back
เกษตรกรตรังโวยทุนใหญ่จดสิทธิบัตรกะเพราหวังกินรวบเมล็ดพันธุ์-บีบลมหายใจคนไทย พืชโบราณแต่บรรพบุรุษต้องซื้อเมล็ดปลูก จี้รบ.ลงดูบ้างหลังราคาเมล็ดพันธุ์ทะยานฉุดไม่อยู่ แถมถูกตัดต่อพันธุกรรมเพาะขยายพันธุ์ต่อไม่ได้
24 ต.ค. 2569 09:04
View: 64

จำนง ศรีนคร
ตรัง-เกษตรกรตรังโวยทุนใหญ่จดสิทธิบัตรกะเพราหวังกินรวบเมล็ดพันธุ์-บีบลมหายใจคนไทย งงพืชโบราณแต่บรรพบุรุษ วันนี้ต้องซื้อเมล็ดปลูก จี้รบ.ลงดูบ้างหลังราคาเมล็ดพันธุ์ทะยานฉุดไม่อยู่ แบกทุนไม่ต่ำกว่า 6 พันบ./รอบ แถมถูกตัดต่อพันธุกรรมเพาะขยายพันธุ์ต่อไม่ได้
.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารว่านายทุนใหญ่มีการจดสิทธิบัตรกะเพราสายพันธุ์ใหม่ จำนวน 4 ชนิด จนนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวไทยในวงกว้าง ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนายสุทธินนท์ เกลี้ยงเกลา อายุ 39 ปี และนางรัตนา เกลี้ยงเกลา อายุ 64 ปี มารดา ซึ่งมีอาชีพทำสวน และยึดอาชีพเพาะต้นกล้าพันธุ์ผักหลายชนิดจำหน่าย ทั้ง พริก มะเขือยาว มะเขือเปราะ แตงกวา ถั่วฝักยาว บวบ กระเจี๊ยบเขียว กะหล่ำปลี ดาวเรือง และอีกจำนวนมาก อีกทั้งมีการเพาะตามออเดอร์ของลูกค้า โดยเฉพาะ กะเพรา โหระพา โดยจำหน่ายทั้งแบบยกแผงๆละ 150 บาท ขายปลีกแยกกระถางๆละ 100 บาท และแยกขายเป็นต้นๆละ 5 บาท ต้นโตต้นละ 100-150 บาท โดยทำมานานประมาณ 5-6 ปีแล้ว สร้างรายได้เสริมเดือนละ 20,000-30,000 บาท
.
โดยในส่วนของกะเพรา ทั้งกะเพราใบแดง กะเพราใบขาว , โหระพา และใบยี่หร่า ทางน้องนนท์ทั้งสองไม่ได้เน้นเพาะกล้าพันธุ์ขายมากนัก แต่ก็มีพอให้ขาย เพราะยังมีลูกค้าบางคนต้องการด้วย โดยขายในราคาเท่ากันคือ กระถางละ 100 บาท และตัดขายเป็นมัดๆละ 10 บาท
.
ทั้งนี้ นายสุทธินนท์ เกลี้ยงเกลา อายุ 39 ปี เกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัว ชาวตรัง กล่าวกรณีการจดสิทธิบัตรกะเพราของทุนใหญ่ ว่า แม้อาจจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ก็ตาม แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะกะเพราเป็นพืชที่อยู่กับคนไทยมานานแสนนาน และห่วงว่าหากต่อไปจะปลูกอาจจะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาแพง เพราะขณะนี้ต้นทุนการเพาะกล้าพันธุ์ผักขายมีต้นทุนสูงขึ้นมาก อันเนื่องมาจากเมล็ดพันธุ์มีการปรับราคาขึ้น รวมทั้งค่าวัสดุ อุปกรณ์ ดิน และปุ๋ย ก็มีราคาแพงขึ้นมาก เฉพาะเมล็ดผัก เมื่อก่อนบางชนิดซองละ 25-30 บาท เช่น กะหล่ำปลี กะเพรา โหระพา ยี่หร่า พริก มะเขือยาว มะเขือเปราะ กระเจี๊ยบ อื่นๆ แต่ตอนนี้ปรับเป็นซองละ 35 บาท ซึ่งต้องซื้อเป็นแพ็กๆละ 10 ซอง ตกแพ็กละ 350 บาท เพราะต้องใช้จำนวนมาก และต้องเพาะขายต่อเนื่อง ส่วน ดาวเรือง บวบเหลี่ยม แฟงหรือฟัก จากซองละ 470 บาท ปรับเป็นซองละ 500-550 บาท โดยอัตราการงอกของผักทั่วไปประมาณ 80% แต่กะเพรา และโหระพา อัตราการงอก เพียง 30% หรือถ้าเพาะ 1,000 เมล็ด สำเร็จเพียง 300 ต้นเท่านั้น
.
“เราก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร ตอนนี้จะซื้อเมล็ดพันธุ์ผักครั้งหนึ่ง ต้องใช้เงินประมาณ 5,000-6,000 บาท ที่สำคัญสมัยก่อนเมื่อเราซื้อเมล็ดพันธุ์ หรือเอาผักชนิดที่มีเมล็ดระยะสุกแล้ว มารับประทานก็สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อไปได้ แต่ขณะนี้ทุกชนิดแทบจะไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกใหม่ได้เลย ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ทุกรอบ จึงห่วงว่าต่อไปเมล็ดพันธุ์ผักจะมีราคาแพงขึ้นอีก รัฐบาลควรจะเข้ามาดูแลตรงนี้ด้วย รวมทั้งกะเพรา ก็เช่นกัน เกษตรกรอาจจะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาแพงมากกว่านี้อีกในอนาคต”เกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัว ชาวตรัง กล่าว
///









