back

“อุ้มผาง” ผนึกทุกภาคส่วน เดินหน้าแก้ปัญหาสถานะบุคคลกลุ่มคนไทยตกหล่น-เด็กเลข G ผ่านคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่

23 มิ.ย. 2569 21:31 View: 58
author profile image
ชวลิต สจ.มอไซต์
“อุ้มผาง” ผนึกทุกภาคส่วน เดินหน้าแก้ปัญหาสถานะบุคคลกลุ่มคนไทยตกหล่น-เด็กเลข G ผ่านคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ การเขียน ตาก – เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. นายมาโนช โพธิ์เนียม นายอำเภออุ้มผาง พร้อมด้วยนายเสนีย์ แก้วมณี หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เข้าร่วมการบรรยายและประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครองส่วนกลาง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล เครือข่ายเยาวชนชาติพันธุ์เพื่อการพัฒนา (EYDN) และคลินิกกฎหมายอุ้มผาง ในกิจกรรม “คลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ครั้งที่ 4” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2569 ณ อุ้มผางบุรีรีสอร์ท และที่ว่าการอำเภออุ้มผาง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ไขปัญหากลุ่มคนไทยที่ตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎร รวมถึงกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ซึ่งยังประสบปัญหาด้านสถานะบุคคลและการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายภาคประชาชน ที่มุ่งบูรณาการการทำงานเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร การพิสูจน์สถานะบุคคล ตลอดจนการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บุคคลที่มีปัญหาดังกล่าวสามารถเข้าสู่กระบวนการรับรองสิทธิและสถานะได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายมาโนช โพธิ์เนียม นายอำเภออุ้มผาง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เนื่องจากประชาชนที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎรหรือเด็กที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ยังคงประสบปัญหาในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิทางการศึกษา การรักษาพยาบาล และสวัสดิการของรัฐ การจัดคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการนำบริการและการช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ด้านผู้แทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่า ปัญหาสถานะบุคคลเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดน การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถลดจำนวนผู้ที่ตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎรได้ในระยะยาว สำหรับการออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ครั้งที่ 4 นอกจากการประชุมและการบรรยายให้ความรู้แล้ว ยังมีการเปิดให้คำปรึกษา รับคำร้อง ตรวจสอบข้อมูลเอกสาร และประสานการดำเนินการด้านกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและได้รับการรับรองสถานะบุคคลอย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางสังคมในพื้นที่อำเภออุ้มผางอย่างยั่งยืน ชวลิต หากต้องการสำนวนข่าวแบบเข้มข้นสไตล์ข่าวภูมิภาค หรือเน้นประเด็นสิทธิมนุษยชนและชนกลุ่มน้อย สามารถปรับเพิ่มเ ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทดูอาอ์ภาษา อาหรับ มลายูและภาษาไทยต้นปีฮิจเราะห์ 1448 (โดยบาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ) ในชาวปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงหลายพันคน รวมพลังละหมาดฮาญัต ขอพรดลบันดาลสันติภาพสู่ชายแดนใต้ที่ยั่งยืน ย้ำแตกต่างแต่ไม่แตกแยก
20 มิ.ย. 2569 21:38
author profile image
Shukur Dina

บทดูอาอ์ภาษา อาหรับ มลายูและภาษาไทยต้นปีฮิจเราะห์ 1448 (โดยบาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ) ในชาวปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงหลายพันคน รวมพลังละหมาดฮาญัต ขอพรดลบันดาลสันติภาพสู่ชายแดนใต้ที่ยั่งยืน ย้ำแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

บทดูอาอ์ภาษา อาหรับ มลายูและภาษาไทยต้นปีฮิจเราะห์ 1448 (โดยบาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ) ในชาวปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียงหลายพันคน รวมพลังละหมาดฮาญัต ขอพรดลบันดาลสันติภาพสู่ชายแดนใต้ที่ยั่งยืน ย้ำแตกต่างแต่ไม่แตกแยก เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี (อ่านข่

View: 154
Like: 1
Comment: 0