back

สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีคิดแอพ line liff คัดกรองพยาธิใบไม้ตับ

5 พ.ค. 2569 14:50 View: 21
author profile image
สุมาลี สุวรรณกร
สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี พัฒนาแอพพลิเคลชัน Line Liff เดินหน้าเชิงรุก รณรงค์ให้ประชาชนคัดกรองความเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ผ่านระบบแอปพลิเคชัน มุ่งเป้าลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและเพิ่มความสะดวกและแม่นยำในการเฝ้าระวังโรค รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ที่ทางสถาบันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ขณะนี้ทางสถาบันฯได้พยายามหาเทคโนโลยีและวิธีการในการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ หลังได้เครื่องตรวจ OV ATK ที่ใช้ตรวจพยาธิใบไม้ตับด้วยปัสสาวะแล้ว ต่อมาได้ร่วมกับนักพัฒนาเทคโนโลยี คิดค้นแอพพลิเคชันที่จะสามารถบันทึกข้อมูลได้สะดวก โดยเรียกว่า Line Liff โดยได้นำไปใช้ด้วยการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อใช้เครื่องมือ Line Liff ได้สะดวกในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยวาจา (Verbal Screening) ซึ่งสามารถใช้ได้ด้วยการบันทึกลงในโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะคนที่ใช้แอพพลิเคชัน Line อยู่แล้วก็สามารถใช้สะดวกได้ยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกในฐานข้อมูลของระบบเพื่อสามารถประมวลผลได้อย่างครบถ้วน และเอาข้อมูลไปใช้เพื่อการบริหารจัดการให้มีการตรวจคัดกรองประชากรกลุ่มเสี่ยงเชิงรุกด้วยชุดตรวจ OV-ATK และนำไปสู่การจ่ายยาในรายที่มีผลการตรวจเป็นบวกเพื่อถ่ายพยาธิและยับยั้งการแพร่ระบาดของพยาธิใบไม้ตับได้ อันเป็นการตัดวงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับ “ขณะนี้ในระบบ Line Liff มีเจ้าหน้าที่อสม.ที่ผ่านการฝึกอบรมและลงทะเบียนเข้ามาอยู่ในระบบแล้วกว่า 35,489 คนจากพื้นที่ 10 จังหวัดภาคอีสานที่ได้อบรมไป และมีประชาชนที่ผ่านการคัดกรองมีรายชื่ออยู่ในระบบแล้ว 625,833 คน และในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่รอตรวจ ov ATK อยู่ที่ 294,914 คน ซึ่งตัวเลขทั้งภาคอีสานมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ต้องถูก verbal ประมาณ 18 ล้านคน”รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าว ด้าน ดร.ชัยวัฒน์ ทะวะรุ่งเรือง โปรแกรมเมอร์ของสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ผู้พัฒนาแอพพลิเคชัน line Liff กล่าวว่า การใช้ Line Liff สะดวก และรวดเร็ว เพราะถ้าอสม. หรือเจ้าหน้าที่ใช้ Line เป็นก็สามารถบันทึกได้เลย โดยมีคู่มือให้ ซึ่งการบันทึกนั้นจะเป็นการบันทึกหลังสอบถามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเหมือนแบบสอบถาม ที่จะบันทึกและรู้เลยว่าคนนี้เสี่ยงติดพยาธิใบไม้ตับไหมและอยู่ที่ไหน รพ.สต อะไร เพื่อนำไปสู่การจัดตรวจคัดกรองด้วุดตรวจ OV-ATK “จากการเปิดเผยข้อมูลการคัดกรอง พบว่าเกณฑ์การตัดสิน "กลุ่มเสี่ยง" จะพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ประวัติการตรวจพยาธิใบไม้ตับในอดีต หากเคยตรวจพบพยาธิใบไม้ตับมาก่อน ไม่ว่าจะนานเพียงใด ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการตรวจซ้ำด้วยชุดตรวจปัสสาวะ (OV-ATK) เพื่อยืนยันสถานะปัจจุบัน รวมถึงประวัติการใช้ยา ผู้ที่เคยรับประทานยา "พราซิควอนเทล" (Praziquantel) เพื่อถ่ายพยาธิ สะท้อนถึงการมีพฤติกรรมเสี่ยงในอดีตที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อซ้ำได้ สุดท้ายคือพฤติกรรมการบริโภค การรับประทานปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบสุกๆ ดิบๆ รวมถึง "ปลาร้า" ที่ไม่ผ่านการต้มสุก ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมในภาคอีสาน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด”ดร.ชัยวัฒน์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง