back

ตรังสะดุด! ไทยไอดีเชื่อมระบบธนาคารล่ม ทำรันคิวช้า ชาวบ้านดีใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระตุ้นศก.ได้แน่ วอนทำมากกว่า 4 เดือน แต่สงสารรบ. จะหาเงินจากไหน? คลังจว.จับมือปกครอง ลุยรณรงค์ปูพรมPRโครงการ

26 พ.ค. 2569 06:36 View: 104
author profile image
The Journalist
ตรังสะดุด! ไทยไอดีเชื่อมระบบธนาคารล่ม ทำรันคิวช้า ชาวบ้านดีใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระตุ้นศก.ได้แน่ คาดยอดขายเพิ่ม 40% วอนทำมากกว่า 4 เดือน แต่สงสารรบ. จะหาเงินจากไหน? คลังจว.จับมือปกครอง ลุยรณรงค์ปูพรมPRโครงการ . เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐสนับสนุน 60% ประชาชน 40% ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. โดยเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 หรือ 4 เดือน แต่ละเดือนมีวงเงินสมทบเดือนละ 1,000 บาท ใช้ไม่หมดวงเงินจะไม่ทบเดือนถัดไป . พบว่าระบบไทยไอดี กรมการปกครอง ที่เชื่อมกับระบบธนาคารล่ม ทำเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาใน จังหวัดตรัง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปใช้บริการเพื่อติดตั้งแอพเป๋าตัง และยืนยันตัวตนเพื่อร่วมสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ส่งผลให้คิวต้องชะงัก ทำให้เจ้าหน้าที่รันคิวให้ประชาชนได้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด พร้อมกับต้องคอยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วย เนื่องจากลืมรหัสผ่าน เปลี่ยนเบอร์ใหม่ เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ ทำให้ต้องเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยเหลือ นอกจากนั้น บางคนถึงคิวแล้วแต่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต จึงต้องกลับบ้านไปก่อน จึงค่อนข้างผิดหวัง เพราะหวั่นสิทธิจะเต็มจำนวนเสียก่อน ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันจะแจกบัตรคิว และให้บริการประชาชนทุกคนที่รอได้ แม้จะดึกดื่นก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน . ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง พันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมคลังจังหวัดตรัง และปลัดจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามการให้บริการประชาชน พร้อมกล่าวว่า วันแรกประชาชนส่วนใหญ่ที่มาติดต่อธนาคารส่วนใหญ่เป็นประชาชนทั่วไป ที่ยืนยันตัวตนเข้าใช้แอพเป๋าตังผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยตนเองไม่ได้ ส่วนร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงินยังมีน้อย อาจเป็นเพราะว่ายังมีเวลาที่ยาวนานกว่า ภาพรวมทั้งจังหวัดตรังมีร้านค้าลงทะเบียนร่วมโครงการแล้วทั้งหมดประมาณ 8,000 แห่ง และพบว่าสาขาต่างอำเภอจะมีประชาชนไปรอที่ธนาคารจำนวนมาก เพราะทั้งประชาชนและร้านค้าต่างตื่นตัวร่วมโครงการ . นางสาวสุวรรณี อ่อนรู้ที่ เจ้าของร้านค้าชุมชน ในตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง บอกว่า ร้านค้าของตนร่วมโครงการทุกครั้ง แต่เปลี่ยนจากคนละครึ่งมาเป็นไทยช่วยไทยพลัส จึงมาให้ธนาคารช่วยลงทะเบียนยืนยันขอร่วมสิทธิให้เพื่อไม่ให้พลาดโอกาส เพราะเชื่อว่าหากร่วมโครงการจะขายได้ดีกว่า เพราะประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีทั้งบัตรประชารัฐ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะสามารถกระตุ้นยอดขายได้ประมาณร้อยละ 30-40 แน่นอน . ขณะที่ร้านค้าบางแห่ง เช่น เจ้าของรถขายไอศกรีม ยืนยันขอไม่ร่วมโครงการ เพราะขายไอศกรีมแค่ชิ้นละไม่กี่บาท สูงสุด 22 บาท จึงไม่ร่วมดีกว่า เพราะสินค้าราคาน้อย แม้เชื่อว่าหากร่วมจะสามารถขายได้มากกว่า แต่ไม่อยากร่วม . จากการสอบถามพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต่างแสดงความดีใจ และขอบคุณรัฐบาลที่ออกโครงการนี้มา ส่วนใหญ่ตั้งใจจะซื้อของใช้จำเป็นในครัวเรือน และยังซื้อช่วยเหลือเพื่อนบ้านรายอื่นได้ด้วย จึงดีใจ แต่โครงการจบแค่ 4 เดือน อยากให้รัฐบาลต่อโครงการ แต่ก็สงสารรัฐบาลว่าจะหาเงินมาจากไหน . นอกจากนี้สำนักงานคลังจังหวัดตรัง พร้อมด้วย ที่ทำการปกครองจังหวัด นำคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การชี้แจงแนวทางแก่หน่วยงานราชการภายในศาลากลางจังหวัดตรัง และการลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงพี่น้องประชาชน บริเวณตลาดนัดเซ็นเตอร์พอยท์ อำเภอเมืองตรัง เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์และกระตุ้นการพ้นภัยเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ พร้อมทั้งสอบถามถึงขั้นตอนการลงทะเบียนและการใช้งานระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อซักถามและช่วยแนะนำการเข้าถึงระบบอย่างละเอียด เพื่อลดอุปสรรคสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่มาตรการช่วยเหลือของรัฐได้ ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง