back

สภาเกษตรกร 3 จังหวัดผนึกกำลัง จี้รัฐแก้ “โลหะหนักปนเปื้อน” ลำน้ำกก-รวก-สาย-โขง หวั่นกระทบเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหาร

10 ส.ค. 2569 19:07 View: 167
author profile image
ณฐมน แก้วพิทูล
สภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลำพูน พร้อมเครือข่ายเกษตรกรและภาควิชาการ ร่วมประชุมหารือเชิงวิชาการถึงแนวทางป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผลกระทบจากการปนเปื้อนโลหะหนักในลำน้ำกก ลำน้ำรวก ลำน้ำสาย และแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม โดยมีหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรและเครือข่ายเกษตรกรจากทั้ง 3 จังหวัดเข้าร่วม ณ ห้องประชุมสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 การประชุมมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตร ทั้งการปลูกพืช ปศุสัตว์ และประมง ตลอดจนแนวทางเฝ้าระวังและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลผลิตของเกษตรกรก่อนออกสู่ตลาด ในส่วนของภาควิชาการ ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการและอาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสถานการณ์และผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ รวมถึงประเด็น การนำเข้าแร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณและประเภทของแร่ที่มีการนำเข้า เพื่อให้ที่ประชุมเห็นภาพของปัญหาในมิติที่กว้างกว่าการปนเปื้อนในแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียว ขณะที่ประเด็นสำคัญที่มีการเสนอในที่ประชุม คือ การตรวจรับรองผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยเฉพาะพืชที่กำลังจะเก็บเกี่ยวและออกสู่ตลาด หากมีการตรวจวิเคราะห์แล้วพบว่าค่าการปนเปื้อนไม่เกินมาตรฐาน ควรมีระบบรับรองหรือ “Stamp” เพื่อยืนยันความปลอดภัยให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตออกจำหน่ายได้ ลดผลกระทบจากการเหมารวมว่าพืชผลจากพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดไม่ปลอดภัย ที่ประชุมยังตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของการเผยแพร่ข้อมูลผลตรวจสารปนเปื้อนในผลผลิต โดยยกกรณีพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการตรวจพบสารปนเปื้อนในพืชบางชนิด แต่ผลตรวจที่ดำเนินการก่อนหน้านั้นถูกนำมาแถลงข่าวในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลที่ล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและตลาดในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดหา ชุดตรวจสอบสิ่งแวดล้อม (Test Kit) สำหรับชุมชน โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำในเบื้องต้นได้อย่างต่อเนื่อง และหากพบความผิดปกติสามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว อีกประเด็นสำคัญคือ การจัดหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับภาคการเกษตร เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งที่มีความเสี่ยงปนเปื้อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมเสนอให้ศึกษาระบบกักเก็บและบริหารจัดการน้ำให้สามารถรองรับการทำเกษตรในระยะยาว ด้าน นายอุดม จันทร์ต๊ะวงศ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาสารปนเปื้อนในลำน้ำกก ลำน้ำรวก ลำน้ำสาย และแม่น้ำโขง ไม่ได้กระทบเฉพาะจังหวัดเชียงราย แต่ส่งผลต่อภาคเกษตรทั้งระบบ ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง โดยสิ่งที่ต้องการเห็นคือความมั่นคงและความยั่งยืนทางอาหารของพี่น้องเกษตรกร นายอุดมกล่าวว่า สภาเกษตรกรทั้ง 3 จังหวัดจะร่วมกันรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยเฉพาะข้อมูลผลตรวจสารปนเปื้อนในดิน น้ำ และผลผลิตทางการเกษตร เพื่อนำเสนอเข้าสู่สภาเกษตรกรแห่งชาติ ก่อนผลักดันต่อไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “สภาเกษตรกรเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเกษตรกรกับภาครัฐ” นายอุดมกล่าว พร้อมย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์หรือภาพลักษณ์ของหน่วยงานใด แต่ต้องการให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมาเป็นเวลานานได้รับการดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ด้าน นายวิชิต กลิ่นทอง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการหารือพบว่าสถานการณ์สารปนเปื้อนมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งด้านการเกษตรและการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาขยายตัวในอนาคต ขณะที่ นายนคร นิติประเสริฐ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดเชียงราย แต่เป็นปัญหาที่อาจส่งผลต่อจังหวัดอื่นตามแนวลุ่มน้ำโขง เนื่องจากแม่น้ำมีการไหลต่อเนื่องไปยังพื้นที่ปลายน้ำ จึงถือเป็นปัญหาระดับประเทศและระดับชาติ นายนครระบุว่า สภาเกษตรกรจะรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งหมดเสนอไปยังสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อผลักดันต่อรัฐบาล โดยมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การจัดระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังการปนเปื้อนในดิน น้ำ และสินค้าเกษตรอย่างเข้มแข็ง การเปิดเผยข้อมูลให้เกษตรกรรับทราบ และการจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งที่มีการปนเปื้อน ทั้งนี้ สภาเกษตรกรทั้ง 3 จังหวัดเห็นร่วมกันว่า การแก้ปัญหาต้องดำเนินการควบคู่กันทั้ง การแก้ไขที่ต้นเหตุ การตรวจสอบและเฝ้าระวัง การสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส การรับรองผลผลิตที่ปลอดภัย การเยียวยาเกษตรกร และการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร ผู้บริโภค และตลาดสินค้าเกษตรในพื้นที่ ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำไปจัดทำเป็นข้อมูลและข้อเรียกร้องของภาคเกษตรกร ก่อนเสนอต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ และผลักดันไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง