back
เชียงรายยกระดับเตือนภัย “แม่น้ำสาย” พบสารหนูสูง 28 เท่า–ตะกั่วเกินมาตรฐาน งดใช้น้ำดิบโดยตรง เร่งตรวจสุขภาพ–พืชเกษตร–ห่วงโซ่อาหาร
1 ต.ค. 2569 12:41
View: 109

ณฐมน แก้วพิทูล
เชียงรายยกระดับมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำสาย หลังผลตรวจพบการปนเปื้อน สารหนู (Arsenic) สูงกว่ามาตรฐานถึง 28 เท่า และสารตะกั่ว (Lead) สูงกว่ามาตรฐานถึง 5 เท่า จังหวัดประกาศเตือนประชาชนใน 5 ตำบลของ อ.แม่สาย หลีกเลี่ยงการนำน้ำจากแม่น้ำสายมาอุปโภคบริโภคโดยตรง พร้อมคุมเข้มระบบผลิตน้ำประปา หลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำมาบริโภคและไม่ให้สัตว์เลี้ยงดื่มน้ำ ขณะที่หลายหน่วยงานเร่งติดตามผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ พืชเกษตร และห่วงโซ่อาหาร
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ลงนามเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ในประกาศจังหวัดเชียงราย เรื่องการยกระดับเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำสาย กรณีตรวจพบสารปนเปื้อนในระดับสูง หลังผลวิเคราะห์ในช่วงที่ผ่านมาพบสารหนูและตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐาน จนอาจก่อความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน
พื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุม 5 ตำบลใน อ.แม่สาย ได้แก่ ต.แม่สาย ต.โป่งผา ต.ศรีเมืองชุม ต.เวียงพางคำ และ ต.เกาะช้าง โดยจังหวัดกำหนดมาตรการสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำแม่น้ำสายโดยตรงเพื่อผลิตน้ำดื่ม ประกอบอาหาร ทำน้ำแข็ง แปรรูปอาหาร ล้างภาชนะ หรือกิจกรรมที่อาจทำให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย เว้นแต่ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพเพื่อลดโลหะหนักแล้ว
ส่วนหน่วยงานผลิตน้ำประปาที่ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำสาย ต้องเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการปรับปรุงและตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนจ่ายเข้าสู่ระบบ ขณะที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำในพื้นที่ได้รับผลกระทบมาบริโภค โดยเฉพาะ เครื่องในปลาและสัตว์หน้าดิน เช่น กุ้งและหอย หากได้รับแจ้งว่าพบสารหนูเกินมาตรฐานในน้ำประปา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย พร้อมติดตามการปนเปื้อนโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็น มาตรการป้องกันชั่วคราว เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยันว่าคุณภาพน้ำกลับมาอยู่ในระดับที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 7/2569 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายร่วมติดตามสถานการณ์มลพิษข้ามพรมแดน ผลกระทบต่อสุขภาพและห่วงโซ่อาหาร รวมถึงวางแผนรับมือระยะยาว
น.ส.ปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพน้ำ อากาศ และเสียง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 จ.เชียงใหม่ รายงานผลตรวจคุณภาพน้ำผิวดินแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 22 ซึ่งเก็บตัวอย่างเมื่อเดือนสิงหาคม พบว่าแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกมีสารหนูบางจุดสูงถึง 0.284 มิลลิกรัมต่อลิตร เทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือประมาณ 28 เท่า ส่วนสารตะกั่วพบที่สถานีบ้านหัวฝาย 0.266 มิลลิกรัมต่อลิตร และบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 0.193 มิลลิกรัมต่อลิตร
ด้าน นายองอาจ คณุตม์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 หลังฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศเมียนมา โดยพบการปนเปื้อนในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน จึงให้ประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบลงดใช้น้ำดิบโดยตรงเพื่ออุปโภคบริโภค หลีกเลี่ยงการจับและบริโภคสัตว์น้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงดื่มน้ำดังกล่าว พร้อมกำชับหน่วยผลิตประปาให้ตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวดก่อนจ่ายเข้าระบบ
เดินหน้าตรวจ “ดิน–น้ำ–พืชผล” 100 ตัวอย่าง หาคำตอบถึงห่วงโซ่อาหาร
ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายได้ตั้งคณะกรรมการติดตามพืชเกษตรและห่วงโซ่อาหาร โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สกสว. เตรียมตรวจดิน น้ำ และผลผลิตทางการเกษตร รอบแรก 100 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569
พื้นที่ศึกษาจะแบ่งเปรียบเทียบ 3 กลุ่ม คือ พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกปีซึ่งฤดูแล้งใช้ปลูกข้าวโพดหรือพืชผักสวนครัว พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปี 2567 และมีตะกอนตกค้าง และพื้นที่ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำประมาณ 500–1,000 เมตร
นอกจากนี้ จะประสาน GISTDA จัดทำแผนที่น้ำท่วม และร่วมกับสำนักงานเกษตรระดับอำเภอและตำบลสำรวจข้อมูลการใช้สารเคมี รวมถึงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้วิเคราะห์แหล่งที่มาของการปนเปื้อน โดยกำหนดเริ่มเก็บตัวอย่างจุดแรกบริเวณ ท่าตอน ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน
เร่งระบบตรวจน้ำ “เรียลไทม์” แก้ปัญหาผลตรวจตามไม่ทันสถานการณ์
ที่ประชุมยังหารือการพัฒนาระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบ Real-time และสถานีเตือนภัยอัตโนมัติ หลังพบข้อจำกัดจากระยะเวลาการเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่าง โดยปัจจุบันการตรวจน้ำผิวดินอยู่ที่เดือนละ 2 ครั้ง และตะกอนดิน 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง ซึ่งอาจไม่ทันกับระดับการปนเปื้อนที่เปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง
ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า โครงการ CMU River Watch ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ADPC และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ได้นำร่องติดตั้งระบบตรวจวัดแบบเรียลไทม์แล้ว 5 จุด ครอบคลุม อ.แม่สาย ต.แม่ยาว และเขตเมืองเชียงราย ใช้แพลตฟอร์ม “Wola” เชื่อมข้อมูลเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเสมือน พร้อม CCTV โดยติดตามค่าความขุ่น pH การนำไฟฟ้า EC, TDS, ORP และโลหะหนัก รวมทั้งใช้แนวทาง Citizen Science ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนและโรงเรียน เช่น โรงเรียนสามัคคี 2 เก็บข้อมูลรายชั่วโมงในช่วงน้ำหลาก
ขณะที่ สำนักทรัพยากรน้ำที่ 1 กรมทรัพยากรน้ำ เสนอแผนปี 2570–2571 ติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า 3 สถานี บริเวณแม่น้ำกก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาย อย่างละ 1 แห่ง ให้ตรวจวัดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบไฟเตือน เขียว–เหลือง–แดง ตามระดับความรุนแรงของมลพิษ
ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 มีแผนติดตั้งสถานีตรวจวัดอัตโนมัติอีก 5 สถานี ครอบคลุมแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และจุดบรรจบแม่น้ำโขง พร้อมประสานการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อเฝ้าระวังน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา
นายประเสริฐกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทั้งอุปกรณ์ จุดติดตั้ง และมาตรฐานตัวชี้วัดร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงลดความสับสนหากข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ในพื้นที่เดียวกันไม่ตรงกัน
สสจ.ตรวจ 569 ราย พบ 31 รายมีค่าสารเคมีเกินเกณฑ์
อีกด้านหนึ่ง ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายรายงานว่า ได้ขยายการตรวจคัดกรองสุขภาพครอบคลุม 18 อำเภอ ล่าสุดตรวจประชาชน 569 ราย พบ 31 รายมีค่าสารเคมีเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 100 ไมโครกรัมต่อลิตร และเตรียมลงพื้นที่สอบสวนโรคเชิงลึกร่วมกับ รพ.สต. และ อบจ. ในช่วงปลายปีนี้
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เชียงรายต้องเดินหน้ารับมือพร้อมกันทั้งการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ความปลอดภัยของน้ำประปา สุขภาพประชาชน พืชผลทางการเกษตร และห่วงโซ่อาหาร ขณะที่มาตรการหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแม่น้ำสายโดยตรงยังคงมีผลจนกว่าจะมีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยหรือจังหวัดออกประกาศเปลี่ยนแปลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








