back
รายงานพิเศษ: #ครม.สัญจรสงขลา – ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ขอแค่รัฐบาลพัฒนาตามที่สัญญาใน SEA
30 ส.ค. 2569 22:59
View: 170

Shukur Dina
รายงานพิเศษ: #ครม.สัญจรสงขลา – ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ขอแค่รัฐบาลพัฒนาตามที่สัญญาใน SEA
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้/ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้: รายงานสรุปจากที่ประชุม
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
ที่มาแห่งความอึดอัด: เมื่อรัฐบาลปัดฝุ่นเมกะโปรเจกต์และเมินผลการศึกษา SEA
ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ภาคีเครือข่ายองค์กรประชาชนภาคใต้ต้องลุกขึ้นจัดเวทีคู่ขนาน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สืบเนื่องมาจากท่าทีของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และประกาศเดินหน้าปัดฝุ่นโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกจะนะ รวมถึงรื้อฟื้นนิคมอุตสาหกรรมจะนะขึ้นมาอีกครั้ง
การ "ปลุกผีเมืองอุตสาหกรรมจะนะ" ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมประชุม ครม.สัญจร โดยปราศจากการเหลียวแลผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment - SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัดสงขลา–ปัตตานี ที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและใช้งบประมาณแผ่นดินศึกษามาอย่างยาวนาน ทำให้เครือข่ายประชาชนมองว่ารัฐบาลกำลังดึงดันผลักดันโครงการโดยไม่สนใจเสียงของคนในพื้นที่ นำมาสู่การนัดหมายระดมพลจัดเวทีวิชาการชาวบ้านในวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ลานใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (หาดใหญ่)
เวทีช่วงเช้า: เสียงสะท้อนการพัฒนาภาคใต้ใน 10 ประเด็น
การรวมตัวเริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าด้วยเวที Talk นำเสนอแนวทางการพัฒนาภาคใต้ใน 10 ประเด็นสำคัญจาก 10 องค์กรเครือข่ายประชาชนภาคใต้ สะท้อนภาพอนาคตที่ออกแบบจากฐานทรัพยากรจริงและความต้องการของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความมั่นคงทางอาหาร สิทธิที่ดินทำกิน สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตดั้งเดิม พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า "การพัฒนาที่ดีต้องมีส่วนร่วมของประชาชน" และสิทธิการพัฒนาคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องร้องขอจากผู้มีอำนาจ
ในส่วนของ ประเด็นการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ นำเสนอโดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ มีสาระสำคัญสะท้อนผ่านกรอบ SEA ดังนี้:
* เปลี่ยนผ่านสู่การศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education): ปรับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับฐานทุนท้องถิ่น ระบบเศรษฐกิจฐานราก ประมงพื้นบ้าน และอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรม เพื่อให้เยาวชนเติบโตพร้อมความภาคภูมิใจในรากเหง้า
* บูรณาการทักษะอาชีพที่ตอบโจทย์จริง: พัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ด้านเกษตรแปรรูปยุคใหม่ การท่องเที่ยวชุมชน (CBT) และเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) เพื่อให้มีทางเลือกอาชีพในท้องถิ่นโดยไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐาน
* ใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นกลไกขับเคลื่อน: ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน และชุมชน เช่น ผ่านกระบวนการวิจัยไทบ้าน เพื่อสร้างชุดความรู้ที่ใช้กำหนดทิศทางนโยบายได้จริง
* ข้อเสนอต่อ ครม.สัญจร: เสนอให้ ครม. ยกระดับสถานะ SEA จากเดิมที่แค่ "รับทราบ" ให้เป็นมติ "เห็นชอบ" เพื่อใช้เป็นเข็มทิศหลักในการพัฒนา, ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับพื้นที่, ให้ ศอ.บต. และจังหวัดบูรณาการร่วมกัน และที่สำคัญในฐานะคนจะนะ ได้เสนอเปลี่ยนภาพจาก "จะนะเมืองอุตสาหกรรม" ให้เป็น "จะนะเมืองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม"
เวทีช่วงบ่าย: เสวนาบทเรียน SEA และการแถลงการณ์ประกาศจุดยืน
ในช่วงบ่าย บรรยากาศเข้มข้นขึ้นด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ "บทเรียนจากการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลา - ปัตตานี : เสียงประชาชนภาคใต้ที่รัฐบาลต้องรับฟัง" ดำเนินรายการโดย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โดยมีแกนนำและนักวิชาการร่วมสะท้อนมุมมองที่สำคัญ:
* รุ่งเรือง ระหมันยะ เผยถึงเบื้องหลังความขัดแย้ง 30 ปีในจะนะ และการต่อสู้เพื่อให้ได้เครื่องมือ SEA มากำกับทิศทางพื้นที่ พร้อมจี้ให้รัฐบาลหยุดการกักเก็บที่ดินเพื่อสร้างโรงงาน และคัดค้านการนำบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งกลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.
* ผศ.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า และ กิตติภพ สุทธิสว่าง ย้ำว่า SEA คือความก้าวหน้าจากการร่วมคิดร่วมทำของทุกภาคส่วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับถูกผู้มีอำนาจทำเป็นเมินเฉย พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการติดตาม SEA และเปิดเผยข้อมูลตัวชี้วัด 11 ด้านแบบ Open Data
* บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ เปรียบเทียบว่าสงขลา-ปัตตานีไม่ใช่ดินแดนว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ พร้อมหนุนข้อเสนอผลักดันให้ SEA มีกฎหมายรองรับ
* ดร.เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์ จาก TDRI ชี้ว่า SEA ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ที่สุด และเสนอให้รัฐบาลนำไปบังคับใช้จริงในระดับพื้นที่เพื่อกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีเสวนา ภาคีเครือข่ายฯ ได้ออก แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนภาคใต้ อย่างเป็นทางการ โดยไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการใช้อาญาสิทธิ์ของฝ่ายบริหารและกลุ่มทุนที่พยายามเร่งรัดแผนพัฒนาโดยไม่แยแสเสียงท้องถิ่น พร้อมส่งสารถึงที่ประชุม ครม.สัญจร ว่าหากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อกระบวนการมีส่วนร่วม เครือข่ายประชาชนพร้อมที่จะแสดงออกเพื่อปฏิเสธแนวทางการบริหารราชการดังกล่าว
สรุป: ปัญหาและทางออก
| ประเด็น | สภาพปัญหา | แนวทางออก / ข้อเสนอแนะ |
|---|---|---|
| การขับเคลื่อนนโยบายรัฐ | รัฐบาลและฝ่ายบริหาร (เช่น กรณีรองนายกฯ พิพัฒน์) เดินหน้าปัดฝุ่นโครงการเมกะโปรเจคและนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยเมินเฉยผลการศึกษา SEA | รัฐบาลต้องยุติการใช้อำนาจเร่งรัดโครงการที่ขาดการมีส่วนร่วม และยึดมั่นในสัญญาประชาคมที่เคยให้ไว้ |
| สถานะทางกฎหมายของ SEA | ผลการศึกษา SEA สงขลา-ปัตตานี ที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและใช้งบประมาณภาครัฐ ยังไม่มีกลไกทางกฎหมายมารองรับเพื่อการบังคับใช้จริง | ผลักดันและยกระดับให้ SEA มีกฎหมายรองรับ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการติดตามผลและเปิดเผยข้อมูลแบบ Open Data |
| ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ | การแต่งตั้งบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งกลับมาดำรงตำแหน่งสำคัญใน ศอ.บต. สร้างความกังวลและปลุกเร้าความขัดแย้งเดิมให้ปะทุขึ้นอีกครั้ง | ทบทวนการใช้อำนาจและการแต่งตั้งบุคลากร โดยเน้นการทำหน้าที่ "วาทยากร" ที่ประสานเสียงทุกฝ่าย แทนการเป็นผู้ชี้ชะตาแผ่นดินฝ่ายเดียว |
หมายเหตุประมวลภาพและคลิป
ใน https://www.facebook.com/share/v/1PztBejHXS/?mibextid=wwXIfr






