล่านี้ไปถ่ายทอดต่อให้กับชาวบ้านในชุมชนได้รับรู้และเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มั่นคงและปลอดภัยไปด้วยกัน
ธนธรณ์ ไชยวงศ์ นักข่าวพลเมือง จ.ชัยภูมิ รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














