back

คนขอนแก่นทุกคนต้องได้เรียนหนังสือบ่มี

27 ก.ค. 2569 18:07 View: 36
author profile image
สุมาลี สุวรรณกร
ผ่าทางตันศึกษาขอนแก่น! ชง 5 นโยบายตั้ง 'สภาการศึกษาจังหวัด' ดึงเด็กหลุดระบบคืนห้องเรียนชีวิต ขอนแก่น – เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. วันที่ ๒๗ กรกฎาคม 2559 ที่ห้องประชุม wellness โรงแรมโฆษะ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น คณะทำงานภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น พร้อมภาคีเครือข่ายที่ทำงานขับเคลื่อนเรื่องการจัดการศึกษาจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ จัดเวทีสาธารณะเสวนาและระดมความคิดเห็นเพื่อผลักดัน "ขอนแก่นเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน" ชี้ปัญหาการศึกษาไทย พร้อมทางออกในการแก้ไขปัญหา โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินการกว่า ๓๐ องค์กร ### วิกฤตเด็กนอกระบบ-ถูกโยนออกจากโรงเรียน ในเวทีเสวนาระดมสมอง ตัวแทนภาคประชาสังคมและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้สะท้อนภาพปัญหาวิกฤตของเด็กในชุมชนแออัดและกลุ่มเปราะบาง โดย นายสุริยา สมใจ จากมูลนิ ธิเพื่อการพัฒนาเด็กบ้านลูกรัก ระบุว่า ปัจจุบันดูแลเด็กถึง 65 คน และเห็นว่าการส่งเด็กเข้าสถานสงเคราะห์ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะสร้างตราประทับ (Stigma) และทำให้เด็กขาดทักษะการใช้ชีวิตเมื่ออายุครบ 18 ปีที่เด็กต้องพ้นออกจากการดูแลแล้ว เด็กไม่มีที่ไป ไม่รู้จะไปไหน ควรใช้ศักยภาพของชุมชนในการดูแลมากกว่าที่จะต้องเอาไปไว้สถานสงเคราะห์ที่มีอยู่ ขณะที่ นางโยธิกา สิงหานาม จากชุมชนริมราง" ตัวแทนจากภาคีเครือข่ายคนริมทางรถไฟเมืองขอนแก่น กล่าวว่า กฎระเบียบในโรงเรียนมีมากมาย บางทีคนที่ด้อยโอกาสก็เข้าไม่ถึงอย่างค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทั้งค่าชุดนักเรียนหรือเครื่องแบบลูกเสือเนตรนารี กว่าลูกหลานคนขาดแคลนจะซื้อได้ครบก็ใช้เวลา รวมถึงการถูกบูลลี่และการกดดันจากรอบข้าง กลายเป็นปัจจัยหลักที่เหวี่ยงเด็กออกจากระบบ เมื่อเด็กหลุดไปแล้วการดึงกลับเข้าโรงเรียนทำได้ยากมากทำอย่างไรรัฐจะจัดการปัญหาตรงนี้ได้ ในขณะเดียวกัน น.ส. จันทิมาพร ชีวะสวัสดิ์ จากโรงเรียนริมราง กลุ่มอีสานจะเลิร์น ที่รวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาเด็กที่หลุดจากระบบของชุมชนริมรางรถไฟเมืองขอนแก่น และที่อื่น ๆ เสนอว่า การก่อตั้งโรงเรียนริมรางของกลุ่ม "อีสานจะเลิร์น" ได้ใช้นวัตกรรม "โรงเรียนมือถือ" และศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 นำเอาทักษะอาชีพและประสบการณ์ชีวิตจริงของเด็กมาเปลี่ยนเป็นวุฒิการศึกษา ยืดหยุ่นทั้งเวลาและสถานที่ ตอบโจทย์ชีวิตเด็กได้จริง เพราะเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่ ไม่ได้อยากกลับไปสู่ระบบ เพราะบางทีโรงเรียนไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการ แต่ทำอย่างไรจะทำให้พวกเขาสามารถเข้าไปสู่ระบบการเรียนรู้ได้สะดวก เข้าถึงง่ายและมีวุฒิการศึกษาเพื่อให้สามารถไปใช้ชีวิตนอกระบบและได้รับการยอมรับได้ ### รัฐขาดระบบส่งต่อ-ไร้เจ้าภาพหลัก ด้านนายบุญญฤทธิ์ จันทร ตัวแทน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น ยอมรับว่า แม้จะพยายามประสานงานช่วยเหลือ แต่การส่งต่อข้อมูลเด็กตกหล่นยังขาด "เจ้าภาพหลัก" ทำได้เพียงรายกรณี (Case-by-Case) อีกทั้งระเบียบข้อบังคับเรื่องความปลอดภัย เช่น การงดนำเด็กไปทัศนศึกษานอกสถานที่ กลายเป็นการปิดกั้นโอกาสเรียนรู้จริงของผู้เรียน ทั้งที่ขอนแก่นมีปราชญ์ชาวบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นจำนวนมากที่พร้อมเป็นศูนย์การเรียนรู้ ควรจะส่งเสริมตรงนี้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันและใช้พื้นที่เป็นฐานเรียนรู้ ส่วนนายกรชนก แสนประเสริฐ จากกลุ่มขอนแก่นมหานคร ที่ขับเคลื่อนเรื่องการกระจายอำนาจ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่คือส่วนกลางเป็นคนบังคับและกำหนดหลักสูตรมาให้เรียนรู้ โดยเสนอให้ขอนแก่นมีการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา เช่นเดียวกับโมเดลต่างประเทศทั้งฟินแลนด์ และญี่ปุ่น โดยให้ท้องถิ่นและชุมชนร่วมออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยมีการตั้งสภาการจัดการศึกษาท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่น ให้เข้ามามีบทบาทในเรื่องการศึกษาอย่างแท้จริง จากนั้นได้มีข้อสรุปในเวทีเสวนา คณะทำงานได้สังเคราะห์เป็น "5 ข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การจัดการศึกษาอย่างยั่งยืนของขอนแก่น" เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. ตั้ง "สภาการศึกษาจังหวัดขอนแก่น" กระจายอำนาจให้ อปท. และชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นที่ยืดหยุ่น สอดรับกับเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2. สร้างระบบหลักประกันการศึกษาและ One-Stop Center มีศูนย์ประสานงานรับ-ส่งต่อช่วยเหลือเด็กเปราะบางรายบุคคล เพื่อไม่ให้มีช่องว่าง "ส่งต่อแล้วหายไป" พร้อมลดค่าใช้จ่ายแฝงในโรงเรียน 3. ยกระดับแพลตฟอร์ม ผลักดันธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เทียบโอนประสบการณ์อาชีพเป็นวุฒิการศึกษา และใช้ Big Data ติดตามเด็กกลุ่มเปราะบาง 4. เปิดเมืองเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ทำแผนที่แหล่งเรียนรู้ คลังปราชญ์ชุมชน และปลดล็อกระเบียบทัศนศึกษา เพื่อใช้พื้นที่ในการเป็นแหล่งเรียนรู้กระจายทั้งจังหวัด ๕.พื้นที่ปลอดภัยอิงฐานชุมชน แก้ปัญหาด้วยชุมชนเป็นฐาน มีพื้นที่การเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพื่อให้คนในชุมชนได้ออกแบบจัดการเรียนรู้ร่วมกัน โดยหัวใจหลักในการจัดการเรียนรู้คือ "เด็กทุกคนคือของขวัญ"บูรณาการข้อมูล เพิ่มอำนาจท้องถิ่น ดึงเอาเทคโนโลยี ภูมิปัญญา สู่การจัดการศึกษา "อิ่มท้อง อิ่มใจ และมีอนาคต" สำหรับการจัดเวทีสาธารณะในครั้งนี้ดำเนินการโดยภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น ที่ได้กำหนดขับเคลื่อนประเด็นสาธารณสุขประเด็นทั้งเรื่องของปัญหาเกษตรกร การกระจายอำนาจ การขับเคลื่อนเมืองสุขภาพดี เรื่องภัยพิบัติ เรื่องการอยู่ดีมีสุขและเรื่องอื่นๆโดยมีทั้งหมด 10 ประเด็น นอกจากนั้นยังมีการขับเคลื่อนประเด็นมุ่งเป้าในเรื่องของรองรับสังคมสูงวัยและเรื่องของแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองขอนแก่น. #ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น #ขอนแก่นเมืองแห่งการเรียนรู้ #การจัดการศึกษา #เปราะบาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง