back

คอซีย์ มามุ เผย “สภาฯ ถกมาราธอน 14 ชม. ส่งปมไฟใต้ให้ กมธ.ความมั่นคงฯ ลุยต่อ พร้อมรับลูก 16 ข้อเสนอเชิงนโยบายจาก 27 องค์กรภาคประชาสังคม ” ปัตตานี

21 ก.ย. 2569 21:45 View: 74
author profile image
Shukur Dina
คอซีย์ มามุ เผย “สภาฯ ถกมาราธอน 14 ชม. ส่งปมไฟใต้ให้ กมธ.ความมั่นคงฯ ลุยต่อ พร้อมรับลูก 16 ข้อเสนอเชิงนโยบายจาก 27 องค์กรภาคประชาสังคม ” ปัตตานี – นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดปัตตานี พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงภาพรวมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษที่ลากยาวกว่า 14 ชั่วโมง โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และญัตติด่วนด้วยวาจาติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้เวลาอภิปรายอย่างกว้างขวางตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึก พร้อมคาดหวังเตรียมเชิญภาคประชาสังคมเข้าเป็นคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมทั้งในการเสนอแนะและติดตาม 16 ข้อเสนอดับไฟใต้อย่างใกล้ชิด สภาฯ ถกเดือด สรุปส่ง กมธ.ความมั่นคงฯ พิจารณา 90 วัน การอภิปรายญัตติด่วนปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 17.40 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ท่ามกลางบรรยากาศการถกแถียงอย่างเข้มข้น นานกว่า 5 ชั่วโมงจนถึงเวลา 22.40 น. ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นต่างในขั้นตอนการส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาต่อ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้ส่งทั้ง กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน) และ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ (ที่มี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นประธาน) ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นควรส่งให้ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เป็นผู้รับไม้ต่อ สุดท้าย นายเลิศศักดิ์ได้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 88 วินิจฉัยส่งเรื่องให้ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เป็นผู้พิจารณาศึกษาต่อ โดยกำหนดกรอบเวลาภายใน 90 วันซึ่งในเบื้องต้นต้นจัดนำรายงาน ‘กมธ.สันติภาพชายแดนใต้เดิมที่ศึกษาจากรัฐสภาชุดที่แล้ว มาเป็นสารตั้งต้น(อ่านรายงานนี้ฉบับเต็มใน https://www.scribd.com/document/921119008/รายงาน-กมธ-สันติภาพชายแดนใต้) พร้อมกันนี้ นายคอซีย์ มามุ เปิดเผยว่า “มีการคาดการณ์ว่าทาง กมธ. นอกจากตัวแทนส.ส.ในพื้นที่ชายแดนใต้แล้ว ก็จะมีการเชิญตัวแทนภาคประชาสังคมชายแดนใต้เข้ามาเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ด้วย เพื่อหวังใช้โอกาสนี้ให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งในการเสนอแนะและติดตามความคืบหน้าของข้อเสนอดับไฟใต้ทั้ง 16 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ประธานจะสั่งปิดการประชุมในเวลา 23.25 น. ภาคประชาสังคมชายแดนใต้ผนึกกำลัง หนุน 16 ข้อเสนอนโยบายสู่วาระร่วม ในส่วนของการขับเคลื่อนจากพื้นที่ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้และภาคีเครือข่าย ได้จัดเวทีนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 และต่อยอดจาก “เวทีเสียงของประชาชน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปีการพูดคุยสันติภาพ โดยภาคประชาสังคมมองเห็นโอกาสสำคัญภายหลังมีรัฐบาลชุดใหม่และการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่ จึงได้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมรับฟังข้อเสนออย่างพร้อมเพรียง อาทิ: * นายนัจมุดดิน อูมา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม * นายอาหมัดบูรฮัน ติพอง พรรคเพื่อไทย * นายสาเหะมูหาหมัด อัลอิดรุส สส.ปัตตานี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย * นายคอซีย์ มามุ สส.ปัตตานี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย * นายซารีฟุดดีน สารีมิง ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ * นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน * นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 พรรคประชาชาติ * นายบูรฮันธ์ สาเมาะ สส.ปัตตานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย สรุปสาระสำคัญ: 16 ข้อเสนอเชิงนโยบายชายแดนใต้ ข้อเสนอจาก 27 องค์กรภาคประชาสังคม ครอบคลุม 16 มิติ เพื่อผลักดันให้เป็น “วาระร่วมชายแดนใต้” ส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐสภา และพรรคการเมืองทุกฝ่าย ประกอบด้วย: * กระบวนการสันติภาพ: ผลักดันการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย * ความมั่นคงที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง: ปรับแนวทางให้สอดคล้องกับพื้นที่ ลดการใช้มาตรการที่กระทบสิทธิ และสร้างกลไกความปลอดภัยร่วมกัน * เศรษฐกิจฐานราก: ยกระดับเศรษฐกิจ ท้องถิ่น และสร้างรายได้ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และศักยภาพชายแดนใต้ * วัฒนธรรมและอัตลักษณ์: คุ้มครองอัตลักษณ์มลายู ภาษา ศาสนา และสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ปลอดภัย * เด็กและเยาวชน: ส่งเสริม “เยาวชนผู้นำการเปลี่ยนแปลง” คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการอยู่ร่วมกันในพหุวัฒนธรรม * สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ: พัฒนาระบบเตือนภัย ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเสนอแนวทางบริหารจัดการอ่าวปัตตานีอย่างยั่งยืน * ชุมชนเข้มแข็ง (“สันติภาพกินได้”): ใช้พลังชุมชน สภาซูรอ มัสยิด และขับเคลื่อนผ่าน “7 เสาหลักสันติภาพชายแดนใต้” * ครอบครัวและสตรี: จัดตั้งกลไกช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว และเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น * การศึกษา: ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น ส่งเสริมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผลักดัน Education Sandbox * การเมืองและการกระจายอำนาจ: ปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐให้เหมาะสมและเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม * การสื่อสารสาธารณะ: ส่งเสริมการสื่อสารหลายภาษา ป้องกัน Hate Speech และยุติปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่สร้างความเกลียดชัง * การเยียวยาและยุติธรรม: พัฒนาระบบเยียวยารอบด้าน จัดตั้งศูนย์เยียวยาระดับตำบล และกองทุนฟื้นฟูที่เป็นธรรม * บทบาทสตรี: เสริมสร้างความเท่าเทียมและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางอย่างจริงจัง * กฎหมายและสิทธิมนุษยชน: ทบทวนกฎหมายพิเศษ ตรวจสอบการใช้อำนาจ ยกเลิก Black List และตรวจ DNA ที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงผลักดันมาตรการ Anti-SLAPP * ศาสนาและความไว้วางใจ: ส่งเสริมบทบาทศาสนาในการสร้างความเข้าใจ และขับเคลื่อนแนวคิด “พันธสัญญาพลเมืองมุสลิมมลายูไทยกับภาครัฐ” * สุขภาพและสุขภาวะองค์รวม: พัฒนาระบบดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตหลังภาวะวิกฤต รวมถึงเฝ้าระวังสุขภาพในสถานศึกษา ทั้ง 16 ประเด็นดังกล่าวสะท้อนเจตนารมณ์ว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้ต้องมองข้ามมิติด้านความมั่นคงแบบเดิม โดยบูรณาการทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิทธิมนุษยชน และคุณภาพชีวิต เพื่อให้เกิดนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริงในระดับประเทศต่อไป หมายเหตุ อ่านรายงานก่อนหน้านี้ “รายงานพิเศษ: เสียงสะท้อนจากชายแดนใต้ เมื่อ 16 ข้อเสนอเชิงนโยบายถูกส่งถึงมือพรรคการเมือง”ใน https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/57350
ข่าวที่เกี่ยวข้อง