back
ประธานสภา ศอ.บต. ลั่นเคียงบ่าเคียงไหล่ชาวจะนะ รัฐต้องยึดมั่นรายงาน SEA ห้ามเบี้ยวข้อตกลงเด็ดขาด พร้อมเป็นโซ่ข้อ กลางในประเด็นอื่นๆ
10 ก.ย. 2569 16:41
View: 72

Shukur Dina
ประธานสภา ศอ.บต. ลั่นเคียงบ่าเคียงไหล่ชาวจะนะ รัฐต้องยึดมั่นรายงาน SEA ห้ามเบี้ยวข้อตกลงเด็ดขาด พร้อมเป็นโซ่ข้อ
กลางในประเด็นอื่นๆ
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
หาดใหญ่ — ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ประกาศจุดยืนกลางเวทีรับฟังความคิดเห็น ณ จังหวัดสงขลา ลั่นพร้อมลงพื้นที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนชาวจะนะและเครือข่ายภาคประชาชนทันที หากรัฐบาลชุดปัจจุบันเกิดความพยายามบิดพลิ้วหรือละเลยไม่นำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาเป็นบรรทัดฐานหลักในการพัฒนาพื้นที่ โดยย้ำในช่วงท้ายว่าตนเองก็คือคนจะนะเช่นกัน
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในงานสัมมนา “ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ” ซึ่งจัดโดย ศอ.บต. ร่วมกับสภาที่ปรึกษาฯ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ โรงแรมหรรษา เจ.บี. หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เวทีนี้ถือเป็นหมุดหมายแรกจากแผนจัดเวทีครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล) ระหว่างวันที่ 10–15 กันยายน 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมสะท้อนปัญหา กำหนดทิศทางพัฒนาที่สอดคล้องกับสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
เจาะลึก 7 คีย์เวิร์ด SEA โดย “บาบอฮุสณี” ชี้สงขลา–ปัตตานีไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า
ภายในเวทีเดียวกัน บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ สะท้อนมุมมองว่าสงขลา–ปัตตานีไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าที่รอให้ทุนใหม่เข้ามาถมทับ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองผลการศึกษา SEA ทางกฎหมายผ่าน 7 คีย์เวิร์ดสำคัญ:
* SEA คือ “เสียงของชุมชน” (Community Voice): ดึงเสียงที่แท้จริงของคนในพื้นที่เข้ามาร่วมกำหนดอนาคตตนเอง
* “10 ภาคส่วนมีส่วนร่วม”: เปิดกว้างให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ไม่ให้กลุ่มทุนใดผูกขาดการตัดสินใจ
* “สงขลา–ปัตตานีไม่ใช่พื้นที่ว่าง”: มีทุนเดิมมหาศาล ทั้งธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประมง เกษตร และประวัติศาสตร์
* “ทุนใหม่ต้องต่อยอดทุนเดิม ไม่ใช่เกทับทุนเดิม”: การลงทุนใหม่ต้องไม่ทำลายรากเหง้า แต่ต้องเพิ่มมูลค่าให้ของเดิม
* “SEA คือกติกากลางและสะพานกาวใจ”: เป็นพื้นที่ปลอดภัยบนข้อมูลจริง เพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความสมานฉันท์
* “SEA คือการออกแบบและดีไซน์อนาคตร่วมกัน”: อนาคตในอีก 20–30 ปีข้างหน้าต้องมาจากการร่วมกันดีไซน์ของทุกภาคส่วน
* “SEA คือเข็มทิศการพัฒนา ไม่ใช่เบรกการพัฒนา”: กำหนดทิศทางพัฒนาโดยไม่ทำลายสิ่งที่มีอยู่ สำหรับข้อเสนอนี้ ยังสอดคล้องกับ
5 ข้อเสนอเชิงนโยบายจาก TDRI สู่การปฏิบัติจริง
ดร.เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้แทนจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซี่งท่าได้เสนอแนวทางขับเคลื่อน 5 ข้อต่อรัฐบาล ตอนที่รัฐบาลจัดครม.สัญจรที่สงขลา อันประกอบด้วย การยกระดับฐานเดิม, การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะด้านการศึกษาและทุนมนุษย์, การบังคับใช้กฎหมายและงบประมาณสำหรับแผน SEA, การเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส (Open Data), และการกระจายอำนาจพร้อมผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
ข้อเสนอการศึกษาและการแนะแนวอาชีพในพื้นที่
* ปัญหาเชิงโครงสร้าง: เยาวชนจำนวนมากต้องออกจากระบบการศึกษากลางคันเพื่อทำงานจุนเจือครอบครัว ขาดความยืดหยุ่น และหลักสูตรไม่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เช่น เทคโนโลยีดิจิทัลเกษตร, อาหารฮาลาล, และโลจิสติกส์การค้าชายแดน)
* แนวทางแก้ไข:
* พัฒนาหลักสูตรอาชีพที่ยืดหยุ่นและหลักสูตรระยะสั้น (Short-term Certificate)
* ขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) เพื่อเชื่อมโยงการเรียนกับการทำงานจริง (Work-based Learning)
* สร้างโอกาสต่อเนื่องผ่านกองทุนการศึกษา กองทุนเสมอภาคการศึกษาที่ช่วยเหลือเด็กอย่างเป็นธรรมโดยยึดพลเมืองไทยเป็นที่ตั้ง ครอบคลุมทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการศึกษาทางเลือก
* ผลักดันการจัดการศึกษาเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพจากอนุบาลถึงปริญญาตรี
นอกจากนี้ปัญหาเร่งด่วนคือเสนอให้ศอ. บต.เป็นตัวกลางหลักในการเทียบวุฒิและเทียบโอนการศึกษาศาสนาในต่างประเทศโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ซึ่งมีข้อเสนอมานานแล้ว: โดยผลักดันให้หน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ และ ศอ.บต. ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตอียิปต์ ในการพัฒนาระบบการเทียบวุฒิการศึกษา (เช่น วุฒิซานาวี) และการเทียบโอนรายวิชาให้มีความชัดเจนและราบรื่น ศอ.บต. และสภาที่ปรึกษาฯ จะรวบรวมเสียงสะท้อนทั้งหมดเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลใช้เป็นเข็มทิศในการบริหาร โดยเฉพาะในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569
กลไก กพต. จชต. และข้อเสนอสินเชื่อ Soft Loan
การประชุม กพต. (คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้) มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมี ศอ.บต. เป็นฝ่ายเลขานุการ ทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติกับการปฏิบัติในพื้นที่ 5 จังหวัด (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) เพื่ออนุมัติโครงการ งบประมาณ และมาตรการพิเศษทางกฎหมาย
ในเวทีนี้ยังมีการเสนอขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารออมสินสู่สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลาม อันเป็นสถาบันการเงินรากหญ้าเข้าถึงชุมชน ที่ปลอดดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีรายละเอียดเดิมคือวงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก ช่วงเดือนที่ 7–24 คิดดอกเบี้ย 1.99% และ 3 ปีสุดท้าย 2.99% (วงเงินกู้สูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย) รวมถึงสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการทั่วไปในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.5% ต่อปี นานสูงสุด 5 ปี ควบคู่ไปกับมาตรการเสริมอื่นๆ เช่น การต่ออายุสิทธิประโยชน์ BOI อีก 3 ปี, การขุดลอกร่องน้ำท่าเรือสงขลาและปัตตานีให้ลึก 9–10 เมตร, และการปลดล็อกค่าธรรมเนียมล่วงเวลาเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









