back

ตำรวจภูธรภาค 6 ทลายเครือข่ายหลอกลงทุน "ทีเอฟผลไม้ไทย" ผู้เสียหาย 270 ราย มูลค่าความเสียหาย 25 ล้านบาท

22 ต.ค. 2569 12:27 View: 31
author profile image
ภัทรภร พูลเพิ่ม
ตำรวจภูธรภาค 6 ลุยกวาดล้างแก๊งคนร้ายหลอกลงทุนสินค้าผ่านแอพดัง “TikTok” ใช้สินค้าแปรรูปผลไม้ไทยส่งออก เชื่อมโยงกว่า 270 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 25 ล้านบาท พร้อมยึดรถหรูและของแบรนด์เนมอีกเพียบ วันที่ 22 ต.ค. ที่ตำรวจภูธร ภาค 6 อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ ผบก.สส.ก.6 พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ก.6 พ.ต.อ.ภาณุพันธ์ ประเสริฐ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ก.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ตำรวจภูธรภาค 6 ได้ทำการสืบสวนเครือข่ายหลอกลงทุนผลไม้แปรรูปออนไลน์ “ทีเอฟผลไม้ไทย" ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 5 ราย จึงประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ และตำรวจภูธธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิด ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ TikTok โฆษณาชักชวนประชาชนให้ทำงานโปรโมตสินค้าผลไม้แม้แปรรูป ก่อนดึงเข้ากลุ่มไลน์และหลอกให้โอนเงินเพื่อซื้อตำแหน่งงานและร่วมลงทุนซื้อหุ้นบริษัท ช่วงแรกมีการจ่ายผลตอบแกนจริงก่อนที่จะปิดระบบและตัดการติดต่อเมื่อผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้น ผลการตรวจสอบข้อมูลแจ้งความออนไลน์พบคดีที่มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกันกว่า 270 คดี มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 25 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 5 จุด ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 3 จุด จังหวัดเชียงราย 1 จุด และจังหวัดตาก 1 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 4 ราย เป็นชายจำนวน 3 ราย และหญิงจำนวน 1 ราย โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นกรรมการบริษัท ทั้งนี้มีรายงานผู้ต้องหาหลบหนีอีก 2 ราย โดยอยู่ระหว่างการติดตามตัว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอบพิวเตอร์ฯ" เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตาม ส่วนทรัพย์สินและของกลางที่ตรวจยึดรถยนต์หรู 4 คัน โฉนดที่ดิน 5 ฉบับ สินค้าแบรนต์เนม 15 รายการ โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 11 เล่ม พร้อมประสานงานเพื่อขออายัดสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) มูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการกับแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระหว่างที่แถลงข่าวนั้น ทางด้านหญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อร่วมลงทุนกับแก๊งคนร้ายจนต้องสูญเงินนับล้านบาท ได้นำแจกันดอกไม้มาแสดงความขอบคุณที่ทางตำรวจภูธรภาค 6 ได้เร่งช่วยเหลือจนติดตามจับกุมผู้ต้องหาจากคดีดังกล่าวจนกระทั่งยึดทรัพย์คืนกลับมาได้เกือบทั้งหมด เพราะมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ครอบครัวต้องเดือดร้อนไปกู้ยืมเงินหรือทรัพย์สินมาลงทุนครั้งนี้ ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผบช.ภ.6 ได้ฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ระวังการลงทุนออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ โดยเฉพาะรูปแบบที่เริ่มจากการให้ทำภารกิจง่าย ๆ เพื่อรับค่าตอบแทน ก่อนชักชวนให้เพิ่มเงินลงทุนหรือจ่ายเงินเพื่อเลื่อนระดับสมาชิก พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือก่อนโอนเงิน หากพบปัญหาถอนไม่ได้ ไม่ควรโอนเงินซ้ำตามคำกล่าวอ้างเรื่องค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียม ควรเก็บหลักฐานการสนทนา สลิปโอนเงิน และข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อแจ้งความ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบได้ พร้อมย้ำว่าการนำชื่อหรือภาพสินค้าของบริษัทใดไปแอบอ้างในการลงทุน ไม่ได้หมายความว่าบริษัทต้นทางมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ นอกจากการปราบปรามสแกมเมอร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ยังย้ำมาตรการปราบปรามยาเสพติดและการตรวจสอบตำรวจที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป หากมีการสั่งตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจรายใดและผลตรวจได้รับการยืนยันจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าพบสารเสพติด จะดำเนินการตามมาตรการอย่างเด็ดขาด พล.ต.ท.วรวัฒน์ ระบุว่า ปัญหายาเสพติดเป็นต้นตอของปัญหาสังคมหลายด้าน การแก้ไขจึงไม่ใช่เพียงการจับกุม แต่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกัน การบำบัดรักษา และการนำผู้เสพกลับคืนสู่สังคม พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลชุมชนและลูกหลานให้ปลอดภัยจากยาเสพติด พร้อมฝากถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย ให้ยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีของเครื่องแบบ มีวินัย รู้หน้าที่ ใส่ใจประชาชน และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสังคม หากประชาชนพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สามารถสะท้อนข้อมูลเพื่อให้ตรวจสอบและปรับปรุงการทำงานได้ ทั้งนี้ตำรวจขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนออนไลน์ และอย่าหลงเชื่อเพียงเพราะได้รับผลตอบแทนในช่วงแรก เพราะอาจเป็นกลวิธีสร้างความเชื่อมั่นก่อนหลอกให้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง