back

สร้างเกษตรกรต้นแบบลุ่มน้ำยัง รับมือ Climate Change ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร

6 ต.ค. 2569 07:25 View: 322
author profile image
ธีรนันท์
สร้างเกษตรกรต้นแบบลุ่มน้ำยัง รับมือ Climate Change ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) เดินหน้า “โครงการการส่งเสริมการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตร เพื่อสร้างต้นแบบการปรับตัวของเกษตรกรในพื้นที่ ลุ่มน้ำยังตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ครอบคลุมจังหวัดกาฬสินธุ์และร้อยเอ็ด มุ่งสร้างความสามารถในการรับมือกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน การดำเนินงานเริ่มจากการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อใช้ข้อมูลจริงเป็นฐานในการออกแบบมาตรการปรับตัว โดยสำรวจรวม 505 แปลง พื้นที่ 563.72 ไร่ แบ่งเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ 310 แปลง 346.21 ไร่ หรือ 61.42% และจังหวัดร้อยเอ็ด 195 แปลง 217.51 ไร่ หรือ 38.58% ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำยังทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ตอนบน อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนกลาง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และตอนล่าง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จากฐานข้อมูลดังกล่าว โครงการได้นำกระบวนการ โรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School) มาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเรียนรู้แบบ “Learning by Doing” เปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทาง ทดลอง และคัดเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ก่อนพัฒนาไปสู่ แปลงสาธิตและแปลงต้นแบบ สำหรับถ่ายทอดและขยายผลสู่เกษตรกรในชุมชน องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่นำมาถ่ายทอดเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและการผลิตข้าวที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิอากาศ ระบบน้ำหยดเพื่อการเกษตรแม่นยำ ระบบวนเกษตรและการวางผังแปลง และการจัดการเมล็ดพันธุ์ชุมชนเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร แต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับปัญหาและศักยภาพของชุมชน โดย ลุ่มน้ำยังตอนบน เน้นเครือข่ายเกษตรกร การพัฒนาพันธุ์พืช การจัดการน้ำ และเมล็ดพันธุ์ชุมชน ขณะที่ ลุ่มน้ำยังตอนกลาง มุ่งพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบน้ำหยด การปลูกพืชแบบวนเกษตร และระบบพันธุ์ข้าว ส่วน ลุ่มน้ำยังตอนล่าง เชื่อมโยงตั้งแต่การวางแผนการผลิต ระบบน้ำหยด วนเกษตร คลังเมล็ดพันธุ์ชุมชน ไปจนถึงมาตรฐานการรับซื้อและตลาด หัวใจของการดำเนินงานจึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้าไปให้เกษตรกร แต่เป็นการสร้างความสามารถให้เกษตรกร “รู้จักพื้นที่ของตนเอง–วางแผนจากข้อมูล–เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม–ทดลองปฏิบัติจริง–ถ่ายทอดและขยายผลได้” โดยเชื่อมโยงการจัดการ น้ำ ดิน พันธุ์พืช ระบบนิเวศ การผลิต และตลาด เข้าด้วยกัน เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไปคือการสร้าง “เกษตรกรต้นแบบด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และแปลงเรียนรู้ในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้และขยายผลได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยแล้ง ความแปรปรวนของน้ำ ต้นทุนการผลิต และความไม่แน่นอนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินงานเริ่มต้นจากการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรและพื้นที่การเกษตร โดยมีการสำรวจรวม 505 แปลง พื้นที่เกษตรกรรม 563.72 ไร่ ครอบคลุมจังหวัดกาฬสินธุ์ 310 แปลง 346.21 ไร่ และจังหวัดร้อยเอ็ด 195 แปลง 217.51 ไร่ ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ วางแผน และออกแบบมาตรการปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ แทนการใช้มาตรการเดียวกันกับทุกชุมชน จาก “505 แปลง 563.72 ไร่” จึงไม่ใช่เพียงฐานข้อมูลพื้นที่เกษตร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ให้กลายเป็น “ภูมิคุ้มกันของชุมชน” เพื่อให้เกษตรกรลุ่มน้ำยังสามารถปรับตัว ผลิตอาหาร สร้างรายได้ และอยู่ร่วมกับสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง