back

“นายกจอย” หญิงแกร่งเมืองตาก ลุยชายแดนพบพระ สั่งเครื่องจักรเปิดแนวป้องกันน้ำ หลังห้องเรียนโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 4

22 พ.ค. 2569 03:06 View: 7
author profile image
ชวลิต สจ.มอไซต์
“นายกจอย” หญิงแกร่งเมืองตาก ลุยชายแดนพบพระ สั่งเครื่องจักรเปิดแนวป้องกันน้ำ หลังห้องเรียนโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 4 ถูกน้ำป่าทะลักซ้ำ หวั่นกระทบความปลอดภัยเด็กนักเรียน สถานการณ์น้ำป่าในพื้นที่ชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยังคงสร้างความกังวลให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา หลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 4 จนห้องเรียนได้รับความเสียหาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล เด็กนักเรียนและคณะครูต่างต้องเร่งขนย้ายอุปกรณ์การเรียนและทรัพย์สินหนีน้ำกันอย่างเร่งด่วน ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. นางอัจฉรา ทวีเกื้อกูลกิจ หรือ “นายกจอย” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่กองช่าง อบจ.ตาก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง ท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่ยังมีร่องรอยความเสียหายจากกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวในช่วงที่ผ่านมา ทันทีที่ลงพื้นที่ นายก อบจ.ตาก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองช่างเร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าปรับพื้นที่ เปิดทางระบายน้ำ และทำแนวป้องกันน้ำหลาก เพื่อสกัดไม่ให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมอาคารเรียนซ้ำอีก โดยเฉพาะในช่วงที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนตลอดหลายวันที่ผ่านมา “โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก การปล่อยให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมซ้ำไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านได้ ต้องเร่งแก้ไขทันที” นายกจอย กล่าวระหว่างติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม นอกจากติดตามสถานการณ์และเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ยังได้หารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา สมาชิกสภา อบจ.ตาก รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางป้องกันปัญหาระยะยาว ทั้งการเสริมแนวกั้นน้ำ ปรับปรุงทางระบายน้ำ และวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำป่าในฤดูฝนที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ขณะเดียวกัน นายกจอย ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 4 ที่ต่างอยู่ในภาวะหวาดผวาหลังเผชิญเหตุการณ์น้ำป่าไหลบ่าเข้าห้องเรียนอย่างกะทันหัน โดยหลายคนสะท้อนว่า น้ำมาเร็วและแรง จนแทบไม่มีเวลาตั้งตัว ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความขอบคุณที่ผู้บริหารระดับจังหวัดลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวมักได้รับผลกระทบจากน้ำป่าหลากในช่วงฝนตกหนักอยู่เป็นประจำ การลงพื้นที่ของ “นายกจอย” ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ แต่ยังสะท้อนภาพของการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาจากประชาชน และเร่งแก้ไขอย่างทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านและสถานศึกษาในพื้นที่ชายแดน ว่าจะไม่ถูกปล่อยให้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง