back

ชัยภูมิ เร่งกู้วิกฤตคุณภาพชีวิต

11 มิ.ย. 2569 11:19 View: 39
author profile image
Thot tanchai
ชัยภูมิ – เร่งกู้วิกฤตคุณภาพชีวิต ปชช.ตกเป็นเหยื่อทาสยาบ้าระบาดหนักเกลื่อนเมือง อดีต นอภ.หัวใจขอทำเพื่อบ้านเมือง ขอฝากเสนอแนวทางผ่านถึงรัฐบาล-เร่งเดินหน้าวาระแห่งชาติแก้ปัญหายาเสพติด หลังนักโทษล้นคุกนับหลายพันคน- ผู้เสพที่ยังมีอยู่นอกระบบอีกจำนวนมากนับหมื่น ( 11 มิถุนายน 2569 ) ขณะที่ จ.ชัยภูมิ หลังพบรายงานผลการปฏิบัติการล่าสุดในปัจจุบันของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีการระดมทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ พร้อมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเอกซเรย์ปูพรมปฏิบัติการพิทักษ์เมืองพญาแล ออกกวาดล้างป้องกันปราบปรามยาเสพติดทั้งผู้ค้า ผู้เสพ ในทุกพื้นที่ 16 อำเภอ 124 ตำบล กว่า 1,620 หมู่บ้าน มาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ที่ล่าสุดมีรายงานถึงผลการดำเนินการนำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่ระบบบำบัดแล้วจำนวนมากนับหลายพันคน รวมทั้งในส่วนผู้ค้าที่ถูกดำเนินคดี เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดชัยภูมิ ในปัจจุบัน มีผู้ต้องขังจำนวนมากกว่า 2,155 คน ซึ่งเกินความจุของเรือนจำ จ.ชัยภูมิ ขณะนี้แล้วอยู่ที่กว่า 1,200 คน ซึ่งในจำนวนผู้ต้อขังทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังเกี่ยวข้องยาเสพติด มีจำนวนเป็นจำนวนมากกว่า 1,487 คน ที่ล่าสุดด้าน นายอนุชา เจริญรักษ์ อดีตนายอำเภอเมืองชัยภูมิ ได้ขอฝากเสนอแนวทางเพื่อช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดที่ระบาดหนักมากในปัจจุบัน เพื่อให้ทั้งทางรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ล่าสุดแม้กระทั่งโรงเรียนบางแห่งในภาคอีสาน(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ที่ยังมีการสุ่มตรวจปัสสาวะนักเรียนเพียงระดับชั้น ป.6 ในจำนวน 100 คนพบเด็ก นร.ฉี่ม่วงมีการติดยาเสพติดอีกเป็นจำนวนมากว่า 30 คน ที่เป็นปัญหาที่น่าตกใจและถือว่าปัญหายาดเสพติดเข้าสู่ขั้นวิกฤตรุนแรงหนัก ทุกพื้นที่ประชาชนชาวไทยทุกคนพร้อมทุกภาคส่วนจะอยู่นิ่งเฉยต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว รวมทั้งในส่วนพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่ตนเองเองเคยทำหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นนายอำเภอเมืองชัยภูมิ และปัจจุบันก็เกษียณราชการมาหลายปีแล้ว ที่ล่าสุดในปัจจุบันนี้พบมีนักโทษล้นคุกนับหลายพันคน รวมทั้งยังมีผู้เสพที่ยังมีอยู่นอกระบบอีกจำนวนมากนับหมื่น ในปัจจุบัน ชีวิตราชการที่ถึงแม้จะเกษียณแล้วแต่ในฐานคนไทยและเป็นข้าราชการเพื่อประชาชน ก็อยากขอฝากเสนอแนวทางถึงรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันเร่งเดินหน้าวาระแห่งชาติในการแก้ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่ความชัดเจนและยั่งยืนต่อไปในอนาคตได้บ้าง ที่ควรจะมีแนวทาง ประกอบ 1.สแกนเอกซเรย์ทุกตารางนิ้วในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน 2.รวมทั้งทุกหน่วยงานราชการและเอกชนทุกแห่ง 3.ปฏิบัติการปราบปรามพร้อมกันเหมือนปราบไข้เลือดออก ที่ทุกพื้นที่ต้องทำพร้อมกัน 4.ทำโรงพยาบาลสนามบำบัดยา(ที่ กม.ยังไม่เปลี่ยน) ในการช่วยกักผู้เสพจนเลิกยาให้ได้เด็ดขาด เหมือนโรงพยาบาลสนามช่วง โควิด-19 5.ทุกหน่วยงานต้องเป็นต้นแบบช่วยกระตุ้นสังคมโดยรวมช่วยกันตื่นตัวและใช้มาตรการทางกฏหมายในการดำเนินการกับผู้ค้ายาเสพติดทุกรายที่ควรจะมีโทษหนักเด็ดขาดทุกรายมากขึ้นกว่าขึ้นกว่าปัจจุบันนี้อีกด้วย 6.มีการมอบสัญญาลักษณ์ที่ช่วยแสดงสัญญาว่าบ้านนี้มีธงบ้านนี้ปลอดยาเสพติดให้ครัวเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด ที่จะเป็นการช่วยเสริมสร้างสังคมให้เป็นต้นแบบเข้มแข็งที่ยั่งยืนต่อไปตามมาในอนาคตได้อีกทางด้วย/// ทศ ตาลชัย ชัยภูมิ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง