back
วากัฟ : ความดีที่ไม่สิ้นสุด รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี นำเสนออีกหนึ่งโมเดลต้นแบบจากไทยสู่เวทีนานาชาติที่มาเลเซีย
29 ก.ค. 2569 05:56
View: 18

Shukur Dina
วากัฟ : ความดีที่ไม่สิ้นสุด
รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี นำเสนออีกหนึ่งโมเดลต้นแบบจากไทยสู่เวทีนานาชาติที่มาเลเซีย
กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย — รองศาสตราจารย์ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการได้รับเกียรติเป็นวิทยากรในเวทีการประชุมวิชาการนานาชาติ International Waqf Da’wah Convention 2026 (IWDC 2026) ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ (KLCC) ประเทศมาเลเซีย โดยนำเสนอผลงานและบทเรียนอันทรงคุณค่าของการบริหารจัดการวากัฟในประเทศไทยสู่สายตาประชาคมโลก
บทนำ
การประชุม IWDC 2026 จัดขึ้นเพื่อระดมสมองและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้นำศาสนัก นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลก โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบวากัฟให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนงานเผยแผ่ศาสนา (ดะอ์วะฮ์) และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญระดับประเทศของมาเลเซียร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านนัซริน มุอิซซุดดีน ชาห์ แห่งรัฐเประ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด และ ดาโต๊ะ เสรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดการประชุม
คำนิยาม: "วากัฟ" คืออะไร?
> วากัฟ (Waqf) คือ การอุทิศทรัพย์สิน ทรัพย์ถาวร หรือที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของศาสนา โดยผลผลิตหรือผลประโยชน์ที่งอกเงยจากทรัพย์สินนั้น จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณประโยชน์และการกุศลในหนทางของอัลลอฮ์อย่างต่อเนื่อง โดยที่ตัวทรัพย์สินหลักจะยังคงอยู่และไม่สูญสลาย
>
คำว่าวากัฟจึงเปรียบเสมือน "ความดีที่ไม่สิ้นสุด" (Endless Charity) เนื่องจากผลบุญและประโยชน์ต่อสังคมจะยังคงไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้บริจาคจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม
ทำไมและอย่างไร: ความสำคัญและการบริหารจัดการ
ในยุคปัจจุบัน วากัฟไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสร้างมัสยิดหรือสุสานเท่านั้น แต่ได้ถูกยกระดับสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ผ่านระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย:
* ทำไมจึงต้องใช้วากัฟ? เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับองค์กรศาสนาและสถาบันการศึกษา ลดการพึ่งพาเงินบริจาคแบบครั้งคราว และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
* อย่างไรถึงจะยั่งยืน? ต้องอาศัยหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การบริหารทรัพย์สินโดยมืออาชีพ และการบูรณาการเข้ากับระบบการเงินอิสลาม เพื่อให้ทรัพย์สินวากัฟเติบโตและสร้างผลกำไรกลับมาสนับสนุนสังคมได้อย่างต่อเนื่อง
บทเรียนและการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย
ในการบรรยายหัวข้อ “Global Waqf for Da’wah: Best Practices and Sustainability Models” (Panel Session 2) รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี ได้นำเสนอโมเดลความสำเร็จและการประยุกต์ใช้วากัฟในประเทศไทย โดยเฉพาะบทบาทของ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาอิสลามวากัฟต้นแบบ ที่สะท้อนให้เห็นว่า:
* การศึกษาควบคู่ศาสนา: การใช้วากัฟเป็นฐานทุนในการขับเคลื่อนการศึกษา การพัฒนาเยาวชน และการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพออกสู่สังคม
* การพึ่งพาตนเอง: การสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากของชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ผ่านการบริหารจัดการทรัพย์สินวากัฟเพื่อสนับสนุนงานดะอ์วะฮ์และการช่วยเหลือสังคม
* การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: การเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับท้องถิ่นสู่เวทีภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการวากัฟของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
สรุป
การเข้าร่วมประชุมและขึ้นนำเสนอในเวทีระดับโลกของอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนีครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำศักยภาพของสถาบันการศึกษาอิสลามจากประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่า "วากัฟ" คือเครื่องมืออันทรงพลังในการพัฒนาสังคมมนุษย์ ขับเคลื่อนงานดะอ์วะฮ์ และสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงตามหลักการอิสลามภายใต้แนวคิด "From Southern Thailand to the Global Stage"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













