back

ชาวบ้านทียาเพอ จับมือนักวิจัย ยกระดับเป็น "นักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง" ใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ปกป้องสุขภาพ หลังพบสารหนูในแหล่งน้ำสูงถึง 25 เท่า สอดคล้องผลตรวจปัสสาวะ

21 ก.ย. 2569 12:27 View: 214
author profile image
Apinya K.
เผชิญสถานการณ์ . (มิถุนายน 2569) เมื่อน้ำใสสะอาดในลำห้วยธรรมชาติซึ่งเป็นต้นน้ำหล่อเลี้ยงชุมชนบ้านทียาเพอ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาอย่างยาวนานบนพื้นที่ศักยภาพแร่ ตรวจพบการปนเปื้อนสารหนูเกินเกณฑ์กว่า 25 เท่า . หลังการเข้าร่วมกิจกรรมอบรมนักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองเพื่อการเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของตัวแทนชุมชนบ้านทียาเพอในโครงการวิจัยนำโดยสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (CHIA PLATFORM) และเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา "ด้วยหวังว่าแหล่งน้ำในลำห้วยต้นน้ำยวมจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ชุมชนใกล้เคียงได้พึ่งพิง กลับนำไปสู่การค้นพบการปนเปื้อนที่ชุมชนเองไม่ได้คาดคิด" . หลังตรวจพบการปนเปื้อนเบื้องต้นนี้จึงนำมาสู่การตื่นตัวของชุมชนในเดือนสิงหาคม 2569 "นักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองฯ บ้านทียาเพอ" ลุยสำรวจแหล่งน้ำในลำห้วยรอบหมู่บ้านภายใต้ความหวังที่ว่าน้ำในลำห้วยอื่น ๆ จะยังคงปลอดภัยและเป็นทางเลือกใหม่ของพวกเขา พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Science Research Center - ESRC) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ . ผลแล็บยืนยัน: การปนเปื้อนในแหล่งน้ำ - สัญญาณเตือน "การรับสัมผัส" เข้าสู่ร่างกาย . (17 กันยายน 2569) ทีมวิจัยลงพื้นที่คืนข้อมูล และแปลผลร่วมกับชาวบ้านและนักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองฯ บ้านทียาเพอ ผลแล็บยืนยันการปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภคหลักในชุมชนเกินเกณฑ์กว่า 16 เท่า (0.16 mg/L) สอดคล้องกับผลการสุ่มตรวจสารหนูอนินทรีย์ในตัวอย่างปัสสาวะของชาวบ้าน 2 ราย (>15 µg As/g creatinine) ในขณะที่ผลตรวจน้ำดิบลำห้วยทิยาเพอที่ส่งเข้าสู่ระบบกรองน้ำดื่มของวัดและโรงเรียนแม้จะยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ผลสำรวจภาคสนามก่อนหน้าพบค่าเกินเกณฑ์ ทำให้ชุมชนยังคงมีความกังวลและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แหล่งน้ำดิบในลำห้วยอีก 3 แหล่งยังคงปลอดภัย . อย่างไรก็ตาม ในการสื่อสารความเสี่ยงทีมวิจัยได้เน้นย้ำและทำความเข้าใจกับชุมชนว่า "การตรวจพบสารหนูอนินทรีย์ในปัสสาวะเกินเกณฑ์นี้ ยังไม่ได้บ่งชี้ถึงการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคในทันที แต่เป็นสัญญาณเตือนทางวิทยาศาสตร์ว่ามีรับสัมผัสสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ร่างกายแล้ว" . จากข้อมูลสู่การตัดสินใจ . จากข้อมูลนำมาสู่กระบวนการตัดสินใจร่วมกันของคนในพื้นที่ โดยชุมชนเริ่มกระบวนการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อลดการรับสัมผัสสารหนูในระหว่างที่รอการแก้ไขปัญหาถาวร เบื้องต้นได้ประสานงานหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อของบประมาณเปลี่ยนแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภคใหม่ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยในช่วง 2 เดือนก่อนระบบใหม่จะเสร็จ ชาวบ้านจะร่วมกันลดการใช้น้ำจากแหล่งที่ปนเปื้อนให้ได้มากที่สุด . ในวันเดียวกัน ชุมชนได้เสนอให้มีการลงพื้นที่สำรวจซ้ำด้วยชุดทดสอบภาคสนาม พร้อมร่วมกันเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในแหล่งน้ำที่มีการใช้ประโยชน์ ทั้งในภาคการเกษตร การอุปโภค และการบริโภคในครัวเรือน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลรองรับแผนการย้ายแหล่งน้ำ เนื่องจากลำห้วยแห่งใหม่อาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอตลอดทั้งปี . จากข้อมูลในเดือนสิงหาคม และการสำรวจภาคสนามในเดือนกันยายน ชุมชนได้สรุปสถานการณ์และแยกแยะจุดเสี่ยง-จุดปลอดภัย จัดลำดับประเภทการใช้ประโยชน์จากลำห้วยอื่น ๆ เช่น ลำห้วยที่มีปริมาณน้ำมากแต่ยังมีความเสี่ยงปนเปื้อน จะถูกปรับเปลี่ยนไปใช้เฉพาะในภาคการเกษตรหรือน้ำใช้ทั่วไปเท่านั้น และจะไม่นำมาใช้เพื่อการบริโภคโดยเด็ดขาด พร้อมคัดเลือกกลุ่มเสี่ยงจำนวน 10 คน เป็นตัวแทนชุมชนในการตรวจสารหนูอนินทรีย์ในปัสสาวะเพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยงการรับสัมผัส . สะท้อนศักยภาพ: พลังของ "นักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง" . ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ณ บ้านทียาเพอในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชน เมื่อนักวิจัยเข้ามาหนุนเสริม ถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนส่งมอบชุดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ชาวบ้านสามารถนำไปใช้งานจริงได้ด้วยตนเอง พลังของคนในพื้นที่ได้รับการยกระดับขึ้นสู่การเป็น "นักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง" ชุมชนจะไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบ แต่เป็นผู้ที่สามารถหยิบยกเอาองค์ความรู้และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์ แปลผล และร่วมกันตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง