back

มาเลเซียวางอนาคต หนุนเสริมนักท่องจำอัลกุรอานสู่มืออาชีพ หวังเห็น “ผู้นำประเทศ” เป็นฮุฟฟาซในวันข้างหน้า อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ณ Bangi Kajang รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาและสังคมเชิ

11 ต.ค. 2569 13:40 View: 12
author profile image
Shukur Dina
มาเลเซียวางอนาคต หนุนเสริมนักท่องจำอัลกุรอานสู่มืออาชีพ หวังเห็น “ผู้นำประเทศ” เป็นฮุฟฟาซในวันข้างหน้า อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ณ Bangi Kajang รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาและสังคมเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการยกระดับเยาวชนผู้ท่องจำอัลกุรอาน (Huffaz) ไม่ให้จำกัดบทบาทอยู่เพียงแค่ในมิติทางศาสนาหรือสถาบันการศึกษาทางศาสนาเท่านั้น แต่มุ่งส่งเสริมและเจียระไนให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็น “มืออาชีพในทุกสาขาอาชีพ” ทั้งแพทย์ วิศวกร นวัตกร นักบัญชี และผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งวางเป้าหมายระยะยาวว่า “สักวันหนึ่ง ผู้นำประเทศมาเลเซียจะมาจากผู้ที่ท่องจำอัลกุรอาน” 1. จุดเปลี่ยนสำคัญ: งานพิธีประสาทปริญญาบัตร Huffaz PERMATA ครั้งที่ 10 ความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์นี้ถูกย้ำชัดอย่างมีนัยสำคัญใน งานพิธีประสาทปริญญาบัตรผู้ท่องจำอัลกุรอาน PERMATA (Majlis Konvokesyen Huffaz Nusantara Permata Al-Quran) ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องประชุมใหญ่ สถาบันเยอรมัน-มาเลเซีย (German-Malaysian Institute - GMI) Bangi Kajang รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย การจัดงานครอบคลุมระหว่างวันที่ 9–10 ตุลาคม 2569 โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ: ช่วงที่ 1: วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 (ช่วงบ่าย) ช่วงที่ 2: วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 (ช่วงเช้า) ช่วงที่ 3: วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 (ช่วงบ่าย) พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมโรงเรียนตาฮ์ฟีซอัลกุรอานแห่งประเทศมาเลเซีย (PERMATA) ภายใต้ความร่วมมือกับ 2 หน่วยงานหลักของรัฐบาล ได้แก่: 1. กระทรวงการพัฒนาชนบทและส่วนภูมิภาค (KKDW) 2. สภาอำนวยการเพื่อประชาชน (MARA) งานนี้นับเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในการยกระดับเกียรติภูมิของฮุฟฟาซสู่เวทีโลก โดยร่วมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของบัณฑิตฮุฟฟาซกว่า 1,500 คน ทั้งจากประเทศมาเลเซียและประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ที่เข้าร่วมรับใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิผู้ท่องจำอัลกุรอาน 2. ทัศนะและวิสัยทัศน์ ดาโต๊ะ ซรี อะหมัด ซาฮิด ฮามิดี (Datuk Seri Ahmad Zahid Hamidi) รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาชนบทและส่วนภูมิภาค ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมอบโอวาทและแสดงทัศนะเชิงนโยบายอย่างแหลมคม หลักการของผมง่ายมาก เด็กนักเรียนตัฮฟีซไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างศาสนากับความฝัน พวกเขาต้องได้รับพื้นที่ในการศึกษาศาสนาควบคู่ไปกับการเชี่ยวชาญด้านความรู้ ทักษะ และวิชาชีพ” — ดาโต๊ะ ซรี ดร. อะหมัด ซนาฮิด ฮามิดี สาระสำคัญจากวิสัยทัศน์ของรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย: ก้าวข้ามการท่องจำสู่การต่อยอดวิชาชีพ: การศึกษาตัฮฟีซ (Tahfiz) ไม่ควรกำหนดกรอบตัวเองอยู่เพียงแค่การท่องจำพระคัมภีร์อัลกุรอานเท่านั้น แต่ต้องลบล้างภาพจำเดิมๆ ด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะสมัยใหม่ และคุณวุฒิทางการศึกษา เพื่อให้เหล่าฮุฟฟาซมีความพร้อมเต็มที่ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานและสายอาชีพระดับมืออาชีพ เช่น เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และการแพทย์ รับมือยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัล: ความท้าทายจากการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง เรียกร้องให้ผู้สำเร็จการศึกษาตัฮฟีซต้องมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับสากลและหลากหลายภาคส่วนได้อย่างเท่าเทียม สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง: การศึกษาทางศาสนาต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) ของประเทศ โดยเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงไปสู่มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาวิชาชีพและฝึกอบรมทางเทคนิคและอาชีวศึกษา (TVET) รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือแบบบูรณาการ: ภาครัฐ สถาบันตัฮฟีซ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ต้องจับมือกันสร้างระบบนิเวศที่รองรับเยาวชนเหล่านี้ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องดิ้นรนหาทางเดินชีวิตเพียงลำพังหลังจบการศึกษา “เด็กๆ จากสถาบันตัฮฟีซไม่ควรถูกปล่อยให้หาทางเดินชีวิตเองตามลำพังหลังจากจบการศึกษา ระบบนิเวศนี้จะต้องช่วยผลักดันให้พวกเขาก้าวไปสู่ระดับถัดไป” 3. ยุทธศาสตร์ Ulama-Umara และนโยบาย Ulul Albab เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ รัฐบาลมาเลเซียภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม และการผลักดันอย่างต่อเนื่องของ ดร. อะหมัด ซนาฮิด ฮามิดี ได้นำนโยบาย Ulul Albab มาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่เน้นการบูรณาการวิชาการสมัยใหม่เข้ากับความรู้ทางศาสนา โดยขับเคลื่อนผ่านสถาบันการศึกษาในสังกัด MARA เช่น วิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยี MARA (MRSM) กรอบยุทธศาสตร์หลัก 3 ประการ: 1. ความโดดเด่นแบบสองเส้นทาง (Dual-Track Excellence): ส่งเสริมให้เยาวชนมุ่งมั่นเรียนรู้ในสาชาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ควบคู่ไปกับการท่องจำอัลกุรอานครบ 30 ยุซ (Juz) เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งทางโลกและทางธรรม 2. ขยายโอกาสทางอาชีพแห่งอนาคต: เปิดประตูและสร้างเส้นทางอาชีพรองรับเยาวชนกลุ่มนี้ เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมฮาลาล ด้านการแพทย์ และเศรษฐกิจดิจิทัล 3. บ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ตามหลักธรรมาภิบาล: ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมตามหลักการศาสนาอิสลาม เพื่อใช้เป็นรากฐานสำคัญในการบริหารประเทศและการทำงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance) 4. การสนับสนุนเชิงโครงสร้างและงบประมาณแผ่นดิน นอกจากนี้ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการศึกษาตัฮฟีซยังครอบคลุมถึงการปรับปรุง นโยบายการศึกษาตัฮฟีซแห่งชาติ, การพัฒนา มาตรฐานการรับรองตัฮฟีซแห่งมาเลเซีย (Standard Pengiktirafan Tahfiz Malaysia) และการสร้างความน่าเชื่อถือผ่าน วุฒิบัตรตัฮฟีซมาเลเซีย (Sijil Tahfiz Malaysia) เพื่อขยายตัวเลือกด้านการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ในแง่ของการสนับสนุนทางการเงิน รัฐบาลมาเลเซียได้สะท้อนความตั้งใจจริงผ่านการจัดสรรงบประมาณประจำปี โดยนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ได้เสนอร่างงบประมาณภายใต้แนวคิด “คว้าฟ้า หยั่งรากลงดิน” (Menggapai di Langit, Mengakar di Bumi) ซึ่งมีการเพิ่มงบประมาณด้านกิจการศาสนาอิสลาม โรงเรียนปอนดก สถาบันตัฮฟีซ และโรงเรียนศาสนาของประชาชน ขึ้นเป็น 3.1 พันล้านริงกิต (จากเดิม 2.6 พันล้านริงกิต) รวมถึงการปรับเพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่ครูผู้สอนและเจ้าหน้าที่มัสยิด ซึ่ง ดร. อะหมัด ซนาฮิด ได้กล่าวแสดงความยินดีและระบุว่าเป็นสัญญาณอันดีที่ทุกภาคส่วนควรให้การสนับสนุน บทสรุป การจัดงาน Majlis Konvokesyen Huffaz PERMATA ครั้งที่ 10 ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีมอบวุฒิบัตรทางศาสนาตามประเพณีทั่วไป แต่นับเป็น หมุดหมายเชิงนโยบายระดับชาติ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของประเทศมาเลเซีย ในการหล่อหลอม "ทุนมนุษย์" (Human Capital) ที่มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งความรู้ความสามารถทางวิชาการ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และรากฐานทางจริยธรรมที่เข้มแข็ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนฮุฟฟาซเหล่านี้ เติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำสังคม และก้าวขึ้นสู่การเป็น "ผู้นำประเทศ" ในอนาคตอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง