back
ชาวนาป่าแดดร้องทุกข์ ถูกผู้รับเหมาช่วงรถไฟเบี้ยวจ่ายค่าที่ดินนานกว่า 1 ปี แถมบ่อดินสร้างปัญหาน้ำท่วม-ดินสไลด์ เสียหายหนัก
19 มิ.ย. 2569 16:16
View: 275

ณฐมน แก้วพิทูล
#เชียงราย - 18 มิ.ย.69 ชาวนาในพื้นที่ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกผู้รับเหมาช่วงโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ค้างชำระเงินค่าที่ดินที่ซื้อไปขุดดินนานกว่า 1 ปี 3 เดือน รวมยอดค้างจ่ายนับล้านบาท ขณะที่เจ้าของที่นาข้างเคียงยังได้รับผลกระทบจากการขุดบ่อดินลึก จนเกิดปัญหาดินสไลด์ น้ำท่วมขัง และไม่สามารถทำนาได้ตามปกติ
กลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ระบุว่า เดิมผู้รับเหมาช่วงได้เข้ามาทำสัญญาซื้อที่นาเพื่อนำดินไปใช้ในโครงการก่อสร้างทางรถไฟ โดยชาวบ้านยินยอมขายเนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและได้รับการเสนอราคาที่น่าพอใจ แต่หลังจากมีการขุดดินออกจากพื้นที่จนหมดแล้ว กลับไม่ได้รับเงินครบตามสัญญา
ผู้ได้รับผลกระทบหลักประกอบด้วย นางอัณศยา เจ้าของที่ดินกว่า 7 ไร่ มียอดค้างชำระกว่า 9 แสนบาท, นายวิน ค้างชำระกว่า 1.3 แสนบาท, นายโต ค้างชำระกว่า 1.8 แสนบาท และนายสมศักดิ์ ค้างชำระกว่า 1.1 แสนบาท รวมยอดค้างชำระเฉพาะกลุ่มผู้ร้องเรียนมากกว่า 1.5 ล้านบาท
นอกจากปัญหาเรื่องเงินแล้ว ชาวบ้านที่มีที่นาติดกับบ่อดินยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก นางสมหมาย เปิดเผยว่า ที่นาของตนเองและญาติรวมกว่า 12 ไร่ กลายเป็นแอ่งน้ำ เนื่องจากการขุดดินลึกโดยไม่มีการเว้นระยะหรือทำแนวป้องกันตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ไม่สามารถทำนาและสูญเสียรายได้จากการเกษตร
ด้านนางภานุชนาถ ซึ่งมีที่นาอยู่ติดกับพื้นที่ขุดดิน ระบุว่า พื้นที่ได้รับความเสียหายจากดินสไลด์และน้ำท่วมซ้ำซาก อีกทั้งยังพบว่ามีการนำดินไปถมสร้างคันกั้นน้ำในพื้นที่ของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ข้าวที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายทั้งหมด แม้จะเคยร้องเรียนต่อหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว แต่การขุดดินยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเยียวยา
ขณะที่ นายสมรภูมิ สวาทนา ปลัดอำเภอป่าแดด เปิดเผยว่า อำเภอได้จัดการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างคู่กรณีมาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 โดยผู้รับเหมารับปากว่าจะชำระเงินให้ครบภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทั้งที่การขุดดินในพื้นที่เสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด
ชาวบ้านระบุว่า ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับดำเนินคดีทางแพ่ง จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทเจ้าของโครงการหลัก เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาช่วงรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็ว






