back

ชายแดนพบพระเงียบเหงา! ตลาดนัดบ้านวาเล่ย์เหนือ แม่ค้าตั้งแผงรอลูกค้าแต่ไร้คนซื้อ หลังระงับช่องทางธรรมชาติ 7 วัน

30 ต.ค. 2569 13:58 View: 32
author profile image
ชวลิต สจ.มอไซต์
ชายแดนพบพระเงียบเหงา! ตลาดนัดบ้านวาเล่ย์เหนือ แม่ค้าตั้งแผงรอลูกค้าแต่ไร้คนซื้อ หลังระงับช่องทางธรรมชาติ 7 วัน ผู้นำหมู่บ้านเร่งประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย สร้างความเข้าใจประชาชน หวังสถานการณ์คลี่คลาย เศรษฐกิจชายแดนกลับมาคึกคัก ตาก – บรรยากาศการค้าขายในพื้นที่ชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังจากกองกำลังนเรศวรมีคำสั่งระงับการผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากช่องทางที่ได้รับอนุมัติ เป็นเวลา 7 วัน พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมเข้มงวดตามแนวชายแดน ตั้งแต่พื้นที่อำเภอแม่สอดต่อเนื่องถึงอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศบริเวณบ้านวาเล่ย์เหนือ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งเป็นชุมชนที่มีตลาดนัดประจำสัปดาห์ โดยเปิดตลาดทุกวันจันทร์และวันศุกร์ มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าอุปโภคบริโภคมาวางจำหน่ายให้ประชาชนในพื้นที่ แต่ปรากฏว่า ตลาดนัดวันศุกร์ในวันนี้กลับเงียบเหงาผิดปกติ แม้พ่อค้าแม่ค้าจะยังคงนำสินค้ามาตั้งแผงจำหน่ายตามปกติ แต่กลับแทบไม่มีประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้า บรรยากาศภายในตลาดเงียบเชียบ หลายร้านมีเพียงแม่ค้านั่งเฝ้าแผง รอลูกค้าเข้ามาอุดหนุน แต่กลับมีผู้ซื้อบางตาอย่างเห็นได้ชัด ภาพที่ปรากฏมีเพียงแผงสินค้าที่เปิดขายเรียงราย แต่บรรยากาศการซื้อขายกลับเงียบเหงา แม่ค้าหลายรายต้องนั่งรอลูกค้า ขณะที่ยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สะท้อนให้เห็นถึงความซบเซาของตลาดชุมชนชายแดน ท่ามกลางมาตรการควบคุมการผ่านแดนที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้นำหมู่บ้านตามแนวชายแดนอำเภอพบพระ ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสาย แจ้งให้พี่น้องประชาชนรับทราบคำสั่งและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการระงับการใช้ช่องทางธรรมชาติ รวมถึงช่องทางอื่นที่ไม่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้ประชาชนรับทราบแนวทางปฏิบัติและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน สำหรับมาตรการดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 พล.ต.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร มีหนังสือด่วนมากถึงนายด่านศุลกากรแม่สอด ขอระงับการผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากช่องทางที่ได้รับอนุมัติ เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บริเวณทิศใต้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 อำเภอแม่สอด ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก การดำเนินมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน หลังเกิดเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่บ้านนิละบา จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ก่อนมีกระสุนข้ามมาตกในพื้นที่บ้านห้วยมหาวงก์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งเพื่อป้องกันการลำเลียงสิ่งของข้ามแดนที่อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การสู้รบ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ต่างเข้าใจและพร้อมปฏิบัติตามมาตรการของเจ้าหน้าที่ โดยยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ พร้อมฝากความหวังให้สถานการณ์ชายแดนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการคลี่คลาย เพื่อให้การค้าขายและเศรษฐกิจตามแนวชายแดนกลับมาคึกคักอีกครั้ง ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ทางด้าน วินมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง บอกว่าวันนี้มีลูกค้าเพียง 1 ราย ตนเองทราบดีเมื่อค่ำที่ผ่านมา ผู้นำหมู่บ้านได้ประกาศเสียงตามสาย ตามมาตรการดังกล่าวแล้วนั้น หวังว่าอยากให้ประเทศเพื่อนบ้าน สงบ วิธีชีวิตคนชายแดนทั้งสองฟากฝั่ง ตามวิธีธรรมชาติ จะได้กลับมาเหมือนเดิม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าช่องทางธรรมชาติ ที่บ้านวาเล่เหนือ และ บ้านมอเกอร์ไทย ปิดสนิท เงียบ สงบ ชาวบ้านชายแดนเข้าใจมาตรการเป็นอย่างดี ซึ่งผู้นำหมู่บ้านได้ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย และทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง