back
เวทีชายแดนใต้“ความจริง 3 ระดับ”วิธีวิทยา การจัดกระบวนการเชิงลึก เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์สู่ความปรองดองในสังคมที่ขัดแย้งร้าวลึก :โดย “ดร.ชาญชัย ชัยสุขโกศล”
28 พ.ค. 2567 06:42
View: 708

Shukur Dina
เวทีชายแดนใต้“ความจริง 3 ระดับ”วิธีวิทยา การจัดกระบวนการเชิงลึก เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์สู่ความปรองดองในสังคมที่ขัดแย้งร้าวลึก
:โดย “ดร.ชาญชัย ชัยสุขโกศล”
25 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานีดร.ชาญชัย ชัยสุขโกศล อาจารย์ด้านสันติภาพศึกษา และจิตตปัญญาศึกษา(การศึกษาเกี่ยวกับโลกด้านในของมนุษย์ มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยากร “คณะทำงานโครงการ สานเสวนาประวัติศาสตร์ชายแดนใต้”ได้ชวนผู้เข้าร่วมเสวนาภายใต้กรอบแนวคิดความจริง 3 ระดับว่า มาจากงานสายจิตวิทยางานกระบวนการ (process work psychology) ซึ่งเรามักจะทะเลาะกัน เพราะพูดถึงความจริงคนละชั้นกันเสมอ กล่าวคือ หนึ่งความจริงเห็นพ้อง (Consensus Reality) กฎหมาย, ธรรมเนียม, กติกา, โครงสร้าง, นโยบาย เหตุการณ์, พฤติกรรม, ข้อเท็จจริง ฯลฯ สองความจริงเหมือนฝัน (Dreamlike Reality) ความจริงที่พูดไม่ได้ อคติที่มิอาจกล่าว ความรู้สึกที่ไม่ได้พูดออกมา,ความเชื่อที่ไม่ถูกตั้งคำถาม, สมมติฐานที่ไม่ตระหนักรู้ ฯลฯ แนวคิด/เครื่องมือ บทบาท, เสียงผี, ขอบ (edge.) สัญญาณซ้อน (double signal) ลำดับ/ชั้นสถานะ (rank) จุดร้อนแรง (hotspot) สามความจริงแก่นแท้ (Essence Reality) ความเป็นธรรม, ศักดิ์ศรี, การเคารพ, ความไว้ใจ,ความใส่ใจ, ความปลอดภัย, สันติภาพ, ความปรองดอง, ความรับผิดชอบ ฯลฯ โดยดร.ชาญชัย กล่าวว่า กรอบแนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ในพื้นที่สงคราม พื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์บาดแผล พื้นที่ที่มีความเจ็บปวดหรือมีความรุนแรงเพื่อที่จะคุยกันได้มากขึ้น เพราะเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์เรามักถามว่าของจริงหรือเปล่า อะไรคือความจริง ซึ่งไม่มีความจริงที่เป็นหนึ่งเดียวแท้ๆ ความจริงเห็นพ้อง-ที่ผู้มีอำนาจบอกว่าจริง ดร.ชาญชัย กล่าวว่า ชั้นแรกสุดเรียกว่า ความจริงเห็นพ้อง หรือความจริงกระแสหลัก เป็นความจริงที่เราเห็นอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น กฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติ กติกา โครงสร้าง นโยบาย เหตุการณ์ พฤติกรรม ข้อเท็จจริง ฯลฯ เหล่านี้เป็นความจริงในระดับความจริงเห็นพ้อง "ความจริงเห็นพ้องเป็นสิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนในสังคม จะชอบไม่ชอบว่ากันไปแต่มันมีอยู่ และส่วนใหญ่เราทะเลาะกันบนความจริงชั้นนี้เยอะ เพราะความจริงเห็นพ้องส่วนใหญ่เป็นความจริงที่ผู้มีอำนาจมากกว่าคนอื่นเป็นคนบอกว่าสิ่งนั้นจริง หรือมักเป็นคนกำหนดว่าอะไรคือความจริงเห็นพ้อง" ดร.ชาญชัย กล่าว #ความจริงเหมือนฝัน-ยิ่งกดไว้ยิ่งกลายเป็นระเบิดเวลา ดร.ชาญชัย อธิบายว่า ความจริงชั้นที่ 2 คือ ความจริงเหมือนฝัน มีทั้งเชิงบวกเชิงลบหลากหลายแบบมาก เช่น กรณีมาติน ลูเธอร์คิง ผู้นำขบวนการสิทธิพลเมืองสีผิวที่กล่าวว่า I have a dream ฉันมีความฝันว่าคนลูกคนผิวสีและลูกคนผิวขาวจะอยู่ร่วมกัน ที่ถูกทำให้เป็นจริงในเวลาต่อมา "คนที่นี่มีความจริงเหมือนฝันว่าจะมีสันติภาพที่รอวันจะเป็นความจริงเห็นพ้อง แบบเดียวกับความจริงเหมือนฝันของหะยีสุหลงและคนอื่นๆในสังคมไทย และการพูดถึงประวัติศาสตร์โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้งรุนแรงจำเป็นต้องพูดถึงประวัติศาสตร์หลายๆ อย่างของหลายๆบุคคลที่เรารู้สึกว่าสำคัญสำหรับพื้นที่นี้" ดร.ชาญชัย กล่าว ดร.ชาญชัย นิยามว่า มีหลายอย่างเป็นความจริงเหมือนฝัน คือ "ความจริงที่อยากพูดแต่พูดไม่ได้" เพราะอันตราย เกรงใจ มีอำนาจกดอยู่ กลัวเสียมิตรภาพ โกรธเคือง ฯลฯ แต่นานวันเข้ามันจะกลายเป็นระเบิดเวลา เช่นเดียวกับปัญหาชายแดนใต้ที่ความจริงหลายอย่างพูดไม่ได้ แล้วมันลงใต้ดินกลายเป็นความรุนแรงทางกายภาพขึ้นมา ซึ่งในหลายประเทศเป็นแบบนี้ "อคติที่มิอาจกล่าวถึง" ทุกคนล้วนมีอคติบางอย่างเสมอที่อาจพูดหรือทำพลาดไปหรือเผลอตัดสินคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งคนมีอำนาจไปตัดสินคนอื่นโดยอคติอย่างไม่รู้ตัวก็จะมีผลกระทบตามมา "ความรู้สึกที่ไม่ได้พูดออกมา" เพราะเกรงใจ มีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่พูด ไม่รู้จะพูดยังไง รวมถึง "ความเชื่อที่ไม่ถูกตั้งคำถาม" ซึ่งทุกคนมีความเชื่อบางอย่างเสมอ เช่น เชื่อว่าคนพุทธเป็นอย่างไร เชื่อว่าคนมุสลิมเป็นอย่างไร และ "สมมติฐานที่ไม่ทันได้ตระหนักรู้" ซึ่งมีเยอะมาก เช่น คนจนเพราะขี้เกียจ คนรวยเพราะขยัน ซึ่งเป็นสมมุติฐานที่เชื่อกันเยอะมากแต่ก็ผิดอย่างรุนแรง "ในชั้นความจริงเหมือนฝันมันมีอะไรอีกเยอะที่เราพูดไม่ได้ทั้งๆที่รู้สึกว่ามันจริง และบ้านเมืองที่เป็นเผด็จการมีความจริงมหาศาลที่พูดไม่ได้ เช่นที่เมียนม่าร์เห็นชัดมาก ทหารเมียนม่าร์กลัวศิลปินมากๆโดยเฉพาะศิลปินตลกพูดความจริงให้มันดูตลกเสียดสี ฉะนั้นเขาจึงจับศิลปินหรือพวกกวี นักเขียนก่อนเลย" "สมมติฐานที่เราไม่ตระหนักรู้ สิ่งเหล่านี้เป็นความจริงสำหรับหลายๆคนมาก แต่ในกระแสหลักถือว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าไม่เป็นความจริง เพียงแค่คนที่อยู่ในกระแสหลัก/คนที่อยู่ในอำนาจไม่ยอมรับ อำนาจของคนที่พูดถึงความจริงในความจริงเหมือนฝันแค่มีน้อยกว่า จึงพูดได้ให้คนอื่นยอมรับว่าเป็นความจริงได้น้อยกว่าเท่านั้นเอง" ดร.ชาญชัย เผย #ความจริงแก่นแท้-ต้องเปิดหู เปิดใจฟังให้ถึงที่เขาต้องการให้ได้ ดร.ชาญชัย อธิบายถึงความจริงชั้นที่ 3 ว่า คือความจริงแก่นแท้ ไม่ว่าความจริงเห็นพ้องหรือความจริงเหมือนฝันเรื่องใดก็ตาม สุดท้ายถ้าเราเปิดหู เปิดใจเยอะๆ ฟังให้ถึงความจริงแก่นแท้ที่เขาต้องการจะพูดให้ได้ เช่น ฝ่ายความมั่นคงพูดบางอย่างอาจจะขัดหู แต่ความจริงแก่นแท้คือความปลอดภัยของดินแดนและของทุกคน ส่วนพี่น้องบางคนเรียกร้องเรื่องคดีทั้งที่ให้เงินเยียวยาแล้วตั้งหลายล้านซึ่งนั่นคือชั้นความจริงเห็นพ้อง แต่ความจริงแก่นแท้คือไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้น เพราะยังไม่มีความรับผิดชอบของคนที่กระทำ หลายอย่างสิ่งที่เราพูดหรือกระทำทั้งหลายลึกๆ แล้วเราต้องการ "ศักดิ์ศรี ความเคารพ ความไว้วางใจ ความใส่ใจ ความปลอดภัยและสันติภาพ" ซึ่งไม่ใช่สันติภาพระหว่างประเทศหรือรัฐเท่านั้น แต่เป็นสันติภาพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีใครระเบิดที่ไหนบ้าง หรือจะมีใครติดตามหรือไม่ เป็นต้น ส่วน "ความปรองดอง" ก็ไม่มีใครไม่ต้องการถ้าเป็นการปรองดองแบบที่บังคับให้คนปรองดองกัน หมายเหตุ
1.ความจริงสามระดับดังกล่าวเคยถูกเผยแผ่ใน https://prachatai.com/journal/2024/04/108708
2.รายละเอียดคลิปอธิบาย
3 นาทีแรก เป็นแนะนำการใช้ในประเทศอื่น (รวันดา)
3 นาทีหลัง เป็นอธิบายตัวทฤษฎีทั้ง 3 ระดับ และลักษณะการทำงานของวิธีการนี้
https://youtu.be/cscqqhqeCPU?si=UHK0NGT7meqRE9hE
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









