back
จากภูมิปัญญาสู่ตลาดจริง! SELATAN CREATIVE TRADE ปักหมุดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ชายแดนใต้
23 ต.ค. 2569 00:13
View: 61

Sea Slow
จากภูมิปัญญาชายแดนใต้ สู่ตลาดสร้างสรรค์! มนร.เปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE ยกระดับ 60 ผลงาน Upskill–Reskill เชื่อมอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่โอกาสทางธุรกิจ
เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นได้พบกับองค์ความรู้ด้านการออกแบบ และทักษะของผู้คนได้รับโอกาสต่อยอดสู่ตลาดจริง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าใหม่ให้เศรษฐกิจชายแดนใต้
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเวที SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets ภายใต้แนวคิด “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สู่สินค้าและโอกาสทางธุรกิจ” นำเสนอ 60 ผลงานสร้างสรรค์จากผู้เรียนในโครงการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบภาคใต้ตอนล่าง มุ่งเชื่อมองค์ความรู้ อัตลักษณ์ท้องถิ่น และศักยภาพของคนในพื้นที่ เข้ากับความต้องการของตลาดและภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
งานจัดขึ้นวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ ห้องนราทัศน์ โรงแรมดิ อิมพีเรียล นราธิวาส โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรสิรินัฐ โรจนวรรณณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีเปิดงาน
จากการพัฒนาทักษะ สู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
โครงการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบ เกิดจากความร่วมมือของสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อยกระดับศักยภาพของประชาชน แรงงานสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจในอุตสาหกรรมการออกแบบ ให้สามารถพัฒนาผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจได้จริง
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ พลาลัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม เป็นหัวหน้าโครงการและหน่วยดำเนินการในพื้นที่ ได้ขยายโอกาสการเรียนรู้ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 1,600 คน
การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องอบรม แต่ยังขยายไปถึงผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำหญิงนราธิวาส เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพ เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่สังคม และสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ผ่านทักษะอาชีพและความคิดสร้างสรรค์
หัวใจสำคัญคือการนำภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มาผสานกับองค์ความรู้ด้านการออกแบบสมัยใหม่ ผ่าน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และหัตถอุตสาหกรรม เพื่อให้สิ่งที่มีรากฐานจากชุมชนสามารถพัฒนาเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ผู้บริโภค และมีศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ
60 ผลงาน จากคนในพื้นที่ สู่เวทีที่เชื่อมกับตลาดจริง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการคัดเลือกผลงานจากผู้เรียนในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา รวมทั้งสิ้น 60 ผลงาน แบ่งเป็น
* 10 ผลงาน สาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
* 25 ผลงาน สาขาเครื่องประดับ
* 25 ผลงาน สาขาหัตถอุตสาหกรรม
ผลงานเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาจัดแสดงเพียงเพื่อสะท้อนผลสำเร็จของการอบรม แต่เป็นเวทีให้ผู้เรียนได้นำเสนอแนวคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับข้อเสนอแนะโดยตรงจากผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผลงานได้รับการพัฒนาต่อ ทั้งด้านการออกแบบ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และแนวทางการต่อยอดเชิงพาณิชย์
มากกว่านิทรรศการ คือการสร้างสะพานจากผู้สร้างสรรค์สู่ผู้ประกอบการ
SELATAN CREATIVE TRADE ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 4 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการแสดงผลงานที่ได้รับการคัดเลือก พื้นที่เจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าของผลงาน เวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่สินค้าในตลาดจริง” และบูธจัดแสดงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
พร้อมเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจ เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
เป้าหมายของงานจึงไม่ใช่เพียงการนำผลงานมาแสดง แต่เป็นการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานสนับสนุน เพื่อให้ความรู้จากการพัฒนาทักษะสามารถเดินทางต่อไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม การขยายตลาด และโอกาสทางเศรษฐกิจของคนในพื้นที่
เมื่อทุนวัฒนธรรมไม่หยุดอยู่แค่ความภาคภูมิใจ แต่เติบโตเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ความคาดหวังสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการจุดประกายความร่วมมือที่ต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาผลงานได้ตรงกับความต้องการของตลาด เชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมของพื้นที่เข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่ และสร้างโอกาสในการพัฒนาสินค้า รายได้ และเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว
เพราะคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้จบลงที่การอนุรักษ์ แต่สามารถเติบโตต่อไปได้ เมื่อได้รับการออกแบบอย่างเข้าใจ มีตลาดรองรับ และมีโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ได้แสดงศักยภาพ
SELATAN CREATIVE TRADE จึงเป็นมากกว่าเวทีแสดงผลงาน แต่คืออีกก้าวของการเปลี่ยน “ทุนวัฒนธรรม” ให้เป็น “ทุนทางเศรษฐกิจ” และเปลี่ยนทักษะของคนชายแดนใต้ให้เป็นพลังสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับตลาดและอนาคตของชุมชน
จากภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา สู่ผลงานออกแบบร่วมสมัย และจากห้องอบรมสู่โอกาสทางธุรกิจ นี่คือการต่อยอดศักยภาพของคนชายแดนใต้ให้เติบโตไปพร้อมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างยั่งยืน
#SELATANCREATIVETRADE #UpskillReskill #LocalWisdomNewMarkets #มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ #mojoชายแดนใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













