back
“ขิงนรา” เชื่อมสัมพันธ์คนในชุมชน เพิ่มอาชีพ พัฒนาทักษะ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
8 พ.ย. 2569 17:55
View: 6

Sea Slow
“ขิงนรา” เชื่อมสัมพันธ์คนในชุมชน เพิ่มอาชีพ พัฒนาทักษะ
ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
.
“ครัวเรือนยากจน 250 ครัวเรือน กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในอ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รวมกลุ่มสู่การเรียนรู้ การสร้างอาชีพ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนด้วย “ขิง” สมุนไพรพื้นถิ่น เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงคนในชุมชน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาอาชีพแบบมีส่วนร่วม ส่งเสริมการรวมกลุ่ม”
.
ก่อนนี้ชาวบ้านในสุไหงโก-ลก ปลูกขิงไว้บริโภคในครัวเรือน จนช่วงโควิดระบาด คนที่ไปทำงานนอกพื้นที่ต้องกลับบ้าน จึงหันมามองอาชีพทำได้ในครัวเรือนแทน ผนวกกับนักวิจัยจาก มนร.เข้าไปสำรวจความยากจนจึงพบว่า พื้นที่ 4 ตำบลมีปัจจัยเรื่องน้ำและอากาศที่เอื้ออำนวย เหมาะกับการปลูกขิงอย่างมาก เครือข่ายก็มีความต้องการขิงจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกขิง ในโครงการวิจัยโดยมี ผศ. ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ จากมนร. เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ภายใต้การสนับสนุน จาก ววน.และบพท.
.
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์(มนร.) ร่วมกับ บพท. และภาคีเครือข่าย จึงเดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการพัฒนาศักยภาพ “ขิง” ในการสร้างอาชีพและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่
ใน 4 ตำบลของสุไหงโก-ลกคือ ต.มูโนะ ต.ปูโยะ ต.ปาเสมัส และต.สุไหงโก-ลก มีครัวเรือนยากจนเป้าหมายจำนวน 250 ครัวเรือน มีการต่อยอดงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
.
(Participatory Action Research: PAR) เปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร กลุ่มสตรี และวิสาหกิจชุมชนเข้ามาวิเคราะห์ปัญหา ค้นหาศักยภาพของชุมชน เรียนรู้เทคโนโลยี และการพัฒนากิจกรรมสร้างอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและทรัพยากรในท้องถิ่น
.
จุดเด่นของโครงการคือการใช้กิจกรรมวิจัยเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงคนในชุมชน ด้วยการลงพื้นที่สำรวจและสอบทานข้อมูลครัวเรือนยากจน รับฟังปัญหาและความต้องการด้านอาชีพ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเกษตรกร ผู้นำชุมชน และหน่วยงานภาคี เพื่อร่วมกันค้นหาแนวทางการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละครัวเรือน
จุดหลักของการวิจัยคือ การมุ่งพัฒนาความรู้ให้กับคนในชุมชน ด้วยการมีส่วนร่วมและเรียนรู้ร่วมกัน และผลักดันเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ คณะนักวิจัยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกขิง การเตรียมดิน การผลิตปุ๋ยชีวภาพ การบริหารจัดการน้ำ และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สาธิตการปลูกขิงในยางรถยนต์เก่า และการสนับสนุนต้นพันธุ์ขิงให้แก่ครัวเรือนเป้าหมาย ชี้แนะให้ขาวบ้านนำขิงสด มาแปรรูปกลายเป็นขิงผงสำเร็จรูปพร้อมชง ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดี โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่
.
เมื่อครัวเรือนยากจนเข้ามามีส่วนร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านซรายอ ต.ปาเสมัส ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากขิง มนร.ได้สนับสนุนการพัฒนาทักษะของสมาชิกผ่านการฝึกอบรม การเรียนรู้กระบวนการแปรรูป การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การส่งเสริมช่องทางการตลาด นำองค์ความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกัน และเปิดโอกาสให้กลุ่มสตรีและครัวเรือนยากจนมีบทบาทในกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนมากขึ้น การรวมกลุ่มดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงผู้ปลูกขิง ผู้แปรรูป และผู้จำหน่ายสินค้าให้ทำงานร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า
.
นักวิจัยมนร. เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในด้านความรู้วิชาการ วิธีการเพาะปลูก แนะนำให้ใช้ยางรถยนต์เก่ามาปลูก พร้อมกับใช้ดินที่ไม่แน่นเกินไป การสร้างระบบน้ำเพื่อรดขิงแบบสปริงเกอร์ วิธีการและเครื่องมือการหั่น การอบขิงให้กลายเป็นขิงแห้งและขิงผง เกิดระบบรับประกันราคาขิงในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ผลปรากฎว่า ในแง่ผลผลิตการปลูก สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตขิงได้ร้อยละ 25–30 ลดต้นทุนการผลิตร้อยละ 15–20 การแปรรูปสามารถเพิ่มรายได้ร้อยละ 30–40 และการพัฒนาช่องทางการตลาดช่วยเพิ่มยอดขายร้อยละ 35–50 ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น ไม่ต้องออกไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้าน เกิดการพัฒนาทักษะอาชีพ การรวมกลุ่มเกษตรกร และการเพิ่มบทบาทของกลุ่มสตรีในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
.
ความก้าวหน้าของโครงการเกิดจากความร่วมมือระหว่างมนร. ม.ทักษิณ นายอำเภอสุไหงโกลก สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโก-ลก สำนักงานพัฒนาชุมชน หน่วยงานปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และประสบการณ์ของแต่ละภาคส่วนมาสนับสนุนการพัฒนาอาชีพในพื้นที่ ช่วยสร้างกลไกความร่วมมือระดับพื้นที่ และส่งเสริมให้คนในชุมชนมีบทบาทในการขับเคลื่อนกิจกรรมด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ การช่วยเหลือระหว่างสมาชิก และการพัฒนากลุ่มอาชีพอย่างต่อเนื่อง
.
“การสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มารวมกลุ่ม เรียนรู้ ลงมือทำ และพัฒนาอาชีพร่วมกัน โดยมีมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้ นำเทคโนโลยีเข้าสู่ชุมชนและเชื่อมโยงทรัพยากรที่จำเป็นคือ การแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ซึ่งกลไกสำคัญของโครงการ คือ การส่งเสริมให้ครัวเรือนยากจนเข้ามามีส่วนร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรบ้านซรายอ ต.ปาเสมัส ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากขิง
การแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการนำเทคโนโลยีเข้าสู่ชุมชนเพียงอย่างเดียว มาจากการสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มารวมกลุ่ม เรียนรู้ ลงมือทำ และพัฒนาอาชีพร่วมกัน โดยมีมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้และเชื่อมโยงทรัพยากรที่จำเป็น” ผศ. ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ กล่าว
.
ว่าที่ร้อยตรี ประเสริฐ อาแว กำนัน ต.มูโนะ กล่าวว่าก่อนมีโครงการปลูกขิง ชาวบ้านไม่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันภายในชุมชน
.
“เมื่อมีโครงการนี้ได้มารวมตัวพูดคุย แลกเปลี่ยนกัน ทำให้เข้าใจปัญหาที่มองข้าม เมื่ออาจารย์นำไปแปรรูป ทำให้ชาวบ้านมีความมั่นในใจเรื่องของตลาด ขยายแปลงปลูกไปทุกหมู่บ้าน และในโรงเรียนบ้านปูโปะ มีแนวคิดต่อให้ชาวบ้านรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งเสริมและปรับทัศนคติให้ปลูกผักสวนครัวกินเอง ลดรายจ่าย ด้วยระหว่างรอเก็บขิงที่ใช้เวลานาน ต้องดูแลใกล้ชิด น้ำ ปุ๋ย มนร.มาช่วยเรื่องระบบหยดน้ำแม่นยำ ปลูกในล้อรถยนต์ และมีการแปรรูป การปลูกขิงทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น และมีส่วนช่วยลดเรื่องปัญหาก่อความไม่สงบลงได้“
.
มนร.มุ่งหวังให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นต้นแบบของการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคนและชุมชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
“รวมคน สร้างกลุ่ม พัฒนาอาชีพ” คือ หัวใจสำคัญของงานวิจัยแก้จน
#บพท #วิจัยแก้จน #ขิงนรา #มนร #ศสว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













