back
ชาวบ้านกว่า 200 คนรวมตัวศาลากลางเชียงราย ค้านโรงไฟฟ้าขยะ ทวงตรวจสอบ MOU–ความคืบหน้าร้องเรียน
2 ก.ย. 2569 15:46
View: 132

ณฐมน แก้วพิทูล
ชาวบ้านจาก 3 ตำบล อ.พาน จ.เชียงราย กว่า 200 คน รวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบและทบทวนโครงการโรงไฟฟ้าขยะ พร้อมติดตามความคืบหน้าข้อร้องเรียน ตั้งคำถามความถูกต้องของกระบวนการทำ MOU และขอความชัดเจนกรณีจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลแตกต่างกันระหว่าง 44 และ 51 แห่ง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ย. 2569 ชาวบ้านจาก ต.ทานตะวัน ต.แม่เย็น และ ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย กว่า 200 คน นำโดยท.สมเจตต์ ช่างซอ , นายแพทย์ตรีวัฒน์ วงศ์ขุนสุวรรณ นายณัฐพงษ์ ทาแกง นายอำนาจ ขอบรูป นายประพันธ์ หล้าเถิง และนางภัทรวัลลิ์ อภัยสุรสิทธิ์ พร้อมตัวแทนชุมชน เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง
ก่อนเดินทางมายังศาลากลาง กลุ่มชาวบ้านได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามและให้กำลังใจ พ.ท.สมเจตต์ และทันตแพทย์ตรีวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มผู้คัดค้านโครงการ ซึ่งเดินทางไปรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
คดีดังกล่าว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องตัวแทนชุมชนทั้ง 2 คน โดยศาลจังหวัดเชียงรายมีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 ก่อนมีการยื่นอุทธรณ์
ต่อมาวันที่ 2 ก.ย. 2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวเป็นคดีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท และไม่ได้เป็นคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการอนุมัติหรือความชอบด้วยกฎหมายของโครงการโรงไฟฟ้าขยะโดยตรง
กังวลผลกระทบพื้นที่เกษตรและแหล่งน้ำ
กลุ่มชาวบ้านระบุว่า ก่อนหน้านี้ อบต.ป่าหุ่งเคยพิจารณาพื้นที่ดำเนินโครงการในหลายจุด ก่อนมีการทบทวนการศึกษาและสำรวจพื้นที่ใหม่ โดยมีพื้นที่ที่ถูกระบุว่ามีความเหมาะสม ได้แก่ หมู่ 4 บ้านท่าหล่ม ต.ทานตะวัน หมู่ 6 บ้านสันไม้ฮาม และหมู่ 9 บ้านสันติสุข ต.แม่เย็น
ชาวบ้านกังวลว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อยู่ใกล้ชุมชน และมีลำน้ำหรือลำห้วยเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ประโยชน์ จึงเกรงว่าโครงการอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ แหล่งน้ำ การเกษตร และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
ทันตแพทย์ตรีวัฒน์กล่าวว่า ประเด็นที่ชุมชนกังวลคือผลกระทบจากมลภาวะทางน้ำและอากาศ พร้อมเห็นว่าการศึกษาผลกระทบของโครงการควรครอบคลุมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะในทุกกรณี แต่ต้องการให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ
ทวงถามความคืบหน้าหนังสือร้องเรียน
ตัวแทนชาวบ้านยังตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการดำเนินการตามหนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อหน่วยงานระดับอำเภอและศูนย์ดำรงธรรม โดยระบุว่าข้อร้องเรียนบางเรื่องยังไม่ได้รับคำตอบเป็นเวลาหลายเดือน
หนึ่งในประเด็นที่กลุ่มชาวบ้านขอให้ชี้แจง คือกรณีการส่งต่อหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยตั้งคำถามถึงขั้นตอนการดำเนินการและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการส่งเรื่อง
นอกจากนี้ กลุ่มชาวบ้านระบุว่า หนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมระดับอำเภอบางแห่ง ยังไม่มีคำตอบมานานกว่า 5 เดือน จึงขอให้จังหวัดตรวจสอบและแจ้งความคืบหน้า
ขอให้ตรวจสอบ MOU และความต่างของตัวเลข 44 กับ 51 แห่ง
อีกประเด็นที่กลุ่มชาวบ้านยื่นข้อเรียกร้อง คือการตรวจสอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยขอให้ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนและมีมติสภาท้องถิ่นรองรับหรือไม่
กลุ่มชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำ MOU โดยระบุว่าข้อมูลที่ได้รับมีตัวเลขแตกต่างกันระหว่าง 44 แห่ง และ 51 แห่ง จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและชี้แจงว่าตัวเลขใดเป็นข้อมูลปัจจุบัน รวมถึงมีเอกสารใดรองรับ
ส่วนกรณีที่ตัวแทนชาวบ้านอ้างว่า อาจมีบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ MOU โดยไม่มีมติสภาท้องถิ่นรองรับนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อสงสัยและข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งต้องรอคำชี้แจงและการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จังหวัดรับเรื่อง ส่งต่อหน่วยงานส่วนกลาง
ภายหลังการยื่นหนังสือ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย นายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้รับหนังสือและข้อเรียกร้องจากกลุ่มชาวบ้าน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวโดยสรุปว่า จังหวัดรับเรื่องและข้อเรียกร้องไว้ดำเนินการ โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องจะส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากการอนุมัติโครงการเป็นอำนาจของหน่วยงานส่วนกลาง ขณะที่จังหวัดจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ
ด้านผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานเบื้องต้น และระบุว่าประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งพร้อมชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่
หลังยื่นหนังสือ กลุ่มชาวบ้านได้แยกย้ายกลับโดยสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
ประเด็นที่กลุ่มชาวบ้านเรียกร้องให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะความถูกต้องของ MOU จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการดำเนินโครงการ ยังต้องรอการตรวจสอบและคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








