back

สภาคุ้มครองฯ พบรัฐมนตรีวัฒนธรรม รายงานผลประชุมนัดแรก เดินหน้าขับเคลื่อนงานชาติพันธุ์สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

8 ต.ค. 2569 10:56 View: 131
author profile image
อิสระ เสรี
สภาคุ้มครองฯ พบรัฐมนตรีวัฒนธรรม รายงานผลประชุมนัดแรก เดินหน้าขับเคลื่อนงานชาติพันธุ์สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 7 ตุลาคม 2569 | กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อรายงานผลการประชุมสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ฯ นัดแรก พร้อมรับฟังนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านกลุ่มชาติพันธุ์ในระยะต่อไป โดยมุ่งยกระดับ ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ให้เป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบ Culture|2030 Indicators การพบหารือครั้งนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) นายศักดิ์ดา แสนมี่ ประธานสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสภาคุ้มครองฯ ทั้งสองชุด เข้าร่วมการหารือ “211 คน” ตัวแทนเสียงจากกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้กล่าวแสดงความยินดีกับสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทยทั้ง 211 คน ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้แทนของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมเน้นย้ำว่า สภาคุ้มครองฯ เป็นพื้นที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งในการสะท้อนสถานการณ์ปัญหา กำหนดทิศทาง และร่วมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตและความต้องการของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในแต่ละพื้นที่ จาก “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่พลังการพัฒนาประเทศ การหารือยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน Culture|2030 Indicators ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยครอบคลุมมิติสำคัญ ได้แก่ มิติการมีส่วนร่วมและสังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ในกระบวนการพัฒนาประเทศ และสร้างสังคมที่ยอมรับ โอบรับ และเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม มิติความมั่งคั่งและการดำรงชีพ แปลงทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฐานราก รวมถึงการผลักดัน พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มิติสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการนำภูมิปัญญาและองค์ความรู้ดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์มาใช้ในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตสิ่งแวดล้อม นำเสียงจากชุมชนเข้าสู่การกำหนดนโยบาย ขณะเดียวกัน คณะกรรมการสภาคุ้มครองฯ ได้สะท้อนสถานการณ์และปัญหาที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กำลังเผชิญในหลายพื้นที่ อาทิ สถานการณ์ภัยพิบัติและอุทกภัย สิทธิในที่ดินและป่าไม้ การเข้าถึงการศึกษา สิทธิสถานะบุคคล ตลอดจนการจัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการมี ข้อมูลจากชุมชนที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทและวิถีชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ การพบหารือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการรายงานผลการทำงานของสภาคุ้มครองฯ หากแต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยง “เสียงจากชุมชน” สู่ “นโยบายระดับประเทศ” และสร้างกลไกการมีส่วนร่วมที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้ามามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างมีความหมาย จากความหลากหลาย สู่พลังร่วมของประเทศ จากภูมิปัญญาชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และจากเสียงของกลุ่มชาติพันธุ์ สู่การกำหนดนโยบายของประเทศไทย เครดิตภาพ:สุพจน์ หลี่จา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง