back

โครงการวิจัยแก้จนฯ ม.อุบล เดินหน้า โมเดล “เตาเผาถ่านควันน้อย” พัฒนาอาชีพเดิม ลดต้นทุน ลดควัน สู่การต่อยอดนวัตกรรมชุมชน

17 ก.ย. 2569 18:28 View: 43
author profile image
Areerut Cumpimoon
เสียงจากคนใช้จริง กับการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชุมชน สำหรับชาวบ้านใน ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี การเผาถ่านไม่ใช่อาชีพใหม่ แต่เป็นวิถีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่เพื่อผลิตถ่านไว้ใช้ในครัวเรือน แต่เมื่อกระบวนการเผาถ่านยังมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องการใช้ไม้ ระยะเวลาในการเผา ต้นทุน และการเกิดควัน จึงเกิดคำถามว่า จะทำอย่างไรให้การเผาถ่านแบบเดิมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดผลกระทบต่อคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงเกิดกิจกรรม การอบรมเชิงปฏิบัติการการผลิตและการใช้เตาเผาถ่านควันน้อยเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งส่งเสริมให้ชุมชนเพิ่มการเผาถ่านเพื่อจำหน่าย แต่เป็นการนำ อาชีพและวิถีการใช้ประโยชน์จากถ่านที่มีอยู่เดิมในครัวเรือน มาพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นการเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้งานเตา และการควบคุมกระบวนการเผา เพื่อลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุน และลดการเกิดควันและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “สิ่งที่เปลี่ยน ไม่ใช่อาชีพ แต่คือวิธีการทำงาน” สำหรับคนในพื้นที่ การพัฒนาเตาเผาถ่านควันน้อยไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนจากอาชีพเดิมไปสู่อาชีพใหม่ แต่เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการที่ชุมชนมีอยู่แล้ว “ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ สุขภาพดี” นายวินัย ชาวบ้านตำบลเตย กล่าวว่า หลังจากการอบรมตนเองได้รับการสนับสนุนเตาเผาถ่านควันน้อยและได้มีการทดลองเผาถ่านแล้วพบว่า มีข้อแตกต่างจากถ่านที่ตนเคยเผาทั่วไป คือ ถ่านมีเขม่าน้อย ตอนเอาไม้เข้าไปในเตาเป็นท่อน รูปทรงแบบไหน ตอนเอาออกมาก็คงรูปทรงแบบเดิม ได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ "ถ่านมันบ่หมุ่น บ่เป็นผงคือเตาผีบ้านเฮา" เมื่อนำมาใช้ในครัวเรือสำหรับการประกอบอาหาร รู้สึกว่าควันน้อยลงจริง และสามรถลดต้นทุนในการซื้อถ่านเพื่อมาประกอบอาหารได้อย่างมาก และมีแนวคิดว่าหากมีเงินทุนก็อยากจะผลิตเตาเผาถ่านเพื่อใช้เพิ่มและอาจผลิตเพื่อจำหน่ายให้คนอื่นๆด้วย คำบอกเล่าจากผู้ใช้งานจึงเป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนว่า เมื่อทดลองนำเตามาใช้จริงแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการใช้วัสดุ ระยะเวลาในการเผา ปริมาณควันที่เกิดขึ้น หรือความสะดวกในการใช้งาน ขณะเดียวกัน การพัฒนาเตายังเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนได้แลกเปลี่ยนความรู้จากประสบการณ์จริง เพราะแต่ละครัวเรือนอาจมีวิธีการเผาและการใช้ทรัพยากรที่แตกต่างกัน การนำองค์ความรู้จากภายนอกมาผสมกับประสบการณ์ของคนในพื้นที่ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชน จากการใช้งานในครัวเรือน สู่โอกาสในการต่อยอด โดยมีครัวเรือนต้นแบบในหมู่ 1 จำนวน 10 รายที่ได้รับการสนับสนุนในปีที่ผ่านมาและ ได้ขยายเพิ่มเป็นทุกหมู่บ้านในตำบลเตย หมู่บ้านละ 1 ครัวเรือนต้นแบบ รวม 10 หมู่บ้าน เป้าหมายสำคัญในระยะแรกคือ การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และควบคุมการเกิดควันจากกระบวนการเผาถ่านที่ชุมชนมีการใช้งานอยู่เดิม ไม่ใช่การส่งเสริมให้มีการเผาถ่านเพื่อจำหน่ายเพิ่มขึ้น การขยายผล “โมเดลแก้จนถ่านควันน้อย” ในตำบลเตย จึงเป็นกระบวนการที่ไม่ได้มองเพียงตัวเตา แต่ให้ความสำคัญกับคนใช้จริง ปัญหาจริง และบริบทจริงของพื้นที่ เพราะนวัตกรรมชุมชนไม่ได้จบลงเมื่อสร้าง “เตา” สำเร็จ แต่ต้องเดินหน้าต่อด้วยคำถามว่า “เมื่อคนในพื้นที่นำไปใช้จริงแล้ว มันช่วยอะไรเขาได้บ้าง?”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง