back
ส.ส.ตรังควงชลประทานประชุมเข้มประเมินสถานการณ์น้ำ หลัง “อนุทิน” เตือนใต้เสี่ยงท่วมหนัก ห่วงความกดอากาศต่ำเหนือปะทะมรสุมใต้ ทำฝนตกแช่จนเกิด Rain Bomb พ.ย.-ธ.ค.นี้ช่วงเสี่ยง ผอ.ชลประทานฯ เตือน “ซุปเปอร์เอลนีโญ” มาแน่ ปีหน้าแล้งหนัก-นาน เตือนเกษตรกรเร่งสำรองแหล่งน้ำ
5 ต.ค. 2569 17:13
View: 220

The Journalist
ตรัง-ส.ส.ตรังควงชลประทานประชุมเข้มประเมินสถานการณ์น้ำ หลัง “อนุทิน” เตือนใต้เสี่ยงท่วมหนัก ห่วงความกดอากาศต่ำเหนือปะทะมรสุมใต้ ทำฝนตกแช่จนเกิด Rain Bomb แถมน้ำทะเลหนุนระบายยาก พ.ย.-ธ.ค.นี้ช่วงเสี่ยง ผอ.ชลประทานฯ เตือน “ซุปเปอร์เอลนีโญ” มาแน่ ปีหน้าแล้งหนัก-นาน เตือนเกษตรกรเร่งสำรองแหล่งน้ำ
.
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ว่า จากรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเร่งทบทวนแผนรับมือน้ำท่วม โดยเฉพาะภาคใต้ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดฝนตกหนัก 4-10 ต.ค.นี้ โดยย้ำพื้นที่เสี่ยงต้องเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียงเข้าศูนย์พักพิงล่วงหน้า พร้อมเร่งวางแผนระบายน้ำและจัดการขยะหลังน้ำลด ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
.
ที่จังหวัดตรัง ยังคงมีฝนตกฟ้าคะนองจากพายุกว่าร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นลมแรง โดยเมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ได้เกิดวิกฤตน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมหลักเชื่อมต่อจังหวัด อย่างถนนเพชรเกษม-พัทลุง-สงขลา ช่วงอำเภอนาโยง ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต ต้องใช้ทางเลี่ยงอ้อมเป็นระยะทางไกล รวมถึงในหลายส่วนยอมอ้อมไปทางจ.สตูล เพื่อไปยังจ.สงขลา นอกจากนี้ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว ในรอบหลายสืบปี สร้างความเสียหายอย่างมาก ทำให้ช่วงฤดูฝนปลายปีนี้ ประกอบกับช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้ระบายน้ำได้ยากลำบาก สร้างความกังวลต่อประชาชนในพื้นที่ไม่น้อย
.
วันนี้(5ต.ค.69) ที่สำนักงานโครงการชลประทานตรัง ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยง ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานตรัง นำโดยนายพิมาน จันทมณีโชติ ผอ.โครงการชลประทานตรัง โดยมีการเปิดแผนที่อุทกศาสตร์ ผังลุ่มน้ำลำน้ำต่างๆ รวมทั้งวิเคราะห์พยากรณ์อากาศ ปริมาณน้ำกักเก็บ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยนายกฤตย์อิชย์ เปิดเผยหลังร่วมประเมินสถานการณ์ ว่า ได้มารับทราบข้อมูลจากผอ.ชลประทานตรัง ในส่วนของปริมาณฝนสะสมที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ อยากให้ประชาชนเฝ้าระวังและไม่ประมาท แต่โดยภาพรวมจากฐานข้อมูลปลายปี2569 ไม่หนักเท่าปี2568 หน่วยงานภาครัฐเองมีการตั้งรับ และเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด ส่วนความเสี่ยงต่อน้ำท่วมในช่วงปลายปีนี้ ทางชลประทานตรังยืนยันด้วยแผนที่และระบบวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ว่า ประมาณการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ อ่างเก็บน้ำหลักของตรัง 3 แห่ง ทั้งอ่างคลองท่างิ้ว , อ่างทรายขาว และอ่างพรุเตย ยังจุได้อีกมาก แต่เราไม่ประมาท มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ยังต้องเริ่มวางแผนเผื่ออนาคต โดยเฉพาะการตัดยอดน้ำก่อนเข้าพื้นที่ตัวเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ ทั้ง ริมฝั่งแม่น้ำตรังตลอดสาย โดยเฉพาะเชิงเขาบรรทัด เพื่อปกป้องเขตเมือง โดยเฉพาะพื้นที่อ.ปะเหลียน เทศบาลตำบลย่านตาขาว ส่วนอ.นาโยง เร่งประสานไปแขวงการทางตรัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบนถนนเพชรเกษม(ช่วงร้านเค้กขนิษฐา-ละมอ) ย่านตลาดนาโยง เพราะกระทบการจราจรเส้นหลักเข้าออกเมืองตรัง ไปพัทลุง-หาดใหญ่ เป็นอัมพาตบ่อยครั้ง เพราะแนวถนนขวางทางเดินของน้ำ ส่วนนี้น่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น การยกระดับ หรือ ฝังท่อ ผมจะได้ประสานงานหารือในสภาฯต่อไป เพื่อส่งต่อปัญหาที่ซ้ำซากยาวนานนี้ ไปยังรองนายกฯและรมว.คมนาคมโดยตรง
.
นายกฤตย์อิชย์ กล่าว่า อย่างไรก็ตามแม้หน่วยงานจะประเมินว่าปลายปีนี้มีความเสี่ยงท่วมน้อย แต่ไม่ประมาท เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะ Rain Bomb ซึ่งประเมินว่าปีนี้หนักในหลายพื้นที่ ปี 2568 อ.ย่านตาขาว โดนมาแล้ว ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงถึง 400 มิลลิเมตรมากกว่ากทม.ในช่วงนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้น ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้ต้องระวัง เพราะความกดอากาศต่ำจากทางเหนือเคลื่อนตัวลงมา เมื่อปะทะกับความกดอากาศต่ำทั้งฝั่งตะวันตก-ตะวันออกของภาคใต้ ฝนจะตกหนักและตกแช่เป็นเวลานาน หรือเกิด Rain Bomb ขึ้นไดทุกเมื่อ
.
ด้านนายพิมาน จันทมณีโชติ ผอ.โครงการชลประทานตรัง กล่าวว่า ในส่วนของโครงชลประทานตรัง มี 9 มาตรการในการรับมือช่วงฤดูฝนปี 2569 ตามแผนงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สนทช.) ซึ่ง9มาตรการนี้ได้รับความเห็นชอบ โดยใช้กันทั้งประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องน้ำ การรับมือฤดูฝนปี 2569 แต่ละหน่วยงานต้องทำงานสอดคล้องกัน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบด้วย 1.การคาดการณ์ชี้เป้าแจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วม พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย รวมทั้งเตรียมรับมือ 2.ทบทวนปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ แหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ อาคารสำคัญของโครงการชลประทาน 3.เตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือที่ใช้ช่วยในช่วงอุทกภัย มีทั้งระบบระบายน้ำ ระบบชลภาค พื้นที่เสี่ยงต่างๆ 4.ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของผนังกั้นน้ำที่ความเสี่ยง 5.เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ 6.ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำช่วงอุทกภัยไม่ว่าจะเป็นระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประทาน ปภ.จังหวัดเป็นฝ่ายเลขา โครงการชลประทานจังหวัดก็เป็นคณะทำงาน 7.เร่งพัฒนาและเก็บกักน้ำการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนที่เกี่ยวเนื่องถึงฤดูแล้ง ต้องเก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนและนำน้ำไปใช้ในช่วงฤดูแล้งปี2570 8.สร้างการรับรู้ ความเสี่ยง และสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย พบปะกลุ่มผู้ใช้น้ำในระดับอำเภอ ตำบล โดยหัวหน้าฝ่ายแต่คนได้ติดตามและให้ความรู้แต่ละฝ่ายโดยตลอด และ 9.หลังจากหมดฤดูฝนจะมีการติดตามประเมินผลประจำปี 2569 เพื่อปรับใช้ในปี2570
.
“แม้หลายฝ่ายจะกังวลในเรื่องน้ำท่วม แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง อยากจะขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าในช่วงปี2570 จะเกิดปรากฎการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญ ตั้งแต่ปลายปีนี้ยาวไปจนถึงปีหน้า(2570) หน้าฝนจะสั้น หน้าแล้งจะมาเร็ว แล้งหนัก แล้งนาน และค่อนข้างรุนแรง เป็นปราฎการณ์การแล้งนานฝนตกน้อยกว่าค่าปกติที่ควรจะเป็น ดังนั้นเรามองสถานการณ์ไปในอนาคต นอกจากโครงการชลประทานเองจะเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดแล้ว เกษตรกรเองหรือผู้ใช้น้ำไม่ควรประมาท หากมีสระเก็บน้ำ หรือ พื้นที่แก้มลิงที่สามารถเก็บน้ำได้เยอะ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งในปี2570 ด้วย”ผอ.ชลประทานตรัง กล่าว
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










