back

รอ..ไม่ไหวแล้ว! นัดชุมนุมใหญ่กดดันที่ปากพนังวันนี้ เกษตรกรโอดหายใจรวยริน ลุ้น 30วันเจรจามาเลฯปลดล๊อกนำเข้ากุ้งไทย จี้รบ.ออกมาตรการพยุงราคาด่วน ก่อนล้มทั้งระบบแน่

3 ก.ค. 2569 04:36 View: 229
author profile image
The Journalist
ตรัง-รอ..ไม่ไหวแล้ว! นัดชุมนุมใหญ่กดดันที่ปากพนังวันนี้ เกษตรกรโอดหายใจรวยริน ลุ้น 30วันเจรจามาเลฯปลดล๊อกนำเข้ากุ้งไทยหลังราคาดิ่งแหลก จี้รบ.ออกมาตรการพยุงราคาด่วน ก่อนล้มทั้งระบบแน่ . เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้รับข้อมูลจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่จังหวัดตรัง ว่า ขณะนี้กำลังประสบกับปัญหากุ้งราคาตกต่ำอย่างรุนแรง อันมีสาเหตุหลักจากกรณีที่ประเทศมาเลเซียงดนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ตลอดจนต้นทุนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะราคาน้ำมันที่จำเป็นต้องใช้เติมเครื่องตีเพื่อเพิ่มออกซิเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องเร่งจับกุ้งขายในราคาขาดทุน เพราะยื้อต่อไม่ไหว หลายรายต้องหยุดเลี้ยงชั่วคราว . โดยนายมานิตย์ อินทองปาน ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดตรัง อดีตประธานสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเจรจากับประเทศมาเลเซียเกี่ยวกับการนำเข้ากุ้ง ซึ่งมีรายงานว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 30 วันกว่าจะได้ข้อสรุปนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ความเสี่ยงในการประกอบอาชีพก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ปัจจุบันในพื้นที่ภาคใต้ยังประสบปัญหาฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งและการบริหารจัดการฟาร์ม ทำให้เกษตรกรขาดความมั่นใจต่อทิศทางตลาดในอนาคต ไม่แน่ใจว่าจะควรปล่อยลูกกุ้งเพิ่มหรือไม่ และไม่ทราบว่าตลาดจะเป็นไปในทิศทางใด . นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่จึงตัดสินใจชะลอการลงลูกกุ้ง มีเพียงบางฟาร์มที่ยังดำเนินการต่อเพื่อประคองธุรกิจและรักษาทรัพย์สินภายในฟาร์ม โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนเพิ่มเติม และรอดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ดังนั้นในช่วงเวลาที่มาเลเซียยังชะลอการให้คำตอบเป็นเวลา 1 เดือน รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพราะปัจจุบันผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ หากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเลิกกิจการ และเกษตรกรรายย่อยจะสูญเสียเงินทุนในการประกอบอาชีพ . “ขณะนี้กำลังใจของผู้เลี้ยงกุ้งอยู่ในภาวะย่ำแย่ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลให้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และทำงานเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อประคองธุรกิจการเลี้ยงกุ้งของไทยให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในนามตัวแทนเกษตรกร ขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งของประเทศไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้”นายมานิตย์ กล่าว . นายมานิตย์ กล่าวว่า ตนในนามตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ได้รับทราบข่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปเจรจากับประเทศมาเลเซีย ในประเด็นการส่งออกกุ้งไทยไปยังมาเลเซีย และการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียมายังประเทศไทย ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่ก็ยังต้องติดตามผลการเจรจาอย่างใกล้ชิด เพราะทราบว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน จึงจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน ในช่วงระยะเวลา 30 วันนี้ อยากขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการพยุงราคากุ้ง การประกันราคา การลดต้นทุนการผลิต ทั้งค่าอาหารกุ้ง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และปัจจัยการผลิตต่างๆ หรือออกมาตรการผ่อนปรนที่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาภาระของเกษตรกรในช่วงรอผลการเจรจา เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรมีต้นทุนที่สูงมาก อีกทั้งพื้นที่ภาคใต้ยังเผชิญกับฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งและเพิ่มความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ ทำให้เกษตรกรขาดความมั่นใจในการวางแผนการเลี้ยงกุ้งในระยะต่อไป และยังคงรอความชัดเจนจากรัฐบาล . นายมานิตย์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ขณะนี้หลายฟาร์มเลือกที่จะปล่อยลูกกุ้งเพียงเล็กน้อย เพื่อประคองธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้ รักษาอุปกรณ์ภายในฟาร์มให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และยังคงมีการจ้างงานให้แรงงานในฟาร์มได้มีรายได้ต่อไป จึงอยากขอวิงวอนรัฐบาลให้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในช่วง 30 วันนี้ เพราะหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากต้องเลิกกิจการ ส่งผลกระทบต่อทั้งเกษตรกรและห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งของประเทศ ขอให้รัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและรวดเร็ว เพื่อให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งของไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน . รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้(3ก.ค.69) จากสถานการณ์ราคากุ้งตกต่ำอย่างรุนแรงยาวนานที่เกิดขึ้น เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ ได้นัดชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องการแก้ปัญหาจากรัฐบาลที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช อีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเกษตรกรจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าร่วมชุมนุม เพื่อเป็นการกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง มากกว่าที่ผ่านมา ///