back

ถอดรหัส "Stop Online Harm" กับภารกิจพิทักษ์สันติภาพชายแดนใต้ในยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน

7 ก.ย. 2569 20:04 View: 74
author profile image
Shukur Dina
ถอดรหัส "Stop Online Harm" กับภารกิจพิทักษ์สันติภาพชายแดนใต้ในยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเผชิญหน้าบนพื้นที่จริง (Physical Space) อีกต่อไป หากแต่สนามรบหลักได้ขยายตัวสู่โลกดิจิทัลผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO), ข่าวปลอม (Fake News), การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิดเบือนความจริง และวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ภายใต้บริบทนี้ องค์กรภาคประชาสังคมอย่าง Stop Online Harm จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ ด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้ * ปกป้อง "ความจริง" และรักษาความน่าเชื่อถือของผู้ขับเคลื่อนสันติภาพ: ปฏิบัติการข่าวปลอมและ IO ในพื้นที่มักมุ่งเป้าลดทอนความน่าเชื่อถือของนักสิทธิมนุษยชน องค์กรภาคประชาสังคม และผู้นำชุมชน เพื่อทำลายเครือข่ายการทำงานเพื่อสันติภาพ Stop Online Harm ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันทางดิจิทัล ช่วยตรวจสอบ ตีแผ่ และหักล้างข้อมูลบิดเบือน ปกป้องไม่ให้เสียงแห่งความจริงถูกกลบด้วยกระแสเกลียดชัง * สกัดกั้นวงจรอุบาทว์ของ Hate Speech ที่บ่อนทำลายความสมานฉันท์: การสร้างความเกลียดชังทางออนไลน์ระหว่างกลุ่มอัตลักษณ์ ศาสนา หรือชาติพันธุ์ มักเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ถูกจุดชนวนเพื่อขยายความขัดแย้งจากหน้าจอไปสู่ความรุนแรงบนท้องถนน ภารกิจขององค์กรในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นภัยคุกคามเหล่านี้จึงเป็นการดับไฟใต้ตั้งแต่ต้นลมก่อนจะลุกลาม * เสริมสร้าง Digital Resilience ให้คนในพื้นที่ก้าวข้ามความกลัว: การคุกคามทางออนไลน์ (Online Harassment) เช่น การข่มขู่ คุกคาม หรือการเจาะข้อมูลส่วนตัว (Doxxing) มุ่งสร้างความหวาดกลัวให้นักกิจกรรมไม่กล้าส่งเสียง Stop Online Harm เข้ามาช่วยยกระดับทักษะความปลอดภัยทางดิจิทัล (Digital Security) ทำให้คนในพื้นที่เปลี่ยนจาก "ผู้ถูกกระทำด้วยความกลัว" สู่ "ผู้มีความรู้เท่าทันและพร้อมรับมือ" * ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อพื้นที่ปลอดภัย: นอกจากการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อแล้ว การผลักดันนโยบายเทคโนโลยี (Tech Policy) ขององค์กรยังช่วยสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายและสังคมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้หากสังคมชายแดนใต้จะเดินหน้าสู่สันติภาพที่ยั่งยืน สันติภาพในชายแดนใต้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง หากพื้นที่บนโลกออนไลน์ยังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความหวาดกลัว การทำงานของ Stop Online Harm จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ไอทีทั่วไป แต่คือ "การปกป้องพื้นที่ทางจิตวิทยาและสังคม" เพื่อให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัยบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเข้าใจอันดีต่อกัน หมายเหตุ Be Safe & Be Seen: รับมือปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือนในจังหวัดชายแดนใต้ วันที่ 5 ก.ย. 2569 Stop Online Harm ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และ Civic Women จัดวงสนทนาภาคประชาสังคม ที่ จ.ปัตตานี เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการถูกคุกคามจากข้อมูลบิดเบือน Stop Online Harm ได้นำเสนอข้อค้นพบจากการสืบสวนปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือนที่มุ่งโจมตีผู้หญิงนักสิทธิมนุษยชน ก่อนชวนผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีที่พบเจอ เช่น การใส่ร้ายป้ายสี การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความรุนแรงทางเพศผ่านการใช้เทคโนโลยี (TFGBV) และการโจมตีแบบประสานงาน เป็นต้น Stop Online Harm ยังได้นำเสนอแนวทางสร้างความปลอดภัยให้กับตัวแทนภาคประชาสังคม และเครื่องมือสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลการละเมิด และตรวจสอบการคุกคามทางออนไลน์ 🫶
ข่าวที่เกี่ยวข้อง