back
กมธ.กระจายอำนาจฯ ยกคณะดูงานจัดการขยะทน.ตรัง “หมอรักษ์” แจงละเอียดยิบ ไม่สบายใจปมขอใช้ที่ดิน ไม่กล้าเดินต่อหากสภาอบต.บางรักไม่อนุมัติ เชื่อมือผู้ว่าฯ-ท้องถิ่นจว. เคลียร์จบได้ โต้กระแสข่าวเตรียม TOR 280 ล. 4 แสนตัน ชี้ศักยภาพท้องถิ่นทำได้ไม่ถึง 200ล. ยอมรับยังไม่จบงานรายเก่า ส่งอสส.ตีความ RDF ส่วนเกิน
31 ก.ค. 2569 23:04
View: 424

The Journalist
ตรัง-กมธ.กระจายอำนาจฯ สภาผู้แทนฯ ยกคณะศึกษาดูงานจัดการขยะทน.ตรัง “หมอรักษ์” แจงครั้งแรก ละเอียดยิบ ไม่สบายใจปมขอใช้ที่ดิน ไม่กล้าเดินต่อหากสภาอบต.บางรักไม่อนุมัติ เชื่อมือผู้ว่าฯ-ท้องถิ่นจว. เคลียร์จบได้ เผยขั้นตอน สภาฯอนุมัติ-เสนอกรมที่ดิน-หารือ12หน่วยงาน-ชงบอร์ดมูลฝอยจว.เคาะ ถึงจะเดินหน้าจัดจ้างรายใหม่ได้ โต้กระแสข่าวเตรียม TOR 280 ล. กำจัด 4 แสนตัน ชี้ศักยภาพท้องถิ่นทำได้ไม่ถึง 200ล. ตัวเลข 4 แสนตันคือขยะเก่า-ใหม่ทั้งบ่อ ยอมรับยังไม่จบงานรายเก่า ส่งอสส.ตีความ RDF ส่วนเกิน 2 หมื่นตัน เป็นของใคร? สส.เขต 1 พูดแทน ชาวบ้าน น้อยเนื้อต่ำใจไร้การเหลียวแลผลกระทบ ฝากคุยกับสภาอบต.บางรักก่อน หวั่นเจอคว่ำ MOU รอบสอง วุ่นแน่ รองปธ.กมธ. เชื่อ เดินหน้าต่อได้ ชงเรื่องกมธ.ชุดใหญ่พิจารณา ลั่นขอติดตามใกล้ชิด
.
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมเมขลา ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครตรัง นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง เขต 3 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกมธ. รวมทั้งนายเอกพล ณ พัทลุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง เขต 1 ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครตรัง โดยรับฟังการบรรยายสรุปการจัดการขยะโดยวิธีเชิงกลชีวภาพ หรือ MBT จาก น.พ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง
.
โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะจาก นายกเทศมนตรีนครตรัง โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักการช่าง นำโดยนายสุวิทย์ มักคุ้น ผู้อำนวยการสำนักการช่าง ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก่อนคณะจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ่อกำจัดขยะทุ่งแจ้ง เพื่อรับฟังข้อมูลการบริหารจัดการขยะ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการขยะ โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อเสนอแนะ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
.
น.พ.รักษ์ กล่าวชี้แจงว่า ยอมรับว่าสิ่งที่ตนไม่สบายใจมากที่สุด คือเรื่องการใช้ที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถ้าการใช้ที่ดินยังไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราจะเริ่มทำอะไรไม่ได้เลย หลังหนังสืออนุญาตใช้ที่ดินบ่อขยะทุ่งแจ้งหมดอายุไปแล้วเมื่อปี2564 ยืนยันว่าทางเทศบาลนครตรังพยายามแก้ไขปัญหาสุญญากาศบ่อขยะทุ่งแจ้งในปัจจุบันอย่างเต็มที่ โดยเมื่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มีหนังสือคำสั่งมายังเทศบาลฯเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้ดำเนินการเปิดรับขยะต่อ รวมทั้งท่านท้องถิ่นจังหวัดตรัง ที่เข้ามาช่วยประสานงานระหว่างเทศบาลกับอบต.บางรักเจ้าของพื้นที่ ในเรื่องการขอใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง วันนี้เราก็ดำเนินการชั่วคราวเพื่อบรรเทาปัญหาไปก่อน โดยขยะที่รับมาทั้งของทน.ตรังเอง และคลัสเตอร์ 26 อปท. ยังคงอยู่ที่120ตัน/วัน ยอมรับว่าเราทำได้เพียงเกลี่ยและฝังกลบไปจนกว่าจะดำเนินการจัดจ้างผู้มาดำเนินการได้ ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้เป็นของเทศบาลฯซึ่งมีปีละ 15 ล้านบาท แต่เราไม่อยากใช้งบในส่วนนี้ถ้าไม่จำเป็น
.
นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวอีกว่า นอกจากสุญญากาศเรื่องการขอใช้ที่ดินแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจรับงานงวดสุดท้ายของผู้รับจ้างรายปัจจุบัน งวดงานที่ 23 ซึ่งในสัญญาระบุไว้ที่จัดการขยะ 2.6 แสนตัน วงเงินเดิมคือ 190 ล้านบาท แต่มีการคำนวณปริมาณ RDF ที่ผ่านกระบวนการบำบัดตามระบบ MBT แล้ว ตามสัญญาจำนวน 3.8 หมื่นตัน โดยนำ RDF ที่ผลิตได้ ให้ผู้รับจ้างนำไปขายเพื่อแลกกับการปรับลดมูลค่างาน จึงเหลือต้องใช้งบจัดจ้างที่ 178 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีปัญหาไม่ตรงกันเรื่องการตีความ เพราะ RDF ที่ได้ในส่วนของ 3.8 หมื่นตันตามสัญญาแนบท้าย ได้ดำเนินการครบและขนย้ายออกเรียบร้อยแล้ว แต่มี RDF ส่วนเกินอยู่เกือบ 2 หมื่นตัน ซึ่งยังเห็นไม่ตรงกันระหว่างผู้รับจ้าง สำนักการช่าง และ พัสดุ ว่าเป็นทรัพย์สินของใคร โดยผู้รับจ้างตีความว่าส่วนเกินจากสัญญานั้น เป็นทรัพย์สินของเทศบาล ขณะที่หน่วยงานเทศบาลมองว่าเป็นของผู้รับจ้างซึ่งต้องขนออกไป เรื่องนี้จึงมีการส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดตีความ ซึ่งหากผลออกมาเป็นเช่นไร ก็ต้องดำเนินการตามนั้น แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดจ้างรายใหม่ในวันข้างหน้า เพราะในส่วนของข้อถกเถียงนี้ ก็ดำเนินการไป การจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ก็ดำเนินการไป เป็นคนละส่วนกัน
.
น.พ.รักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ MOU รอบใหม่เราได้ร่วมกันร่างระหว่างเทศบาลนครตรัง และสภาอบต.บางรัก เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาอบต.บางรัก หากสภาอบต.บางรักมีมติเห็นชอบใน MOU ขั้นตอนต่อไป คือ 1.เทศบาลฯจะนำเรื่องส่งไปยังกรมที่ดิน 2.นำเรื่องเสนอขอความเห็นจาก 12 หน่วยงาน 3.จากนั้นนำเรื่องเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล จังหวัดตรัง ที่มีท้องถิ่นจังหวัดเป็นเลขาฯคณะกรรมการฯ พิจารณาอนุมัติ เมื่อคณะกรรมการฯอนุมัติแล้ว เทศบาลฯจึงจะสามารถเดินหน้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ตามระเบียบ
.
“ส่วนกระแสข่าวว่ามีการเตรียมร่าง TOR รอบใหม่วงเงินงบประมาณสูงถึง 280 ล้านบาท เพื่อจ้างจัดการขยะดิบ 4 แสนตัน ด้วยวิธีการตั้งงบผูกพันข้ามปีงบประมาณต่อเนื่อง 2 ปีนั้น เป็นเพียงกระแสข่าวในโซเชี่ยล แต่ที่มีการพูดถึงตัวเลข 4 แสนตัน 280 ล้านบาทนั้น อาจจะมาจากการตีความการคำนวณปริมาณขยะที่อยู่ในบ่อขยะทุ่งแจ้งทั้งขยะเก่าที่ฝังกลบมายาวนานแล้ว และขยะนำเข้าใหม่รวมกัน ซึ่งคำนวณออกมาราว 4 แสนตัน แต่คิดว่า TOR จัดจ้างรอบใหม่ไม่น่าจะใช้วงเงินงบประมาณเกิน 200 ล้านบาทแน่นอน เพราะเกินศักยภาพของท้องถิ่น ส่วนตัวเลขการดำเนินการ 2 ปี น่าจะมาจากในการกระชุมคณะกรรมการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล จังหวัดตรัง ครั้งหนึ่ง ท่านผู้ว่าฯได้สอบถามทางอบจ.ตรัง เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ โดยอบจ.ตรังได้ตอบว่า ภายใน 2 ปีน่าจะแล้วเสร็จ ทางทน.ตรังจึงยึดกรอบเวลาตรงนั้นมาประมาณการระยะเวลาการจัดการขยะบ่อทุ่งแจ้ง เพราะเมื่อโรงไฟฟ้าพลังงานขยะของอบจ.ตรังแล้วเสร็จ งานจัดการขยะของทน.ตรังก็จะยุติลง บ่อขยะทุ่งแจ้งก็จะปิดตัวลงทันที ซึ่งเราเผื่อเวลาไว้เพิ่มคือ ภายใน 4 ปีนับจากนี้” นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวชี้แจง
.
ขณะที่นายเอกพล ณ พัทลุง ส.ตรัง เขต 1 กล่าวว่า อยากฝากไปยังเทศบาลนครตรังและผู้เกี่ยวข้องว่า ชาวบ้านรอบๆบ่อขยะมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาตลอด ว่าไม่มีใครมาเหลียวแลผลกระทบ นี่คือสิ่งที่ตนลงพื้นที่ไปสัมผัสและอยากสะท้อนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเทศบาลนครตรัง ว่าใน MOU ฉบับใหม่ที่ร่างกันอยู่นี้ ให้คำนึงถึงชาวบ้านด้วย รวมทั้งอยากให้เทศบาลฯ ไปคุยกันให้เข้าใจกับสภาอบต.บางรักก่อนในรอบนี้ เพราะถ้าสภาฯไม่รับ MOU อีกเป็นครั้งที่ 2 จะเกิดปัญหาติดขัดการใช้พื้นที่ตามมาอีก
.
ด้านนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนในฐานะรองประธานกมธ. การลงพื้นที่ดูการบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครตรังครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความสนใจของตน เพราะเป็นจังหวัดบ้านเกิด และท้องถิ่นกับการจัดการขยะ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ สำหรับปัญหาสุญญากาศในการจัดการ เมื่อได้ฟังคำชี้แจงจากนายกเทศมนตรีนครตรัง และเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ลงพื้นที่ดูด้วยตัวเอง เชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินหน้าต่อได้ ทั้งนี้ ตนจะนำผลศึกษาดูงานที่ได้ในวันนี้ นำหารือต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อนำไปเป็นโมเดลในการบริหารจัดการขยะของท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ และโดยส่วนตัวก็จะติดตามการแก้ไขปัญหาขยะของเทศบาลนครตรังอย่างใกล้ชิดต่อไป
.
นักข่าวพลเมืองประจำจังหวัดตรัง รายงานด้วย ว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากจากกรณีได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ประกอบด้วย ชุมชนหมู่ที่ 1 , 3 และ หมู่ที่ 5 ประชากรรวมหลายพันคน ซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ่อกำจัดขยะของเทศบาลนครตรัง หรือ บ่อขยะทุ่งแจ้ง ตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง ว่า ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหากลิ่นขยะเหม็นรบกวน ปัญหาน้ำเสียที่ไหลลงมาจากบ่อขยะ โดยเฉพาะปัญหาฝูงแมลงวันระบาดจากบ่อขยะสู่ชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ 5 ซึ่งอยู่ใกล้กับบ่อขยะมากที่สุด
.
โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจ พบว่าบริเวณใกล้กับบ่อขยะมีกลิ่นเหม็นรบกวนค่อนข้างรุนแรงจริง และกลิ่นเหม็นได้ลอยตามลมมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน รวมทั้งปัญหาน้ำเน่าเสียจากบ่อขยะที่ซึมออกมาในช่วงฤดูฝนนี้ แต่ที่ต้องตกใจคือภาพกองทัพแมลงวันจำนวนมากลงมารวบกวนชาวบ้านในชุมชน จนทุกครัวเรือนใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างยากลำบากจากการรบกวนของฝูงแมลงวัน ชาวบ้านจึงต้องนำแผ่นกาวดักแมลงวันมาคอยดักจับ วันละนับ 10 แผ่นก็ยังไม่พอกับปริมาณแมลงวันที่แพร่ระบาดและรบกวนอย่างหนัก หลายบ้านทั้งผู้ใหญ่และเด็กต้องนอนในมุ้ง และไม่สามารถประกอบอาหารรับประทานได้ เนื่องจากมีแมลงวันรบกวนอยู่ตลอด หลายครั้งที่แมลงวันรุมตอมหรือล่นลงไปในภาชนะใส่อาหาร ก็ต้องเททิ้งทันที ทั้งนี้ สถานการณ์กลิ่นรบกวนและแมลงวันแพร่ระบาด ได้เริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา รวมกว่า 6 เดือนแล้ว
.
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องลิบง ศาลากลางจังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง แถลงปลดล็อกสุญญากาศบ่อขยะทุ่งแจ้งหลังเทศบาลนครตรังหมดสัญญาใช้พื้นที่กับองค์การบริหารส่วนตำบลบางรัก เจ้าของพื้นที่บ่อขยะ โดยระบุว่า ยืนยันในหลักการต้องดำเนินการต่อ เพราะแม้จะหมดสัญญาขอใช้พื้นที่ แต่ในแง่หลักการ คำสั่ง ระเบียบ กฎหมายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ได้สั่งแบ่งการจัดการขยะไว้เป็นคลัสเตอร์และไม่ได้มีคำสั่งยกเลิก อีกทั้ง คณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ถูกจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ก็ยังไม่เคยมีมติยกเลิกการดำเนินการบ่อขยะทุ่งแจ้งแต่อย่างใด
.
นายทรงกลด กล่าวต่อว่า ในส่วนของการทำประชาคมชาวบ้านในพื้นที่ ที่ทางสภาอบต.บางรักเคยมีมติไม่รับในหลักการนั้น รอบนี้ก็ไม่ต้องทำประชาคมใหม่ เพราะการทำประชาคมได้ดำเนินการไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว สภาอบต.บางรักสามารถประชุมซ้ำวิสามัญ อนุมัติตาม MOU ได้เลย โดยตนขอตรวจสอบ MOU ในเนื้อหาสาระ โดยเฉพาะการการดูแลสุขภาพประชาชนโดยรอบบ่อขยะก่อนนำเข้าสภาอบต.บางรักเร็วๆนี้ เพราะต้องเห็นใจประชาชนรอบๆบ่อขยะที่ต้องรองรับผลกระทบต่างๆ โดย จัดให้มีกองทุนดูแลสุขภาพ ตรวจสุขภาพ ผิวหนัง ตรวจปอด เป็นต้น เช่นตรวจ 2 เดือนครั้ง รวมถึงการดูแลด้านงานสาธารณะสุขต่างๆ โดยมอบหมายนายอำเภอเมืองตรัง เร่งไปเคลียร์ในส่วนนี้ และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทางเทศบาลนครตรังก็สามารถเตรียมยกร่าง TOR รอได้เลย เพื่อเดินหน้าจัดจ้างการจัดการขยะตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างได้ทันทีหลังสภาอบต.บางรักมีมติเห็นชอบใน MOU ส่วนปัญหาเร่งด่วนที่กระทบประชาชน อาทิ แมลงวัน อบต.บางรักมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องเข้าไปดูแลบรรเทาทุกข์ประชาชนอยู่แล้ว
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









