back
## คพท. ชี้ทางรอดสันติสุขชายแดนใต้ ต้องลดความสูญเสียและเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ## คพท. นราธิวาส จัดเวที เร่งสมานฉันท์พหุวัฒนธรรม หวังลดความหวาดระแวง แก้ปมเหตุรุนแรงต่อเนื่อง **
8 มิ.ย. 2569 05:52
View: 40

Shukur Dina
## คพท. ชี้ทางรอดสันติสุขชายแดนใต้ ต้องลดความสูญเสียและเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในขณะที่ก่อนหน้านี้
## คพท. นราธิวาส จัดเวที เร่งสมานฉันท์พหุวัฒนธรรม หวังลดความหวาดระแวง แก้ปมเหตุรุนแรงต่อเนื่อง
**ปัตตานี – คณะขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุข (คพท.) ระดับพื้นที่ สะท้อนเสียงประชาชนต่อหัวหน้าคณะพูดคุยฯ คนใหม่ เน้นย้ำให้กระบวนการสันติสุขยึดถือ “การลดความสูญเสีย” เป็นวาระเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน**
ภายหลังการหารือร่วมกับ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ตัวแทนจาก คพท. ได้เปิดเผยถึงสาระสำคัญและความคาดหวังจากคนในพื้นที่ โดยระบุว่าหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนกระบวนการสันติสุขให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นนั้น อยู่ที่ **"การทำให้สันติสุขเป็นสิ่งที่จับต้องได้"**
### 3 ประเด็นสำคัญที่ คพท. ผลักดัน:
* **ลดความสูญเสียเป็นวาระสำคัญ:** ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อลดเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
* **ความชัดเจนของผลลัพธ์:** กระบวนการพูดคุยต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้ เพื่อให้คนในพื้นที่เห็นทิศทางและอนาคตของสันติภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น
* **การสร้างความเชื่อมั่นต่อเนื่อง:** ความสำเร็จเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประชาชนกับกระบวนการสันติสุข
ทางด้าน นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ตอบรับข้อเสนอแนะดังกล่าวด้วยการยืนยันว่า ข้อมูลจาก คพท. จะถูกนำไปปรับใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน โดยย้ำว่าจะไม่ดำเนินนโยบายแบบ "ท็อปดาวน์" (Top-down) จากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนของคนในพื้นที่เป็นลำดับแรก เพื่อให้การขับเคลื่อนสันติสุขตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการเปิดกว้างรับฟังของหัวหน้าคณะพูดคุยฯ คนใหม่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความคาดหวังของคนในพื้นที่ ที่ต้องการเห็นสันติภาพที่ไม่ได้มีเพียงแค่บนโต๊ะเจรจา แต่ต้องเป็นสันติภาพที่คืนชีวิตที่ปลอดภัยและปกติสุขให้แก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง
ในขณะที่ก่อนหน้านี้
## คพท. นราธิวาส จัดเวที เร่งสมานฉันท์พหุวัฒนธรรม หวังลดความหวาดระแวง แก้ปมเหตุรุนแรงต่อเนื่อง
**นราธิวาส – ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นถี่ขึ้น ทั้งการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งผนึกกำลังสร้างความเข้าใจพหุวัฒนธรรม หวังลดความหวาดระแวงและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายจนกระทบต่อวิถีการอยู่ร่วมกันของคนในพื้นที่**
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ จังหวัดนราธิวาส คณะขับเคลื่อนการประสานงานพูดคุยระดับพื้นที่ (คพท.) จังหวัดนราธิวาส ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นด้านพหุวัฒนธรรมภายใต้โครงการ "สมานฉันท์ไทยพุทธ-ไทยมุสลิม นำร่องสู่สันติสุขชายแดนใต้" โดยมี นายวิชาญ วิเศษสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธาน และมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ประกอบด้วยผู้นำศาสนาทั้งพุทธและอิสลาม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
### เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน ทลายกำแพงความเข้าใจผิด
เวทีนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้พูดคุย โดย นายดลยรัตน์ บูยูโสะ ประธาน คพท. เน้นย้ำว่า การสร้างสันติสุขต้องเริ่มจากการศึกษาและการสร้างความยอมรับซึ่งกันและกัน โดยเสนอให้ผลักดันการพูดคุยตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับประเทศ พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานเชิงบูรณาการของหน่วยงานหลักอย่าง ศอ.บต., กอ.รมน. และภาคการศึกษา ว่าต้องก้าวไปในทิศทางเดียวกันอย่างจริงจัง
ด้าน นายกรีฑา แดงดี ผู้อำนวยการและประธาน คพท. จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ กล่าวด้วยความมุ่งมั่นว่า แม้โครงการจะเคยถูกสบประมาทจากภาครัฐว่าอาจทำไม่ได้จริง แต่ตนตั้งใจให้เป็น "ผลงานชิ้นโบว์แดง" ในรอบ 20 ปี โดยเน้นการดึงผู้นำศาสนาและคนรุ่นใหม่มาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อทลายกำแพงความระแวงที่สะสมมานาน
### "การศึกษาคือเครื่องมือสร้างสันติภาพ"
อาจารย์วาริน นาราวิทย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ร่วมสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ โดยระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือ "ความไม่เข้าใจในวิถีปฏิบัติของกันและกัน" เช่น ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเข้าศาสนสถานต่างศาสนา ซึ่งการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดคือการเรียนรู้ร่วมกัน
> "ถ้าเราใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น กีฬาสี งานประเพณี ทั้งในวัดและมัสยิด มาเป็นตัวเชื่อม จะทำให้ช่องว่างทางความหวาดระแวงหายไป เราต้องรื้อฟื้นภาพความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของบรรพบุรุษกลับมา เพื่อให้พื้นที่ความขัดแย้งค่อยๆ จางหายไป" อาจารย์วาริน กล่าวทิ้งท้าย
>
การจัดเวทีในครั้งนี้ของ คพท. นราธิวาส จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ ภาคประชาสังคมและคนในพื้นที่ยังคงพยายามขับเคลื่อน "สันติภาพ" ผ่านการทำความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรมอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อมุ่งหวังให้จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมามีความสงบสุขและเจริญก้าวหน้าอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









