back
เมื่อวิถีตาลโตนด มาเจอวิถีชาวเล: การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมผ่านรสชาติ “ขนมปำจี่“
8 ก.ย. 2569 16:30
View: 117

Sombat Drama
การเดินทางต่างวิถี ต่างอำเภอ และต่างศาสนา เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กๆ จากฝั่งตาลโตนด ได้มาเยือนชุมชนบ้านม่วงงาม โดยมี “ก๊ะดาหวัน” ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นผู้นำทางสู่โลกของชาวเล
ช่วงเช้าตื่นตาตื่นใจกับการเดินสำรวจหาดทราย พบเรือท้ายตัดขนาดเล็กที่ออกไปวางอวน 3 ตา ได้ทั้งปูม้า ปูลายเสือ ปลา หอย และหมึกสดๆ มาแบ่งปันกินขายกันในชุมชน ระหว่างทางก๊ะดาหวันยังสาธิตภูมิปัญญาริมหาดอย่าง “ผักบุ้งทะเล” ยาสมุนไพรแก้พิษแมงกะพรุนสดๆ เพียงขยี้หรือตำทาตรงแผล พิษร้อนก็บรรเทาลง
ที่นี่ เด็กๆ ได้ทำความรู้จักกันผ่านชื่อที่สะท้อนรากเหง้า อย่าง “ใบตาล” จากฝั่งสวน และ “อันวา” (แปลว่าแม่น้ำ) เด็ก ป.3 ชุมชนม่วงงาม ผู้ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่จำความได้ด้วยเทคนิคการฝึกเอามือทาบหน้าอกแล้วตีขา อันวาเล่าถึงชีวิตประมงอย่างคล่องแคล่ว พร้อมเฉลยเกร็ดน่ารักว่า “ลูกทุ่นอวน” ที่ชาวเลนิยมใช้สีแดง เพราะมองเห็นชัดที่สุดในทะเลกว้าง และมันไม่ได้มีไว้แค่พยุงอวน แต่ยังใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟชั้นดี เป็นเครื่องดนตรี และเป็นของเล่นตัวต่อของเด็กๆ ได้อีกด้วย
ก๊ะดาหวันเล่าถึงความทรงจำเมื่อ 30 ปีก่อน ท่าเรือแห่งนี้เคยเนืองแน่นด้วยเรืออวนลากกว่า 300 ลำ จนเกิดเป็นตลาดสดคึกคัก และมี “ขนมปำจี่” เป็นขนมท้องถิ่นยอดฮิต แต่เมื่อทรัพยากรทะเลลดลง เรือใหญ่หายไป ขนมโบราณชนิดนี้ก็ค่อยๆ สูญหายตาม ก๊ะดาหวันจึงชวนเด็กๆ ชุบชีวิตขนมปำจี่ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นสะพานเชื่อมเรื่องราวในอดีตสู่การอนุรักษ์ในปัจจุบัน
กระบวนการทำขนมปำจี่ และเทคนิคภูมิปัญญา:
เตรียมอุปกรณ์: เด็กๆ ชุมชนพาปีนต้นปอริมหาดไปเก็บใบมาห่อขนม ส่วนไฟจุดด้วยลูกทุ่นอวนติดยางไฟลุกง่าย ใช้พัดมะพร้าวแตะน้ำมันผสมไข่ทากระทะกันแป้งติด
สูตรแป้งนุ่มฟู (พักแป้ง 1 ชั่วโมง): แป้งข้าวเจ้า 1 กก. + แป้งหมี่ 200 กรัม + แป้งมัน 100 กรัม + น้ำตาลโตนด 500 กรัม + น้ำตาลทราย 300 กรัม + น้ำเปล่า 1 กก. + เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ + ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ (ผสมให้เข้ากัน ไม่เหนียวหรือเหลวเกินไป)
การละเลงและห่อ: ตักแป้ง 1 จวักลงกระทะ ร่อนเป็นแผ่นบาง ปิดฝา พอขอบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลให้พลิกอีกด้าน เมื่อสุกดีนำขึ้นมาโรยมะพร้าวทึนทึกคลุกเกลือ แล้วม้วนเป็นวงกลม
สัมผัสแรกของขนมปำจี่คือความกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานกลิ่นน้ำตาลโตนด ตัดกับความมันเค็มของมะพร้าวสดอย่างลงตัว กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยและฝึกสมาธิในการทำขนม แต่ยังสร้างความภูมิใจให้ปราชญ์ชุมชน และจุดประกายให้เด็กๆ ต่างพื้นที่ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการตั้งรับและเคารพการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติร่วมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











