back
เสียงสะท้อนจากระนอง "เราก็เป็นคนไทย" สาวไทยพลัดถิ่นสุดช้ำ ไร้บัตรประชาชนทำชีวิตสะดุด-เรือล่มรัฐเมินช่วย
16 ต.ค. 2569 11:30
View: 177

รัฐสวัสดิการเพื่อคนชายขอบ
น.ส.สมศรี กิ่งแก้ว อายุ 29 ปี หญิงสาวชาวตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตท่าเรือบางกล้วยนอก ตัวแทนเสียงสะท้อนความยากลำบากของ "คนไทยพลัดถิ่น" ที่ต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำและอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ เพียงเพราะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนไทย
แม้ตนจะสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และมีความมุ่งมั่นที่อยากจะมีหน้าที่การงานและรายได้ที่มั่นคง แต่กลับถูกปฏิเสธจากนายจ้างมาโดยตลอดเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ครั้นจะเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อไปแสวงหาโอกาสในการทำงานที่อื่น ก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกจับกุม เนื่องจากบัตรคนไทยพลัดถิ่นมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ โดยกำหนดให้อยู่ได้เฉพาะในเขตจังหวัดระนองเท่านั้น
จากข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้เธอตัดสินใจเบนเข็มชีวิตมาประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องแบกรับความเสี่ยงสูง ทั้งในเรื่องของรายได้ที่ไม่แน่นอน การถูกกดราคาสินค้า รวมถึงอันตรายจากคลื่นลมมรสุมที่ไม่อาจคาดเดาได้
เหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจนที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ขณะที่ น.ส.สมศรี นำเรือออกไปตักแมงกะพรุนบริเวณหมู่บ้านหินช้าง จังหวัดระนอง เรือของเธอได้ถูกคลื่นซัดอย่างรุนแรงจนเครื่องยนต์เรือพลัดตกจมลงไปในน้ำ หลังเกิดเหตุ เธอได้เดินทางไปแจ้งเรื่องขอความช่วยเหลือจากกรมประมง แต่กลับได้รับคำตอบที่สร้างความสะเทือนใจอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ได้เรียกขอหลักฐานเป็นภาพถ่ายขณะที่เครื่องยนต์กำลังจมน้ำ ซึ่งในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพไว้ได้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เรียกขอเอกสารหลักฐานการครอบครองเรือ ซึ่ง น.ส.สมศรี ไม่สามารถนำมาแสดงได้ เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายระบุว่า คนไทยพลัดถิ่นที่ไม่มีบัตรประชาชนไทยจะไม่มีสิทธิครอบครองเรือ ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่จึงสรุปว่า "หากเป็นเช่นนั้น ภาครัฐก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








