back
ผู้ว่าฯตรังเปิดศาลากลางนั่งหัวโต๊ะ ถก 3 ฝ่าย “นครตรัง–อบต.บางรัก–ชาวบ้าน” เคลียร์ปมบ่อขยะทุ่งแจ้ง หันหน้าเข้าหากันร่วมร่าง MOU ฉบับเป็นธรรม คำนึงผู้รับผลกระทบด้านสุขภาพ หลังชาวบางรักทนทุกข์นานกว่า 30 ปี อัยการคุ้มครองสิทธิ์-ผู้แทนกมธ.ที่ดิน ร่วมให้คำปรึกษาข้อกม.รัดกุม
23 ก.ย. 2569 04:32
View: 332

The Journalist
ตรัง – ปมร้อน “บ่อขยะทุ่งแจ้ง” เดินเข้าสู่โต๊ะเจรจาครั้งสำคัญ เมื่อ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOU การบริหารจัดการขยะระหว่าง เทศบาลนครตรัง องค์การบริหารส่วนตำบลบางรัก และตัวแทนชุมชนบางรัก โดยมี ท้องถิ่นจังหวัดตรังทำหน้าที่เลขานุการการประชุม 3ฝ่าย “นครตรัง–อบต.บางรัก–ชาวบ้าน” เคลียร์ปมบ่อขยะทุ่งแจ้ง หันหน้าเข้าหากันร่วมร่าง MOU ฉบับเป็นธรรม คำนึงผู้รับผลกระทบด้านสุขภาพ หลังชาวบางรักทนทุกข์นานกว่า 30 ปี อัยการคุ้มครองสิทธิ์-ผู้แทนกมธ.ที่ดิน ร่วมให้คำปรึกษาข้อกม.รัดกุม
.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องศรีตรัง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดตรัง ถือเป็นการเริ่มต้นครั้งสำคัญภายหลังนะยะเวลากว่า 30 ปีมาแล้ว ที่ผลกระทบต่อชาวบางรัก จนต้องออกมาเรียกร้อง ขอ “พิสูจน์ความจริงใจ” ก่อนยกมือไฟเขียวใช้พื้นที่ ดัน MOU ฉบับประชาชนเพิ่มสิทธิสุขภาพ–สิ่งแวดล้อม จับตาสภา อบต.บางรัก พิจารณาปลาย กันยายนนี้ เดินหน้าสู่จัดการขยะ Cluster 1 บ่อขยะทุ่งแจ้ง หลังตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ เมื่อหนังสืออนุญาต ใช้ที่ดินทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งแจ้งหมดอายุลง
.
การประชุมดังกล่าวใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางชาวบ้านตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง กว่า 100 คน เดินทางมารอให้กำลังใจ พร้อมดอกกุหลาบเพื่อเตรียมให้ตัวแทนชุมชนและฝ่ายสภา อบต.บางรัก ซึ่งเข้าร่วมเจรจาเพื่อเรียกร้องแนวทางดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากบ่อขยะทุ่งแจ้งมาอย่างยาวนาน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณี คณะกรรมาธิการการ(กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่รับฟังปัญหา โดยมี นายวิรัตน์ รักนาย หรือสจ.จู สจ.เขตอำเภอเมืองตรัง เข้าโรงเรียนต่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กมธ.ฯ พร้อมนำเสนอปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนตำบลบางรัก ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่บ่อขยะทุ่งแจ้ง ตลอดจนข้อขัดข้องด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
.
โดยต่อไปนี้คือการนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาเป็นไป โดยให้มีความครบถ้วนมากที่สุด
.
***เปิดร่าง MOU ฉบับประชาชน “ขอความชัดเจน ไม่ตีขลุม”
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญบนโต๊ะเจรจา คือ ร่าง MOU ฉบับที่ประชาชนตำบลบางรักร่วมกับ อบต.บางรักจัดทำขึ้น เพื่อเสนอให้ใช้เป็นฐานในการปรับปรุงร่างข้อตกลงเดิม
.
ฝ่ายประชาชนเห็นว่า ร่าง MOU เดิมยังมีเนื้อหาบางส่วนที่กว้างและคลุมเครือ โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสุขภาพและสาธารณสุข จึงเสนอให้กำหนดสิทธิและหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานได้
.
ข้อเสนอของชาวบ้านครอบคลุมทั้ง สิทธิด้านสาธารณสุข สุขภาพ อาชีวอนามัย การดูแลสิ่งแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์และวงเงินการสนับสนุนให้มีความชัดเจน ตลอดจนเปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและสังเกตการณ์การบริหารจัดการขยะของเทศบาลนครตรัง
.
ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเจรจา เพราะฝ่ายชาวบ้านและ อบต.บางรักต้องการให้เกิด “ความจริงใจ” ในการแก้ปัญหา ก่อนนำไปสู่การพิจารณาเรื่องการอนุญาตให้ใช้พื้นที่บ่อขยะทุ่งแจ้ง
.
***ข้อสรุปเบื้องต้น 3 ฝ่าย เห็นชอบเดินหน้าจัดทำ MOU
.
ภายหลังการหารือ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ท้องถิ่นจังหวัดตรังและสจเขตอำเภอเมืองตรัง ในฐานะผู้ร้อง แถลงข้อสรุปเบื้องต้นให้ทุกฝ่ายเดินหน้าร่วมกันจัดทำ ร่างบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการขยะระหว่างเทศบาลนครตรังกับ อบต.บางรัก โดยมุ่งหมายให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการดูแลและลดผลกระทบจากการบริหารจัดการขยะ
.
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่ ได้แก่
.
1. การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งแจ้ง
2. การขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์
3. การขออนุญาตทำกิจการนอกเขต เพื่อให้เทศบาลนครตรังสามารถเข้าไปดำเนินกิจการสาธารณะในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
.
ขณะเดียวกัน มีการหารือแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ในหลายส่วน ทั้งการจัดการขยะ Cluster 1 ของเทศบาลนครตรัง การใช้พื้นที่ทุ่งแจ้งสำหรับสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง และแนวทางพัฒนาศูนย์บริการสาธารณะ 3 เทศบาลนครตรัง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่
.
***“28 ก.ย.” จุดเปลี่ยนสำคัญ ก่อนเดินหน้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
.
ด้าน ประธานสภาอบต. บางรักเปิดเผยข้อมูลการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือการนำร่าง MOU ที่ปรับปรุงร่วมกันกลับไปหารือกับชุมชนบางรักอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ สภา อบต.บางรัก ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดสมัยประชุมและพิจารณาประเด็นดังกล่าวราววันที่ 28 กันยายน 2569 นี้
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากกระบวนการดังกล่าวเดินหน้าได้ จะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำไปสู่การขออนุญาตใช้พื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทุ่งแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของเทศบาลนครตรังเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
.
จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการจัดทำ TOR การจัดซื้อจัดจ้าง การประกาศหลักเกณฑ์และขอบเขตงาน การเปิดประมูล และกระบวนการ E-Bidding ตามกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ก่อนประกาศผลและลงนามสัญญาจ้างต่อไป
.
เบื้องต้น การบริหารจัดการขยะจะอยู่ภายใต้แนวทางคลัสเตอร์ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด โดยมี 26 อปท. รวมกับเทศบาลนครตรัง และปริมาณขยะดิบที่เข้าสู่บ่อขยะทุ่งแจ้งในปัจจุบันเฉลี่ยประมาณ 120–150 ตันต่อวัน
.
***จับตา 2 โมเดลงบจัดการขยะ ก่อนถึงโรงไฟฟ้า 9.9 เมกะวัตต์
.
สำหรับกรอบการดำเนินโครงการ มีการวิเคราะห์และพูดถึง 2 แนวทาง ได้แก่
.
1.แนวทางแรก เทศบาลนครตรังในฐานะเจ้าของงบประมาณ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเองตามแนวทางที่เคยดำเนินการ โดยอยู่ภายในกรอบวงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท
2.แนวทางที่สอง หากจัดทำเป็นโครงการขนาดใหญ่ภายในปีงบประมาณเดียว หรือเป็นโครงการผูกพันข้ามปี และมีวงเงินเกิน 200 ล้านบาท ก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดตามที่เกี่ยวข้อง
.
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการกล่าวถึงกระแสข่าวแนวคิดโครงการจัดการขยะวงเงินประมาณ 280 ล้านบาท เพื่อรองรับขยะดิบปริมาณกว่า 400,000 ตัน ซึ่งประเด็นนี้ยังเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องติดตามรายละเอียดของรูปแบบโครงการและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป
.
***เป้าหมายปลายทาง “โรงไฟฟ้าขยะ 9.9 เมกะวัตต์”
.
การจัดการขยะทุ่งแจ้งครั้งนี้ถูกวางให้เป็นแนวทางบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน ระหว่างรอโครงการโรงไฟฟ้าขยะของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวทางให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ตามกรอบเวลาที่มีการกล่าวถึง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 ปี หากโครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้ตามแผน และเมื่อระบบใหม่เข้ามารองรับการจัดการขยะ บ่อขยะทุ่งแจ้งจึงมีเป้าหมายที่จะยุติการใช้งานในที่สุด
.
***“ไม่ทุกข์ไม่มา” ชาวบางรักปักหลักรอคำตอบ
.
ตลอดช่วงเช้าจนล่วงเลยเวลาเที่ยง ชาวบ้านตำบลบางรักจำนวนมาก ยังคงปักหลักอยู่บริเวณชั้น 1 หน้สศาลากลางจังหวัดตรัง เพื่อรอให้กำลังใจตัวแทนชุมชนที่เข้าร่วมประชุม และรอฟังสรุปผลการประชุม
.
หลังการประชุม ตัวแทนชาวบางรักลงจากห้องประชุมและออกมาแถลงผลต่อชาวบ้านที่รออยู่ด้านล่างด้วยท่าทีกังวล แต่เมื่อผลการพูดคุยเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ชาวบ้านก็เริ่มมีรอยยิ้มและเข้ามาห้อมล้อมให้กำลังใจ พร้อมมอบดอกกุหลาบแก่ตัวแทนที่ร่วมทำหน้าที่เจรจา
.
นอกจากนี้ ในการประชุมยังมีผู้แทนจาก อัยการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงผู้แทนคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมสังเกตการณ์ และให้คำปรึกษาเรื่องข้อกฎหมายและการใช้ถ้อยคำที่รัดกุมชนิดข้อต่อข้อ คำต่อคำ ขณะที่ผู้แทนหน่วยงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังให้คำปรึกษาในเรื่องของการเข้าไปช่วยดูแลด้านสุขภาพให้กับชาวบ้าน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดให้คำปรึกษาในเรื่องของการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ทั้งอากาศ น้ำ และอื่นๆทั้งหมด
.
จากนี้จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า บ่อขยะทุ่งแจ้งจะไปทางไหน? แต่คือคำถามว่า ข้อตกลงที่เกิดขึ้นบนโต๊ะประชุม จะถูกนำไปปฏิบัติจริงเพียงใด?
.
เพราะสำหรับชาวบางรัก ปัญหาบ่อขยะไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ หากเป็นปัญหาที่ชุมชนระบุว่าต้องอยู่กับผลกระทบมานานกว่า 30 ปี
.
วันที่ 28 กันยายน 2569 นี้ จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญอีกหนึ่งวัน ที่ชาวตรังทุกคนต้องร่วมกันจับตา เมื่อร่าง MOU ฉบับการมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม จะเดินทางเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภา อบต.บางรัก
.
จาก “โต๊ะเจรจา” ในห้องศรีตรัง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดตรัง จะสามารถเปลี่ยนเป็น “ข้อตกลงที่มีผลในทางปฏิบัติ” ได้หรือไม่?
.
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำใน MOU เท่านั้น แต่อยู่ที่การสร้างหลักประกันให้ประชาชนที่อยู่รอบบ่อขยะว่า สิทธิด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของชุมชน จะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม อย่างแท้จริง
///









