back
เปิดปฏิบัติการเชิงพื้นที่ : สสส. จับมือ ศูนย์อนามัยที่ 12 ใช้ ‘ข้อมูลวิกฤติปฐมวัย’ ขับเคลื่อนนวัตกรรมการอ่านยกระดับพัฒนาการเด็กชายแดนใต้
9 ก.ย. 2569 17:46
View: 1

Akhtarmizi A.
แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดตัวหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง” ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย “ชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” มุ่งใช้ “นิทานและการอ่าน” เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ทั้งด้านน้ำหนัก–ส่วนสูง พัฒนาการ 4 ด้าน และการส่งเสริม Self–EF พร้อมเชื่อมโยงการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ตั้งแต่เด็ก
จากข้อมูลจากสถานการณ์เด็กปฐมวัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนความท้าทายด้านการเจริญเติบโตและโภชนาการ โดยข้อมูลผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย 2565 (MICS 2565) โดยยูนิเซฟและสำนักงานสถิติแห่งชาติและแผนงานฯ ในปี 2566 พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในประเทศไทยมีภาวะเตี้ยแคระแกร็นเฉลี่ยประมาณ 13% และภาวะผอมแห้งเฉลี่ย 7% ขณะที่บางจังหวัดในชายแดนใต้มีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสที่พบภาวะผอมแห้งประมาณ 16% หรือมากกว่าค่าเฉลี่ยประเทศกว่า 2 เท่า ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากการสำรวจในปี 2568 ยังพบว่าเด็กปฐมวัยในพื้นที่มีภาวะเตี้ยประมาณ 17.5% และภาวะผอมประมาณ 7.16% โดยกลุ่มที่มีภาวะ “สูงสมส่วน” มีเพียง 48.97% สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาด้านโภชนาการ การเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปฐมวัยซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานสุขภาพและพฤติกรรมตลอดชีวิต
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 8 สสส. กล่าวว่า วิสัยทัศของสสส.คือ ทุกคนบนแผ่นดินไทย มีขีดความสามารถ สังคม สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเด็กปฐมวัย เราเชื่อว่าการสร้างเสริมสุขภาพต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย เพราะเป็นช่วงสำคัญในการวางรากฐานสุขภาพ พัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว การป้องกันภาวะทุพโภชนาการและปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังไม่ควรรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้ไข แต่ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลสุขภาพของตนเองและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพด้วย
สสส. มุ่งหวังให้การดำเนินงานในพื้นที่ชายแดนใต้ครั้งนี้เป็นมากกว่าการส่งมอบหนังสือ แต่เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้และต้นแบบการทำงานที่สามารถติดตามผลและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นรวมทั้งการผลักดันในเชิงนโยบายเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเติบโตอย่างสมส่วน มีพัฒนาการสมวัย มีทักษะชีวิต และมีสุขภาวะที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น การนำ ‘การอ่าน’ มาเป็นเครื่องมือและกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยนิทาน ‘อานีสอยากสูง’ จะได้ช่วยเปิดพื้นที่ให้เด็ก ครอบครัว และครูได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันยังเป็นการสานพลังทั้งความคิด ทรัพยากรจากหลายภาคส่วนให้เข้ามาทำงานร่วมกันในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน
ด้าน นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย องค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า “ภาวะทุพโภชนาการเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย และด้านสติปัญญาของเด็กปฐมวัย ซึ่งผลกระทบเหล่านี้อาจต่อเนื่องไปถึงการเรียนรู้เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ในขณะที่เราต้องช่วยให้ผู้ใหญ่สามารถจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เด็กได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เราก็สามารถใช้นิทาน เป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กเข้าใจว่า ทำไมเขาจึงควรกินเนื้อสัตว์ ดื่มนม หรือกินผัก เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเติบโตสมวัย”
รศ.ดร.มูฮัมหมัดอาฟีฟี อัซซอลีฮีย์ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอิสลามศึกษาและมุสลิมศึกษา และประธานเครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ก่อตั้งขึ้นด้วยความเชื่อว่า "การอ่าน" คือรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครือข่ายฯ ได้ทำงานร่วมกับภาคีทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้เข้าถึงเด็กทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการสร้างสรรค์สื่อการอ่านที่สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของเด็กในพื้นที่ หนังสือนิทาน "อานีสอยากสูง" เล่มนี้ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจของเครือข่ายฯ ที่จะร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดพิมพ์หนังสือที่มีคุณภาพ ให้เป็นทั้งเครื่องมือปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ กล้าฝัน กล้าเติบโต เช่นเดียวกับตัวละคร "อานีส" ในเรื่อง ในนามประธานเครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนจนหนังสือเล่มนี้สำเร็จเป็นรูปเล่ม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการผลิตสื่อการอ่านดีๆ เพื่อเด็กชายแดนใต้ต่อไปในอนาคต”
รศ.นพ. เทอดพงศ์ ทองศรีราช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข ผู้เขียนหนังสือนิทานภาพ "อานีสอยากสูง" ได้กล่าวว่า "นิทานเรื่อง "อานีสอยากสูง" เป็นนิทานที่ตั้งใจชวนเด็กๆ และพ่อแม่มอง "ความสูง" ในมุมของ "การเติบโตที่แข็งแรง" ความสูงเป็นผลรวมของหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม โภชนา การนอน การออกกำลังกาย และสุขภาพโดยรวม สิ่งที่เราอยากสื่อสารกับเด็กและครอบครัว คือ 3 เสาหลักของการเติบโตที่แข็งแรง ได้แก่ "กินดี ออกกำลังกายดี นอนดี" ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกครอบครัวสามารถเริ่มต้นได้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะและรูปแบบการเติบโตที่แตกต่างกัน
ในเรื่อง อานีสไม่ได้เลือกที่จะท้อหรือเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อน แต่เลือกที่จะ "ตั้งใจทำ" และดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง นิทานจึงอยากชวนเด็กๆ เรียนรู้ว่า เด็กๆ ทุกคนเติบโตได้ในแบบของตัวเอง และ การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสนุกที่ทำได้ทุกวัน"
ทางด้าน นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวเพิ่มเติมตอนท้ายว่า “การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF), Save the Children (Thailand), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา, เครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ และแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.
สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ชายแดนใต้ สิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกับกลไกในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญและอยู่ใกล้ชิดกับเด็กและครอบครัว โดยเฉพาะความร่วมมือกับ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ที่ได้เข้ามาเชื่อมองค์ความรู้ด้านโภชนาการ การเจริญเติบโต และการสร้างเสริมสุขภาพ เข้ากับกระบวนการทำงานของภาคีด้านการอ่านและการศึกษา ทำให้การอ่านไม่ได้แยกออกจากเรื่องสุขภาพ แต่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และการปรับพฤติกรรมสุขภาพของเด็กและครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการนำหนังสือ ‘อานีสอยากสูง’ ไปมอบให้กับพื้นที่ แต่เป็นการนำหนังสือและกระบวนการอ่านร่วมกันเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการจริง เชื่อมโยงกับการดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการทำงานของบุคลากรด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการสื่อสารเรื่อง ‘กินดี ออกกำลังกายดี นอนดี’ ให้เป็นเรื่องใกล้ตัวและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน”
งานแถลงข่าวและเปิดตัวหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง” จัดขึ้นในวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 09.00–12.30 น. ณ ห้องประชุมปริญชากร สำนักงานอธิการบดีหลังใหม่ (ตึกเรือ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก หน่วยงานด้านสุขภาพ การศึกษา และภาคีเครือข่ายร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางสร้างสุขภาวะเด็กปฐมวัยในพื้นที่ชายแดนใต้
ภายในงานยังมีนิทรรศการ “มหัศจรรย์แห่งการอ่าน : ชุดนิทานจักรวาลอานีส” โดยเครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ พร้อมกิจกรรมเรียนรู้เรื่อง นอน เล่น กิน เมนูอาหารถิ่น : สมส่วน สูงดี สมวัย โดย ศูนย์อนามัยที่ 12และการนำเสนอแนวคิด Islamic Executive Functions (IEF) โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อสะท้อนการทำงานร่วมกันของภาคีในมิติการอ่าน สุขภาพ โภชนาการ และการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน
ไฮไลต์ของงานคือเวทีเสวนา “หยุดวิกฤตภาวะเตี้ย แคระแกร็น และ NCDs ตั้งแต่ปฐมวัย” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข ผู้เขียนหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต
และยังมี พิธีเปิดตัวหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง กับภารกิจชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” และพิธีส่งมอบหนังสือแก่พื้นที่วิจัยปฏิบัติการ “ชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” เพื่อขยายการใช้หนังสือเป็นเครื่องมือในการทำงานจริงในพื้นที่ โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ดำเนินงานและติดตามผลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา โดยจังหวัดปัตตานีดำเนินงานใน 6 อำเภอ 9 ตำบล ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 27 แห่ง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสดำเนินงานในพื้นที่ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และโรงเรียนสังกัด สพฐ. ส่วนจังหวัดยะลาดำเนินงานในพื้นที่ตำบลวังพญา อำเภอรามัน ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนทั้งสังกัด สพฐ. และ สช.
เรื่่องโดย : ศูนย์ข่าวอ่านยกกำลังสุข , พลังอ่านชายแดนใต้
ภาพโดย : มะสอและ สารอเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













