back
จากนาข้าวสู่นาบัว ทางเลือกสร้างรายได้ตลอดปีของเกษตรกร บ้านดงบัง ตำบลดอนมดแดง
14 ต.ค. 2569 17:00
View: 10

Areerut Cumpimoon
ตำบลดอนมดแดง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ที่เกษตรกรต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ทั้งภัยแล้งและอุทกภัย ซึ่งส่งผลต่อการประกอบอาชีพและรายได้ของครัวเรือน โดยอาชีพหลักของชาวบ้านส่วนใหญ่คือการทำนาข้าว ทั้งนาปีและนาปรัง อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และให้ครอบครัวมีรายรับอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เกษตรกรบางครัวเรือนจึงเลือกทำอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำนาข้าว หนึ่งในนั้นคือการทำนาบัวเพื่อเก็บดอกจำหน่าย
ครอบครัวของนายประวิทย์ เกษตรกรบ้านดงบัง ตำบลดอนมดแดง เป็นอีกตัวอย่างของการปรับตัวเพื่อสร้างรายได้จากอาชีพเกษตรกรรม โดยนอกจากการทำนาข้าวแล้ว ยังปลูกบัวฉัตรเพื่อเก็บดอกขาย ซึ่งข้อได้เปรียบของการปลูกบัวคือสามารถเก็บดอกจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากบัวทยอยออกดอกให้เก็บเกี่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงเวลาที่การทำนาข้าวยังไม่มีผลผลิต
นายประวิทย์ เล่าว่า ตนเองนั้นเรียนจบแค่ ม.3 เมื่อก่อนทำอาชีพรับจ้างก่อสร้างและโรงงาน แต่ช่วงโควิดทำให้ตกงานและต้องกลับมาอยู่บ้าน และไม่มีงานทำจึงได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร ทำนาในพื้นที่ที่ของพ่อแม่ให้ไว้ แต่การทำนาก้ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอเพราะตนเองต้องเลี้ยงลูกอีก 4 คน จึงได้แบ่งพื้นที่นามาทำ นาบัว รายได้จากการขายดอกบัวอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด โดยจำหน่ายในราคาประมาณดอกละ 1 บาท แม้การปลูกบัวจะสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่การเก็บดอกบัวให้ได้คุณภาพก็ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความชำนาญ และการวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
การเก็บดอกบัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงว่าดอกบัวพร้อมเก็บเมื่อใด แต่ยังต้องพิจารณาด้วยว่าลูกค้าต้องการรับดอกบัววันไหนและช่วงเวลาใด หากต้องนำไปส่งในตลาดช่วงเช้า เกษตรกรอาจต้องเก็บดอกบัวตั้งแต่ช่วงเย็นของวันก่อนหน้า จากนั้นนำมามัดเป็นกำ กำละ 20 ดอก และแช่น้ำเพื่อรักษาความสดก่อนนำส่งจำหน่าย นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวและการจัดเตรียมดอกบัว
ทักษะในการเก็บและมัดดอกบัวเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิต หากผู้เก็บขาดประสบการณ์ อาจทำให้ดอกบัวช้ำหรือมีขนาดไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณารับซื้อและราคาที่เกษตรกรได้รับ ดังนั้น การรักษาคุณภาพของดอกบัวตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวจนถึงการส่งมอบจึงมีความสำคัญต่อรายได้ไม่แพ้ปริมาณผลผลิตที่เก็บได้ ซึ่งทักษะเหล่านี้ได้เรียนรู้จากลุกป้าน้าอาเกษตรกรที่อยู่ในชุมชนเดียวกันคอยให้คำแนะนำ
อีกหนึ่งข้อจำกัดของเกษตรกรบ้านดงบังคือระยะทางจากพื้นที่เพาะปลูกไปยังตลาดในตัวเมืองอุบลราชธานี ระยะทางไปกลับราวๆ 80 กม. เมื่อเก็บดอกบัวแล้วต้องนำผลผลิตเข้าไปส่งให้ถึงลูกค้า จึงต้องวางแผนปริมาณการเก็บเกี่ยวให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดและต้นทุนการเดินทาง หากมีผลผลิตน้อยเกินไปอาจไม่คุ้มค่ากับการขนส่ง ขณะเดียวกัน หากเก็บมากเกินความต้องการก็อาจเสี่ยงต่อการจำหน่ายไม่หมดและกระทบต่อรายได้ของครัวเรือน
เรื่องราวของครอบครัวนายประวิทย์สะท้อนให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรสามารถนำมาใช้รับมือกับความไม่แน่นอนของภาคเกษตรกรรมได้ อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้จากนาบัวให้มีความมั่นคงยังต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งทักษะการผลิต การรักษาคุณภาพ การวางแผนเก็บเกี่ยว การเข้าถึงตลาด และการบริหารต้นทุนการขนส่ง เพื่อให้การทำนาบัวเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยพยุงรายได้ของครัวเรือนได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











