back
“วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง” ชุมชนเชียงของ เฝ้าระวังสารหนูปนเปื้อนในน้ำประปาหมู่บ้าน
25 มี.ค. 2569 16:23
View: 224

OATapiwat
(25 มีนาคม 2569) ที่โฮงเฮียนแม่น้ำของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้มีการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการประปาหมู่บ้าน โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อรับมือกับสถานการณ์มลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนที่ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำสำคัญ อย่างแม่น้ำโขง และแม่น้ำอิง โดยการนำ "วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง" มาปรับใช้จริง โดยมีตัวแทนชาวบ้านและคณะกรรมการประปาหมู่บ้านจากในพื้นที่อำเภอเชียงของ เข้าร่วมเรียนรู้การใช้ชุดตรวจภาคสนาม (test-kit) เพื่อตรวจวัดการปนเปื้อนของสารหนูและเชื้อแบคทีเรียโคลิฟอร์มในน้ำประปา
สำหรับชาวอำเภอเชียงของ "แม่น้ำโขง" ไม่ได้เป็นเพียงเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญที่หลายหมู่บ้านสูบขึ้นมาใช้ผลิตเป็นน้ำประปาเพื่อหล่อเลี้ยงชุมชน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มลพิษข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองแร่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้านบริเวณต้นน้ำ ได้กลายเป็นภัยเงียบที่ไหลปนเปื้อนมากับสายน้ำ ส่งผลให้ตรวจพบสารหนูและโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ทำให้ ”วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง" จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลัก โดยมีตัวแทนชาวบ้านและคณะกรรมการประปาหมู่บ้านจากทุกตำบลในอำเภอเชียงของ เข้าร่วมเรียนรู้วิธีการใช้ชุดตรวจภาคสนาม (test-kit) เพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำที่พวกเขาต้องดื่มกินอยู่ทุกวัน
ในการทดสอบครั้งนี้ ได้มีการนำตัวอย่างน้ำทั้งหมด 15 ตัวอย่างจากหมู่บ้านพื้นที่ติดกับลำน้ำโขงและบริเวรปากแม่น้ำอิง ในพื้นที่ ต.ริมโขง ต.เวียง และ ต.สถาน มาทำการวิเคราะห์ ทั้ง "น้ำดิบ" ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ และ "น้ำประปา" ที่ผ่านระบบกรองของหมู่บ้านแล้ว ผลการตรวจวัดเบื้องต้นโดย test-kit จาก 15 ตัวอย่างพบว่า 5 มีการตรวจพบสารหนูแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เกินมาตรฐาน และมี 1 ตัวอย่างที่มีค่าสารหนูเกินกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
เมื่อได้ผลการตรวจวัดจากชุด test-kit แล้ว ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ถูกเก็บไว้เพียงในกระดาษ แต่ถูกนำไปจัดทำเป็น "แผนที่ความเสี่ยง" เพื่อให้เห็นภาพรวมสถานการณ์คุณภาพน้ำของทั้งอำเภอเชียงของ แผนที่นี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ชาวบ้านเห็นจุดวิกฤตที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน การเก็บข้อมูลในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาค่าปนเปื้อน แต่เป็นการนำไปสู่การวางแผนปรับปรุงระบบกรองน้ำให้มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกำจัดโลหะหนักอย่างสารหนู โดยมีทีมนักวิจัยเข้ามาเป็น "พี่เลี้ยง" ในการให้คำแนะนำทางเทคนิคและร่วมออกแบบระบบร่วมกับชาวบ้าน
กระบวนการที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบเฝ้าระวังที่ยั่งยืน การที่ชาวบ้านสามารถใช้เครื่องมืออย่างง่ายในการตรวจวัดคุณภาพน้ำได้ด้วยตนเอง จะช่วยลดช่องว่างของการเฝ้าระวังจากหน่วยงานส่วนกลาง และนำไปสู่การออกแบบกลไกการทำงานร่วมกันในระยะยาวระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสร้างหลักประกันว่าประชาชนในอำเภอเชียงของจะมีน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาดและปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง












