back

ผู้ว่าร้อยเอ็ดประกาศอีก 3 ปีปลอดพยาธิใบไม้ตับ

2 ก.ค. 2569 14:08 View: 3
author profile image
สุมาลี สุวรรณกร
ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ดลั่นล้างบาง “พยาธิใบไม้ตับ” ให้สูญพันธุ์ใน 3 ปี! ชูเป้าลดตายมะเร็งท่อน้ำดี 50% สั่งเบรกความเชื่อผิดๆ “บีบมะนาว-ใส่มดแดง” ไม่ช่วยให้สุก จังหวัดร้อยเอ็ดเปิดศึกใหญ่ท้าชนโรคยอดฮิตคนอีสาน นายชัชวาล เบญจศิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด จับมือสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมกับแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส.ประกาศวาระสำคัญระดับภูมิภาค ตั้งเป้าภายใน 3 ปี (ปี 2572) จังหวัดร้อยเอ็ดจะต้องปลอดพยาธิใบไม้ตับ “ไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว” พร้อมกางโรดแมปปี 2570 ต้องลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีลงให้ได้ 50% เมื่อเวลา 11 :00 นวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด ในงานมหกรรมคนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี นายชัชวาล เบญจศิริวงศ์ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตัวอันตรายที่สุดที่เป็นพาหะหลักของพยาธิใบไม้ตับคือ “ปลาเกล็ดขาว”หรือปลาตะเพียนน้ำจืด ซึ่งชาวบ้านยังคงนิยมนำมารับประทานดิบๆ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการกินที่แฝงความเชื่อแบบผิดๆ ที่สืบต่อกันมา "หลายคนยังเชื่อว่าการบีบมะนาว หรือการใส่มดแดงลงไปในก้อยปลาดิบ จะช่วยทำให้เนื้อปลาสุกและฆ่าพยาธิได้ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้สุกจริง พยาธิยังไม่ตาย และเมื่อเราทานเข้าไป พยาธิใบไม้ก็จะเข้าไปฝังตัวเติบโตอยู่ในตับของเรา โดยขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีของจังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ที่ปีละ 400 คนซึ่งในปี 2570 นี้ทางจังหวัดตั้งเป้าที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือแค่เพียง 200 คนหรือ 50% ให้ได้ นอกจากนั้นภายในอีก 3 ปีจังหวัดร้อยเอ็ดตั้งเป้าที่จะไม่ให้มีพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่เลยแม้แต่ตัวเดียว"ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด กล่าวเตือนด้วยความห่วงใย นายแพทย์กิตติศักดิ์ พนมพงศ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกถึงความน่ากลัวของโรคนี้ว่า พยาธิใบไม้ตับสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ยาวนานตั้งแต่ 7 ถึง 20 ปีโดยไม่แสดงอาการแต่จะค่อยๆ ก่อตัวจนกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตหากตรวจเจอในระยะพยาธิรักษาง่ายมาก แค่กินยาถ่ายพยาธิก็หายขาดแน่นอน หากปล่อยไว้จนเป็นมะเร็งท่อน้ำดีโอกาสรักษาหายยากมาก ค่าใช้จ่ายสูง ในอดีตคนไข้มักมาหาหมอเมื่อมีอาการหนักแล้ว (ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต ก้อนซมขนาดใหญ่ 9 เซนติเมตรขึ้นไป) ซึ่งกระจายไปอวัยวะอื่นแล้ว ทำให้ศัลยแพทย์ผ่าตัดเยียวยาได้ยาก "ผ่าก็ตายไม่ผ่าก็ตาย" อยู่ต่อได้ไม่เกิน 3-5 เดือน "อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรงพยาบาลร้อยเอ็ดมีศักยภาพการรักษาที่ดีขึ้นมาก โดยมีอัตราการรอดชีวิต (Survival Rate) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50% ภายใต้แนวคิด "เจอเร็ว รักษาได้" และปฏิวัติการคัดกรองแนวใหม่ ชูสถิติน่าตกใจ "หนองพอก" เสี่ยงสูงถึง 81% และเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายให้สำเร็จ จังหวัดร้อยเอ็ดได้ร่วมมือกับพี่น้อง อสม. ในการลงพื้นที่ปูพรมคัดกรองกลุ่มเป้าหมายอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเปลี่ยนจากวิธีตรวจอุจจาระแบบเดิมที่ทำได้ยาก มาเป็นการใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดคือ ชุดตรวจปัสสาวะ OV ATK ง่ายและสะดวกมาก คล้ายกับการตรวจโควิด เพียงแค่ใช้ปัสสาวะมาทดสอบ หากติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับก็จะขึ้น 2 ขีด ทำให้สามารถจ่ายยาฆ่าพยาธิให้คนไข้รับประทานได้ทันที ยอดคัดกรองล่าสุด ตรวจสอบด้วย OV ATK แล้วจำนวน 5,874 ราย พบผลติดเชื้อ สูงถึงประมาณ 30% เป้าหมายปีนี้ ตั้งเป้าปูพรมตรวจคัดกรองให้ได้ 100,000 ราย จากกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด 300,000 คนพื้นที่วิกฤตอำเภอหนองพอก พบสถิติอัตราความเสี่ยงสูงลิ่วถึง 81% ขณะที่ อำเภอโพนทรายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่หลักที่มีการตรวจพบพยาธิเป็นจำนวนมากและกำลังเร่งรณรงค์อย่างต่อเนื่อง"นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าว .
ข่าวที่เกี่ยวข้อง