back

นายกจอย” ร่วมเวที “แม่ตื๋น-แม่ต่าน” เปิดมุมมองเส้นทางจาริกแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย” สู่โอกาสพัฒนาท่าสองยาง เชื่อมศรัทธา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน

4 ก.ย. 2569 20:11 View: 89
author profile image
ชวลิต สจ.มอไซต์
“นายกจอย” ร่วมเวที “แม่ตื๋น-แม่ต่าน” เปิดมุมมองเส้นทางจาริกแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย” สู่โอกาสพัฒนาท่าสองยาง เชื่อมศรัทธา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน ตาก – เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นางอัจฉรา ทวีเกื้อกูลกิจ หรือ “นายกจอย” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก เข้าร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “แม่ตื๋น-แม่ต่าน เส้นทางจาริกแสวงบุญครูบาศรีวิชัย จากลุ่มน้ำปิงสู่ลุ่มน้ำเมย-สาละวิน” ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยเวทีดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อนำทุนทางวัฒนธรรมของพื้นที่มาต่อยอดเป็นแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีนายอรรถสิทธิ์ ต๊ะทองคำ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก พร้อมด้วยนายวิทูร รุ้งรำลึก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก อำเภอท่าสองยาง เขต 1 นายณรงค์ วนาเจริญแสง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก อำเภอท่าสองยาง เขต 2 นายยศัสวิน โชติรสอนุตรกุล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก อำเภอท่าสองยาง เขต 3 และนางณฐพร ต๊ะทองคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก อำเภอแม่ระมาด เขต 1 เข้าร่วมกิจกรรมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีนายปรีดา ฟุ้งตระกูลชัย นายอำเภอท่าสองยาง เป็นประธานในพิธีเปิด ขณะที่นายวัชรพล พญาพรหม นายกเทศมนตรีตำบลแม่ต้าน เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีเสวนา ซึ่งเป็นการรวมพลังของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในมิติที่มากกว่าการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว สาระสำคัญของเวทีเสวนาครั้งนี้ คือการนำเรื่องราวและเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับ ครูบาศรีวิชัย มาพิจารณาเชื่อมโยงกับทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ “แม่ตื๋น-แม่ต่าน” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวเกี่ยวพันกับวิถีชีวิต ความเชื่อ ศาสนา และความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำเมย และลุ่มน้ำสาละวิน การหยิบยก “เส้นทางจาริกแสวงบุญ” ขึ้นมาเป็นประเด็นพูดคุย จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นการมองหาโอกาสในการนำประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตลอดจนการสร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน เวทีเสวนามีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหลากหลายสาขา ประกอบด้วย นางอัจฉรา ทวีเกื้อกูลกิจ, อาจารย์ศิครินทร์ หินคง, ดร.อินทร์สวรรค์ วุฒิธรรมาภรณ์, ผศ.ดร.ภักติกุล รัตนา และนายกพล เกษรบัว ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยว ขณะที่นายชูชีพ กาญจนสูตร รักษาการประธานมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิต และประธานเครือข่ายสืบสานภูมิปัญญาล้านนาแม่ตื่น ทำหน้าที่ดำเนินรายการ สำหรับ “นายกจอย” ได้สะท้อนแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า การพัฒนาพื้นที่จำเป็นต้องเริ่มต้นจาก “ความเข้าใจพื้นที่” และการให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ของคนในชุมชน โดยการพัฒนาไม่ควรแยกออกจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ควรนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นต้นทุนในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก กล่าวว่า “การทำงานท้องถิ่นต้องเข้าใจพื้นที่และเคารพวัฒนธรรมของชุมชน อบจ.ตากพร้อมลงพื้นที่ทำงานร่วมกับประชาชนและทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์และวิถีชุมชน ให้เส้นทางศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่นนำไปสู่โอกาสการพัฒนาที่ยั่งยืน” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางการทำงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตากที่พยายามเชื่อมโยง “การอนุรักษ์” กับ “การพัฒนา” เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอท่าสองยางซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ หากสามารถนำทุนเหล่านี้มาพัฒนาอย่างเหมาะสม ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ รวมถึงสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เส้นทางจาริกแสวงบุญยังสามารถเป็นอีกหนึ่งกลไกในการเชื่อมโยงพื้นที่ระหว่างชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางด้านศาสนา แหล่งประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม แหล่งธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จะสามารถสร้างเป็น “เส้นทางเรื่องราว” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ ความศรัทธา ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคนท่าสองยางไปพร้อมกัน ประเด็นสำคัญอีกด้านหนึ่งคือ การพัฒนาจะต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เพราะชุมชนคือเจ้าของเรื่องราวและเจ้าของวัฒนธรรม การนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ความเคารพต่อความเชื่อ และการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม ไม่ให้การพัฒนาในด้านการท่องเที่ยวเข้ามาทำลายสิ่งที่เป็นจุดแข็งของชุมชน เวที “แม่ตื๋น-แม่ต่าน” จึงถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการเปิดมุมมองว่า ประวัติศาสตร์และศรัทธาสามารถกลายเป็นต้นทุนการพัฒนาได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันศึกษาข้อมูล วางแนวทาง และออกแบบการพัฒนาโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ในมิติขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก การเข้าร่วมเวทีของนายกจอยและคณะสมาชิกสภา อบจ.ตาก ยังสะท้อนถึงการรับฟังปัญหาและโอกาสของพื้นที่ในระดับชุมชน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการวางแนวทางสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมคุณภาพชีวิต การท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอำเภอท่าสองยาง ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่แล้ว การพัฒนา “เส้นทางศรัทธา” ให้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อาจช่วยเพิ่มระยะเวลาการเดินทางของนักท่องเที่ยว กระจายรายได้ไปยังชุมชน และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในพื้นที่มากขึ้น ทั้งนี้ การผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน นักวิชาการ ภาคประชาชน ภาคการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันศึกษาเส้นทาง ประวัติศาสตร์ และองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ก่อนนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมหรือโครงการในอนาคต สำหรับ “นายกจอย” และองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ยืนยันแนวทางการทำงานแบบบูรณาการ โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาท่าสองยางและพื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดตาก ให้เดินหน้าไปพร้อมกับการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชน เพราะการพัฒนาท้องถิ่นในยุคใหม่ ไม่ได้หมายถึงการสร้างเพียงถนน อาคาร หรือสิ่งก่อสร้าง แต่ยังหมายถึงการ “สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว” และนำประวัติศาสตร์ ศรัทธา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิต มาต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ให้กับคนในพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน เวทีเสวนา “แม่ตื๋น-แม่ต่าน เส้นทางจาริกแสวงบุญครูบาศรีวิชัย จากลุ่มน้ำปิงสู่ลุ่มน้ำเมย-สาละวิน” จึงไม่ใช่เพียงการพูดถึงเรื่องราวในอดีต หากแต่เป็นการเปิดประตูสู่คำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้ “ทุนทางวัฒนธรรม” กลายเป็น “ทุนแห่งโอกาส” และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนท่าสองยางได้อย่างแท้จริง ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน #อบจตาก #จังหวัดตาก #องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก #นายกจอย #จอยอัจฉรา #นายกอบจตาก #อัจฉราทวีเกื้อกูลกิจ #ท่าสองยาง #แม่ต้าน #แม่ตื๋นแม่ต่าน #ครูบาศรีวิชัย #ท่องเที่ยวตาก #วัฒนธรรมตาก #TAK
ข่าวที่เกี่ยวข้อง