back

ระนองประชุมคณะทำงานแก้ปัญหาน้ำขุ่นกระบุรี จากกรณีสารพิษข้ามพรมแดน

23 ก.ย. 2569 21:30 View: 23
author profile image
บัณฑิตา อย่างดี
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำขุ่นในแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำขุ่นในแม่น้ำกระบุรี  พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประมงจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ศุลกากรจังหวัด ทหาร กอ.รมน. รวมถึง อบจ.ระนอง อบต.ปากจั่น กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรี โดยมี สนง.สิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ร่วมประชุมทางออนไลน์ Zoom meeting สมาชิก อบต. ม.5 ต.ปากจั่น กล่าวว่า "ตนอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำกระบุรีมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนน้ำใสสะอาด อากาศร้อนก็สามารถลงเล่นน้ำได้ จัดกิจกรรมล่องแพได้ ตอนนี้น้ำขุ่นรู้สึกว่าจิตใจไม่ค่อยดี ต้องการให้แม่น้ำกลับมาใสสะอาด เพื่อให้สภาพจิตใจของชาวบ้านดีขึ้น" นายอรุณ อภิรักษ์วรากร เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรี เสนอให้มีมาตรการตรวจสอบคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อนในพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำด้วย เพื่อทราบถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม  อีกทั้ง ได้สอบถามถึงข้อเสนอ 10 ข้อ ที่ทางเครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอก่อนหน้านี้ ได้แก่ ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ให้คณะทำงานมีการประชุมร่วมกันทุกเดือนและเปิดเผยผลการประชุมต่อสาธารณะ เฝ้าระวังตรวจสุขภาพประชาชน ตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินทุกเดือน ตรวจสอบสารตกค้างในสัตว์น้ำทุก 6 เดือน ศึกษาผลกระทบเชิงลึก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน เจรจายุติเหมืองแร่เถื่อนฝั่งประเทศเมียนมา พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับแร่ เยียวยาและฟื้นฟูระบบนิเวศ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน จัดทำฐานข้อมูลสาธารณะ จัดสรรงบประมาณเฉพาะเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง วิจัย และการฟื้นฟูธรรมชาติ รวมถึงรายงานผลเป็นระยะเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นายอนันทชัย วงศ์พยัคฆ์ เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรี กล่าวว่า เสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและท้องที่เข้ามาร่วมกำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วม นอกจากนี้ มีข้อกังวลกรณีสารตกค้าง โลหะหนัก ถึงแม้ผลการตรวจสอบไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการสะสมในสัตว์น้ำ หรืออื่น ๆ นายวิรสิงห์ คชสิงห์ นายก อบต.ปากจั่น กล่าวว่า ประชาชนใน ต.ปากจั่น ได้รับผลกระทบจากปัญหาแม่น้ำกระบุรีขุ่นมา 7 ปี ไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกระบุรีได้ ทาง อบต.ปากจั่น ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการและจัดหาน้ำอุปโภคให้ประชาชน จึงขอให้จัดสรรงบประมาณในการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำสำรอง เพื่อผลิตน้ำประปาให้แก่ประชาชน และขออนุญาตใช้พื้นที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  ด้าน ตัวแทนสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ได้นำเสนอข้อมูลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมแม่น้ำกระบุรี โดยระบุว่าผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในปีนี้มีความขุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดที่แม่น้ำกระบุรีรับน้ำจากคลองยูง ฝั่งประเทศเมียนมา ในช่วงฤดูแล้ง เดือนเมษายน 2569 ค่าความขุ่นพุ่งทะยานถึง 209 NTU น้ำมีสีขุ่นแดง เมื่อเปรียบเทียบกับต้นน้ำฝั่งไทย บริเวณคลองกระนัย มีค่าความขุ่นต่ำเพียง 12-16 NTU โดยค่าความขุ่นสูงเกิน 100 NTU เป็นค่าความขุ่นที่รุนแรง ค่อนข้างวิกฤติต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ แต่อย่างไรก็ตามผลการตรวจวิเคราะห์ค่าโลหะหนักในน้ำ ในตะกอนดิน และในน้ำประปาหมู่บ้าน พบว่ามีค่าเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่พบค่าเกินมาตรฐานที่อันตราย "ตั้งแต่เราติดตามตรวจสอบมา น้ำของกระบุรีตั้งแต่จุดที่กระนัย และคลองยูงมาเจอกัน ความขุ่นตั้งแต่ 50 NTU จนถึง 200 NTU แล้วแต่ฤดูกาล ระดับความขุ่นเราเทียบกับคลองกระนัย ฝั่งประเทศไทย ซึ่งเราเจอความขุ่น 10 NTU ไม่เกิน 20 NTU น้ำใสมาก ล่าสุดในฤดูฝนความขุ่นอยู่ที่ 89 NTU ก็ยังถือว่าขุ่นสำหรับระบบนิเวศ หรือสัตว์น้ำ ถ้าเราต้องการแก้ปัญหาก็ต้องมองตัวเลขที่ 20-40 NTU แต่ตอนนี้มันเกินกว่าที่เราตั้งเป้าว่าควรจะเป็น" ทั้งนี้ ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ได้รับร้องเรียนเรื่องแม่น้ำกระบุรีขุ่นผิดปกติตั้งแต่ปี 2563 และเริ่มตรวจสอบคุณภาพน้ำ ปัจจุบันได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ ติดตามเฝ้าระวัง 2 จุด ในพื้นที่ต้นน้ำ ใกล้ปากกระ และปลายน้ำ บริเวณปากน้ำ และมีจุดตรวจเฉพาะครั้ง 3 จุด โดยตรวจคุณภาพน้ำในทุก 3 เดือน พร้อมทั้งรายงานผลให้ทางจังหวัดระนองทราบ ตัวแทนจาก กอ.รมน.จว.ระนอง รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำกระบุรีขุ่น ร่วมกับจังหวัดระนอง กรมควบคุมมลพิษ และผู้ประกอบการเหมืองแร่ จากค่าความขุ่นที่สูงถึง 200 NTU ในแม่น้ำกระบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนใน ต.ปากจั่น จำนวน 7 หมู่บ้าน ตรวจพบสาเหตุมาจากการทำเหมืองแร่ในกิ่งอำเภอเขม่าจี ประเทศเมียนมา พบแคดเมียมเกินค่ามาตรฐานในตะกอนดิน  ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนจำนวน 4 มาตรการ ดังนี้ (1) มาตรการต้นทาง ขอความร่วมมือบริษัทผู้นำเข้าแร่ จำนวน 5 บริษัท ประสานเหมืองต้นทางให้จัดทำระบบรวบรวมน้ำเสียและบ่อดักตะกอน เพื่อบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ (2) มาตรการควบคุมการตรวจสอบ ยกระดับเกณฑ์ควบคุมการนำเข้าแร่ ผ่านกลไกใบรับรองสิ่งแวดล้อม บูรณาการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับระบบของศุลกากร เพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังที่มาของแร่ เพื่อจำกัดการนำเข้าแร่ที่ก่อมลพิษ (3) มาตรการระดับพื้นที่ เตรียมจัดตั้งกลไกคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมี ผวจ.ระนอง เป็นประธาน เพื่อติดตามรายงานข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ผู้นำชุมชนและประชาชน (4) กรอบเวลาและเป้าหมาย กำหนดการประชุมติดตาม ในเดือน ก.ย. นี้ โดยตั้งเป้าหมายเร่งด่วน ลดความขุ่นของน้ำจาก 212 NTU ให้เหลือ 180 NTU ภายใน 2 เดือน พร้อมจัดหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อบรรเทาทุกข์ของประชาชน ในส่วนฝ่ายความมั่นคงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานในพื้นที่เกาะสอง และกรุงเนปิดอ ประเทศเมียนมา ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้ตรวจสอบการขออนุญาตการทำเหมืองแร่ว่าตรงตามมาตรฐานสากลหรือไม่ และให้ประสานไปยังผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำเหมืองแร่ ในการควบคุมน้ำเสียจากการทำเหมืองแร่ และขอความร่วมมือในการกำกับดูแลการบำบัดน้ำเสียก่อนระบายลงสู่แม่น้ำกระบุรี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ  ทั้งนี้ ได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่ารัฐบาลเมียนมาไม่มีนโยบายส่งออกแร่ ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย เขตปกครองของรัฐกะเหรี่ยง ในส่วนบริษัทผลิตแร่มีจำนวน 5 บริษัท เส้นทางในการขนส่งแร่ผ่านท่าเรือระนอง ท่าเรือแหลมฉบัง และปลายทาง ประเทศจีน  ตัวแทนประมงจังหวัด กล่าวว่า ทางประมงจังหวัดได้เสนอโครงการไปยังกรมประมงในการตรวจสอบสารตกค้าง ปรอท แคดเมี่ยม ตะกั่ว สารหนู ถ้าได้รับงบประมาณจะดำเนินการในปี 2570-2574 โดยดำเนินการทุก 3 เดือน นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรก จึงมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ และรายงานให้ทราบ ดังนี้ (1) สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 และประมงจังหวัดระนอง ตรวจวัดคุณภาพน้ำแม่น้ำกระบุรี โดยให้ ทสจ. ติดตามเป็นระยะๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ (2) ฝ่ายความมั่นคง หน่วยเฉพาะกิจรัตนรังสรรค์ กองพันทหารราบ ประสานงานกับประเทศเมียนมาในการแก้ไขปัญหา (3) อบต.ปากจั่น จัดหาและจัดการแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคสำรอง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชน (4) สาธารณสุขจังหวัดติดตามสุขภาพ และสุขอนามัยของประชาชน (5) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในฐานะเลขานุการ เป็นผู้ประสานงานกลาง โดยให้มีการประชุม 4 เดือนครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดระนองได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานคณะทำงาน มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดด้านความมั่นคงเป็นคณะทำงาน รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร กอ.รมน. อบจ. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาคประชาชน  โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้ (1) ติดตามสภาพปัญหา สถานการณ์คุณภาพน้ำผิวดิน น้ำประปา คุณภาพตะกอนดิน สัตว์น้ำ ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และสภาพเศรษฐกิจและสังคม (2) ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งเฝ้าระวังและดูแลสุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่ (3) ติดตามความก้าวหน้า ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะในการแก้ไขสถานการณ์น้ำขุ่นในแม่น้ำกระบุรี รวมถึงการบริหารจัดการแหล่งน้ำ เพื่อทดแทนและแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ (4) ประสานการหารือ หรือสนับสนุนข้อมูลเพื่อการดำเนินการโดยวิธีทางการฑูต ในการแก้ไขปัญหาจากแหล่งกำเนิด (5) ดำเนินการอื่นใดตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองมอบหมาย 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง