back
เมืองตากเปี่ยมศรัทธา! ชาวพุทธแห่ตักบาตรเทโว วัดเชียงทอง เปิดนรก–สวรรค์ จุดพลุเปิดขบวน เทวดา–นางฟ้า–ยมทูตนำหน้าพระสงฆ์ สืบสานประเพณีออกพรรษา
27 ต.ค. 2569 14:26
View: 5

ชวลิต สจ.มอไซต์
เมืองตากเปี่ยมศรัทธา! ชาวพุทธแห่ตักบาตรเทโว วัดเชียงทอง เปิดนรก–สวรรค์ จุดพลุเปิดขบวน เทวดา–นางฟ้า–ยมทูตนำหน้าพระสงฆ์ สืบสานประเพณีออกพรรษา
ตาก – พลังศรัทธาชาวพุทธเมืองตากคึกคักตั้งแต่เช้ามืด!
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 05.50 น. พุทธศาสนิกชนจำนวนมากพร้อมใจกันเดินทางไปร่วมประเพณีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2569 ณ วัดเชียงทอง ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก
เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม สร้างความเป็นสิริมงคล และถวายเป็นพุทธบูชา โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิดนรก–สวรรค์ พร้อมจุดพลุเปิดขบวน ก่อนพระภิกษุสงฆ์และสามเณรเดินลงบันไดนาค ออกรับบิณฑบาตจากประชาชนที่นำข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมทำบุญอย่างเนืองแน่น
ในพิธีมี นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ร่วมงาน พร้อมด้วยนายบำรุง ชำนาญจุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตาก นางสาวศุภธิดา อินทรศุภมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตาก ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดตาก หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่เดินทางมาร่วมสืบสานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสและความสามัคคีของคนในชุมชน
พิธีเริ่มต้นด้วยการเปิดนรก–สวรรค์บริเวณบันไดนาคด้านทิศใต้ พร้อมจุดพลุเป็นสัญญาณเปิดขบวน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชนที่มารอชมและร่วมทำบุญ จากนั้นขบวนผู้ร่วมแสดงที่แต่งกายเป็นเทวดา นางฟ้า และยมทูต ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ได้เดินนำหน้าขบวนพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการเสด็จลงจากสวรรค์ของพระพุทธเจ้าให้ปรากฏเป็นภาพที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ
ต่อมา พระครูนครสุวรรณกิจ เจ้าอาวาสวัดเชียงทอง นำพระภิกษุสงฆ์และสามเณรจากวัดต่าง ๆ เดินลงมาตามบันไดนาค เพื่อออกรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนที่ตั้งใจนำข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นมาถวายเป็นจำนวนมาก โดยมีการจัดเส้นทางบิณฑบาตระยะทางรวมกว่า 5 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญอย่างทั่วถึง
ภาพประชาชนยืนรอใส่บาตรด้วยความสงบ พร้อมประนมมืออธิษฐานและนำอาหารแห้งถวายพระสงฆ์ สะท้อนถึงความศรัทธาที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของชาวพุทธ ขณะที่ขบวนพระภิกษุสงฆ์และสามเณรเคลื่อนผ่านเส้นทางท่ามกลางความร่วมมือของประชาชนและผู้จัดงาน ทำให้ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะของวัดเชียงทองเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ชาวเมืองตากร่วมกันรักษาไว้จากรุ่นสู่รุ่น
สำหรับประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ตักบาตรเทโว” เป็นประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นในช่วงหลังวันออกพรรษา เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ตามพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จขึ้นไปจำพรรษาและทรงแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เหตุการณ์ดังกล่าวเรียกว่า “เทโวโรหณะ” ซึ่งหมายถึงการเสด็จลงจากเทวโลก
ตามพุทธประวัติ พระอินทร์ได้เนรมิตบันได 3 สาย เพื่อถวายเป็นเส้นทางเสด็จลงจากสวรรค์ ได้แก่ บันไดทอง บันไดแก้วมณี และบันไดเงิน โดยพระพุทธเจ้าเสด็จลงทางบันไดแก้วมณี เทวดาเสด็จลงทางบันไดทอง และเหล่ามหาพรหมเสด็จลงทางบันไดเงิน เรื่องราวดังกล่าวเป็นที่มาของคติความเชื่อและการจัดประเพณีตักบาตรเทโวที่พุทธศาสนิกชนยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
ทั้งนี้ ในการเรียกชื่อสถานที่และเส้นทางของวัดเชียงทอง ควรใช้คำว่า “บันไดนาค” ตามรายละเอียดพิธีที่ระบุว่าขบวนพระสงฆ์เดินลงจากบันไดนาคด้านทิศใต้ ส่วนคำว่า “บันไดแก้วมณี” เป็นองค์ประกอบในเรื่องราวตามพุทธประวัติ ไม่ควรนำมาใช้เรียกบันไดจริงของวัดโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน
นอกจากจะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว งานประเพณีครั้งนี้ยังช่วยถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาผ่านขบวนเทวดา นางฟ้า และยมทูต รวมถึงพิธีเปิดนรก–สวรรค์ ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ที่มาและความหมายของประเพณีผ่านกิจกรรมที่มีชีวิตชีวา ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจกันรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น
วัดเชียงทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดเชียงทองล่าง” ตั้งอยู่ที่บ้านเชียงทอง ถนนไทยชนะ ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก เป็นศาสนสถานที่มีความผูกพันกับชุมชนมาอย่างยาวนาน ตามประวัติท้องถิ่น วัดแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นการก่อสร้างย้อนกลับไปประมาณ พ.ศ. 2410 โดยประชาชนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดและตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้านเชียงทอง ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปสำคัญที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธา ได้แก่ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่
ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ วัดเชียงทอง
จังหวัดตาก จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทำบุญในช่วงเทศกาลออกพรรษา แต่ยังเป็นภาพสะท้อนความศรัทธา ความผูกพันของคนในชุมชน และการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนาเข้ากับวิถีชีวิตของประชาชน การร่วมกันรักษาประเพณีให้คงอยู่จึงมีความสำคัญ ทั้งในด้านการปลูกฝังคุณธรรม การสร้างความสามัคคี และการส่งต่อเอกลักษณ์ของเมืองตากให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และภาคภูมิใจต่อไป
ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











