back
กมธ.กระจายอำนาจผนึกกมธ.ป.ป.ช. ลุยสาวเครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น จี้สอบเส้นเงินให้ถึงตัวบงการใหญ่ ดักคออย่าตัดตอนจบแค่คนซื้อ เชื่อคดีนนทบุรี 4.5 พันล.เกินระดับอธิบดีแน่ ลั่นปชป.ชูเพลงดาบฝ่ายค้านเต็มที่
14 ส.ค. 2569 08:08
View: 254

The Journalist
ตรัง-กมธ.กระจายอำนาจ ผนึก กมธ.ป.ป.ช. ลุยสาวเครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น จี้สอบเส้นเงินให้ถึงตัวบงการใหญ่ ดักคออย่าตัดตอนจบแค่คนซื้อ เชื่อคดีนนทบุรี 4.5 พันล้าน เกินระดับอธิบดีแน่ เผยปชป.เกาะติด ชูเพลงดาบฝ่ายค้านเต็มที่ ชี้ปรากฎกาณณ์ลาออกหนีตาย แค่กลัวเสียชื่อ แต่ไม่ช่วยพ้นผิด
.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดตรัง นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนในฐานะ รองประธานกมธ. ขอแจ้งความกังวลของกมธ.เกี่ยวกับประเด็นที่สังคมจับตาให้ความสนใจในขณะนี้ คือการเปิดเผยรายชื่อผู้สมควรถูกถอดถอนออกจากการบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่คณะกรรมการฯซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลได้สรุปผลสอบออกมาแล้วภายหลังมีการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งมโหฬาร ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ กระทบภาพลักษณ์ โดยเฉพาะทำลายความเชื่อถือศรัทธาในสายตาพี่น้องประชาชน โดยความคืบหน้าในขณะนี้กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) ได้ส่งรายชื่อจำนวน 5 พันกว่ารายชื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ไปยังปลายทางที่มีการบรรจุ เพื่อให้คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น(ก.) ในแต่ละพื้นที่ดำเนินการพิจารณาถอดถอนตามบัญชีรายชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นรายชื่อผู้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นเพียงปลาตัวเล็กเท่านั้น
.
นายกฤตย์อิชย์ กล่าวว่าอีกว่า สำหรับกรณีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ที่มีการทยอยลาออกของข้าราชการที่ได้รับการบรรจุใหม่ในหลายพื้นที่ที่มีกระแสข่าวการทุจริตสอบ ตนบอกว่าเป็นการตัดสินใจของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบเข้าที่เกิดความกลัวและกังวลว่าตัวเองจะถูกถอดถอนจนมีประวัติติดตัว จึงชิงลาออกเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตามความผิดนั้นสำเร็จแล้วในทางความรับผิดชอบทางกฎหมายจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
.
นายกฤตย์อิชย์ กล่าวว่า ตนยืนยันการทำหน้าที่ในฐานะรองประธานกมธ. ที่จะขอติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะห่วงว่าจะมีการตัดตอนให้จบเพียงแค่ผู้จ่ายเงิน จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องว่า ต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด และจะต้องสาวไปให้ถึงตัวใหญ่ระดับสั่งการให้ได้ อย่างเช่นกรณีการจับกุมที่จังหวัดนนทบุรี 3 พันกว่ารายชื่อ โดยคิดเป็นมูลค่าเรียกรับผลประโยชน์ 4.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นปฐมบทแรก ของการเปิดโปงสืบสาวเรื่องนี้ ซึ่งจากตัวเลขผลประโยชน์ดังกล่าวเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจบอยู่เพียงแค่ระดับอธิบดีกรมสถ. และเชื่อว่าจะมีตัวการใหญ่ระดับสูงอยู่เบื้องหลังเหนือกว่านั้นแน่นอน ซึ่งรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมาไปให้ถึงปลายทาง เพื่อกู้ความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนให้กลับคืนมา
.
”เรื่องนี้กมธ. กระจายอำนาจฯได้จับมือร่วมกับกมธ.ปปช. เดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นแล้ว โดยได้ประชุมร่วมกันมาแล้วครั้งหนึ่ง และจะติดตามตรวจสอบต่อไป รวมทั้งการทำหน้าที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน โดยพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เอง ก็ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ และยืนยันว่าเรา จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนเลือกเรามาเป็นผู้แทนฯ“รองประธานกมธ.การกระจายอำนาจกล่าวทิ้งท้าย
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














