back

MOU พื้นที่ต้นแบบท่องเที่ยวสาวะถีโมเดล

18 พ.ค. 2569 15:48 View: 44
author profile image
สุมาลี สุวรรณกร
ชาวตำบลสาวะถีจับมือภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพ “ท่องเที่ยวสาวะถีวิถีสุข” มุ่งยกระดับชุมชนสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะและเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน (ขอนแก่น) วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 – ณ เทศบาลตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพท่องเที่ยว “สาวะถีวิถีสุข” ซึ่งถือเป็นข้อตกลงร่วมกัน ของคนในชุมชน เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทาง “สาวะถีโมเดล” โดยมุ่งเน้นการเพิ่มคุณค่า มูลค่า และสร้างความสุขที่ยั่งยืน ภายในงานได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมลงนาม อาทิ นายกองโท พิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่น ประธานในพิธี นายฤทธิรงค์ ศิริภูมิ นายกเทศมนตรีตำบลสาวะถี พระครูบุญชยากร เจ้าคณะตำบลสาวะถีและเจ้าอาวาสวัดไชยศรี พระครูปราโมทจันทสาร เจ้าอาวาสวัดเสมอภาพ บ้านลาดนาเพียง พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บ้านสาวะถี บ้านลาดนาเพียง บ้านโนนกู่ บ้านหนองปิง พร้อมผู้นำชุมชนอย่างคับคั่ง นางสุมาลี สุวรรณกร หัวหน้าคณะทำงานภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ธรรมนูญสุขภาพ “ท่องเที่ยวสาวะถีวิถีสุข” ฉบับนี้ เกิดขึ้นจากกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่และภาคีเครือข่ายที่ต้องการนำทุนชุมชน ทั้งทุนมนุษย์ สังคม ธรรมชาติ กายภาพ และทุนการเงิน มาสร้างสรรค์ต่อยอดเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยธรรมนูญนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป และจะมีการทบทวนปรับปรุงในทุก ๆ 2 ปี เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง “สาเหตุที่ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่นร่วมกับภาคีเครือข่ายใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตำบล และต่อยอดพื้นที่ต้นแบบสาวะถีโมเดล เพราะมองว่าการท่องเที่ยวคือปัจจัยสำคัญในการตอบโจทย์การพัฒนาในทุกมิติ ทั้งเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และสามารถดึงเอากลุ่มคนทุกกลุ่มเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนร่วมทั้งกลุ่มบุคคลพิเศษอย่างออทิสติกที่สามารถมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานได้ และพร้อมผลักดันแผนการพัฒนาชุมชนโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนต่อไปผ่านแผนพัฒนาของตำบล เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดในโอกาสต่อไป”นางสุมาลี กล่าว ด้านนายกองโทพิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เห็นพลังของคนในชุมชน และเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนโดยใช้คนในชุมชนเป็นฐาน และขับเคลื่อนแผนงานผ่านทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเทศบาลตำลลสาวะถีเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ และผลักดันสู่แผนการพัฒนาจังหวัดซึ่งเป็นแผนใหญ่ในระยะ 5 ปีต่อไป คือปี 2571-2575 ในขณะที่ นางสาวสุขณกมล ศุขศาสตร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ทำให้เห็นความเข้มแข็งของระดับชุมชน ที่ขับเคลื่อนและจัดการท่องเที่ยวของตนเอง โดยหากพูดถึงการท่องเที่ยวชุมชนสาวะถีคือต้นแบบของจังหวัดขอนแก่น โดยทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬายินดีที่จะสนับสนุนแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนครั้งนี้และใช้สาวะถีเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป สำหรับแนวทางการขับเคลื่อน “ท่องเที่ยวสาวะถีวิถีสุข” ภายใต้ธรรมนูญสุขภาพฉบับนี้ ครอบคลุมการบูรณาการใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติด้านสุขภาพ (Wellness Tourism) ส่งเสริมเมนูอาหารปลอดภัย "อาหารเป็นยา" ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน พัฒนาพื้นที่วัดและป่าชุมชนเป็นสถานที่สงบสุขสำหรับกิจกรรมทางกายและจิตใจ เช่น เส้นทางเดินสมาธิ และสปาบ้านทุ่ง มิติด้านสังคมและวัฒนธรรม (Soft Power) ใช้พลัง “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) สนับสนุนให้วัดไชยศรี วัดเสมอภาพ และแหล่งโบราณสถานโนนกู่ เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วัฒนธรรมและฮูปแต้ม โดยมีปราชญ์ชาวบ้านและเยาวชนนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่เป็นผู้สืบสาน มิติด้านเศรษฐกิจที่เกื้อกูล ส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ “สาวะถีกู๊ดส์” (Sawathi Goods) พร้อมจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยวเข้าสู่ "กองทุนท่องเที่ยวสาวะถีวิถีสุข” เพื่อดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อย่างเป็นธรรม มิติด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) รณรงค์งดใช้โฟมและพลาสติกในเขตวัดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยให้ชุมชนและผู้มาเยือนร่วมกันจัดการขยะอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ในธรรมนูญยังได้กำหนดกลไกการขับเคลื่อนผ่าน “ทีมซุก” ซึ่งเป็นทีมพี่เลี้ยงจากภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่นคอยให้คำปรึกษา ร่วมกับคณะทำงานปฏิบัติการที่จะผลักดันข้อตกลงนี้เข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลสาวะถี และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวระดับจังหวัดต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ว่า “ขอนแก่นอยู่ดีมีแฮง ฮักแพงแบ่งปัน”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง