back

มีบัตรแต่ไร้บ้านเลขที่! เผยชีวิตสุดลำบาก เข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐ

19 ต.ค. 2569 16:54 View: 13
author profile image
รัฐสวัสดิการเพื่อคนชายขอบ
เปิดชีวิต น.ส. สุรีญาณี ตะเล็ม (อะชา) อายุ 27 ปี สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตท่าเรือบ้านบางกล้วยนอก ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง หญิงชาวไทยที่แม้จะมีบัตรประจำตัวประชาชนถูกต้อง แต่กลับต้องเผชิญความยากลำบากในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของรัฐ เพียงเพราะ "ไม่มีบ้านเลขที่เป็นของตนเอง" สะท้อนช่องโหว่ทางทะเบียนราษฎรที่ซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อย น.ส. สุรีญาณี เปิดเผยว่า หลังจากแต่งงานได้ย้ายออกจากบ้านพ่อแม่มาปลูกสร้างบ้านของตนเอง แต่ยังคงใช้ชื่อในทะเบียนบ้านเดิมของพ่อแม่ เมื่อครอบครัวมีรายได้ทางเดียวจากสามี ทำให้ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการสร้างบ้านให้แข็งแรงและได้มาตรฐาน เมื่อไปยื่นเรื่องขอจดทะเบียนบ้านเลขที่ใหม่ กลับถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมินเฉย ผลกระทบจากการไม่มีบ้านเลขที่ของตนเอง ทำให้เธอสูญเสียโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐโดยสิ้นเชิง เช่น เมื่อมีการแจกอุปกรณ์ประกอบอาชีพอย่างอวนกุ้ง ซึ่งจำกัดสิทธิ์ "1 บ้านเลขที่ต่อ 1 สิทธิ์" เธอจึงหมดโอกาสได้รับความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูมรสุมที่พายุพัดหลังคาบ้านปลิวพังเสียหาย เมื่อไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรับผิดชอบ กลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าเธอไม่ใช่ "เจ้าบ้าน" หรือเจ้าของบ้านเลขที่ตัวจริง จากการประเมินและพูดคุยเพิ่มเติม พบว่าปัญหาการไม่มีบ้านเลขที่ ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงและซับซ้อนต่อการใช้ชีวิตในอีกหลายมิติ ได้แก่: ด้านเอกสารราชการและสิทธิพลเมือง: ไม่สามารถออกเล่มทะเบียนบ้านหรือเพิ่มชื่อผู้อยู่อาศัยได้ การต่ออายุบัตรประชาชนทำได้ยากลำบาก และส่งผลให้ เสียสิทธิทางการเมือง ไม่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ด้านสวัสดิการและการเงิน: พลาดสิทธิประโยชน์จากรัฐทุกรูปแบบ ทั้งเบี้ยยังชีพ ทุนการศึกษา การลงทะเบียนสิทธิบัตรทองหรือเข้าถึงการรักษาพยาบาลมีความซับซ้อนขึ้น รวมถึงไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น เปิดบัญชีธนาคาร ขอสินเชื่อ หรือซื้อประกันได้เลย ด้านสาธารณูปโภคและความปลอดภัย: ไม่สามารถขอมิเตอร์น้ำ-ไฟแบบถาวรได้ ต้องทนใช้ไฟชั่วคราวซึ่งมีราคาแพงกว่าปกติ ไม่สามารถรับ-ส่งพัสดุหรือเอกสารสำคัญถึงหน้าบ้านได้ และที่น่ากังวลที่สุดคือ "การไม่มีพิกัดในระบบ" ซึ่งหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ยานพาหนะอย่างรถพยาบาลหรือรถดับเพลิงจะไม่สามารถค้นหาตำแหน่งบ้านเพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที กรณีของ น.ส. สุรีญาณี จึงเป็นเสียงสะท้อนสำคัญที่ส่งไปถึงหน่วยงานภาครัฐ ให้หันมาพิจารณาและผ่อนปรนกฎระเบียบเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่นำสภาพความทรุดโทรมของที่อยู่อาศัยมาเป็นกำแพงขวางกั้นการออกบ้านเลขที่ ซึ่งเป็นประตูบานแรกสู่สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง