back
ปากคำหลังน้ำลด…
9 ก.ย. 2569 20:40
View: 23

Suraphong Phanwong
มวลน้ำกูนที่ไหลลงมาจากเขาดอยภูคาได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก หลังเกิดฝนตกสะสมปริมาณเกินกว่า 300 มิลลิเมตร ดินที่อุ้มน้ำไม่ไหวได้พังทลายและสไลด์ตัวลงมาพร้อมกับกิ่งไม้และท่อนไม้จำนวนมาก กีดขวางเส้นทางน้ำจนมวลน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านหัวน้ำ หมู่ 5 ตำบลศิลาแลง อย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านกว่า 33 หลังคาเรือน และเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของพื้นที่ แม้ว่าชุมชนจะมีการอนุรักษ์ป่าชุมชนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวก็ตาม
เสียงระฆังเตือนภัยฝ่าพายุฝน สัญญาณอันตรายเริ่มขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 19 หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน เวลาประมาณ 03:00 น. ระดับน้ำในลำห้วยเริ่มผันผวนผิดปกติและมีเสียงหินใต้น้ำกระทบกัน กำนันและภรรยาจึงรีบย้ายรถขึ้นที่สูง ต่อมาเวลา 04:00 น. มวลน้ำรุนแรงขึ้นพร้อมเสียงหินที่ดังสนั่น กำนันจึงตัดสินใจใช้ "ระฆังเรียกใส่บาตร" ตีอย่างถี่และแรงที่สุดเพื่อให้เสียงทะลุแข่งกับความดังของพายุฝนและกระแสน้ำ เสียงระฆังช่วยปลุกชาวบ้านให้รู้ตัวและย้ายสิ่งของได้ทัน บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือการเตือนภัยด้วยระบบแมนนวลอย่างระฆังนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าเสียงตามสายหรือไซเรนมือหมุนที่มักจะถูกเสียงฝนกลบจนมิด
นาทีชีวิตหนีตายของกำนัน สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุดในเวลา 05:00 น. เมื่อมวลน้ำพุ่งเข้าปะทะจนกระจกประตูบ้านของกำนันระเบิดแตกกระจาย กำนันและภรรยาที่ยังติดอยู่ภายในบ้านต้องตัดสินใจลอยคอไปตามกระแสน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งคู่เกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่โชคดีที่ลอยไปติดต้นไม้ จึงสามารถตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งและรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้สำเร็จ ล่าสุดกำนันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล หลังต้องเข้ารับการรักษาบาดแผลจากเศษแก้วบาดและโรคบาดทะยักที่เกิดจากการลุยน้ำลึกเพื่อช่วยเหลือลูกบ้านในวันเกิดเหตุ
น้ำที่หลากมาสร้างความเสียหายในพื้นที่นี้ มีความเชื่อมโยงกับระบบลำน้ำ น้ำกูน น้ำยอ และน้ำขว้าง ซึ่งสายน้ำทั้งสามนี้ล้วนเป็นลำน้ำสาขาสำคัญที่ไหลไปรวมกันเป็น "น้ำปัว"
ลำน้ำกูนที่หลากลงมาอย่างรุนแรงนั้น จะไหลไปบรรจบกับน้ำขว้างที่บริเวณจุดสบน้ำในหมู่บ้านเก็ต ตำบลวรนคร ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดรับมวลน้ำมหาศาลจากทั้งสองสายที่ไหลมาปะทะกันอย่างรุนแรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











