back

ชมรมอนุรักษ์นกฯ ชวนชาวเชียงใหม่นับ "นกปิ๊ดจะลิว" ต่อเนื่องปีที่ 18 ส่องสุขภาพสิ่งแวดล้อมกลางเวียง .

29 ส.ค. 2569 10:00 View: 132
author profile image
Apiwat Promchai
สำรวจ "นกปิ๊ดจะลิว" กลางเวียงเชียงใหม่ . 29 สิงหาคม 2569 - ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลุ่มคนรักธรรมชาติ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่มารวมตัวกันในกิจกรรม "สำรวจประชากรนกปิ๊ดจะลิว (นกปรอดหัวโขน) ครั้งที่ 18" ของชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา หลังจากกระจายกำลังกันไปส่องนกตาม 6 เส้นทางพิกัดรอบคูเมือง ทั้งวัดพันอ้น, วัดเจดีย์หลวง, วัดพระสิงห์, วัดเชียงมั่น, ลานสามกษัตริย์ และสวนบวกหาด พร้อมช่วยกันบันทึกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน eBird ผลสำรวจการสำรวจในปีนี้ พบนกปิ๊ดจะลิวรวมทั้งสิ้น 268 ตัว โดยลดลงจากปีที่แล้วที่สำรวจไว้จำนวน 306 ตัว . เมื่อมองสถิติย้อนหลังของทีมที่ได้ทำการสำรวจอย่างต่อเนื่อง จะเห็นแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของประชากรนกปิ๊ดจะลิวในเมืองเชียงใหม่อย่างน่าสนใจ - ช่วงปี 2552 – 2558 จำนวนนกค่อนข้างแกว่งตัวอยู่ในช่วง 90 – 140 ตัว โดยจุดต่ำสุดอยู่ที่ปี 2553 (91 ตัว) และปี 2558 (96 ตัว) - ช่วงปี 2559 – 2562 ประชากรเริ่มไต่ระดับขึ้นมาแตะหลัก 140 – 150 ตัว แต่ก็มีบางปีที่ลดฮวบ เช่น ปี 2561 ที่พบ 113 ตัว - ช่วงปี 2563 เป็นต้นมา ตัวเลขเพิ่มเกิน 200 ตัวต่อเนื่อง โดยทำสถิติสูงสุดในปี 2567 ที่ 314 ตัว และปี 2568 ที่ 306 ตัว ก่อนจะขยับลงมาอยู่ที่ 268 ตัวในปีนี้ . คุณภูวดิศ ใจหาญ ขาประจำที่ตามคุณแม่มาดูนกตั้งแต่เด็ก เล่าให้ฟังว่า “แต่ละปีจำนวนนกไม่เท่ากันเลยครับ บางปีลดฮวบจนน่าตกใจ สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากต้นไม้ใหญ่ในเมืองที่ทยอยหายไป แล้วก็นกโดนจับไปเลี้ยง ถึงจะมีการเพาะพันธุ์ แต่นกในธรรมชาติไม่ได้เยอะขนาดนั้น บ้านเราถือเป็นจุดหมายดูนกที่ชาวต่างชาติอยากมามาก ถ้าทุกคนช่วยกันสังเกตและเห็นคุณค่าตรงนี้ จะช่วยธรรมชาติได้เยอะมากครับ” . ด้าน นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ (หมอหม่อง) ประธานชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ได้สรุปภาพรวมและสถานการณ์สำคัญของนกปิ๊ดจะลิวว่า การสำรวจนกและสิ่งมีชีวิตในเมืองตลอดกว่า 20 ปี เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพเมืองเชียงใหม่ โดยนกปิ๊ดจะลิวเป็นดัชนีชี้วัดชั้นดีเพราะกินผลไม้และต้องการพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประชากรนกฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากการที่ได้รับการคุ้มครองดูแลที่ดี อย่างไรก็ตาม หมอหม่องได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ล่าสุดว่า “ปีนี้เป็นปีที่มีการผลักดันจนถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองสำเร็จ หมายความว่านกที่อยู่นอกเขตอุทยานฯ จะไม่มีกฎหมายคุ้มครองอีกต่อไป เราจึงกังวลมากเรื่องการดักจับไปค้าขายอย่างเสรี แม้ตัวเลขปีนี้ที่ลดลงเหลือ 268 ตัวจะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเกิดจากการปลดล็อกกฎหมาย เพราะยังมีปัจจัยเรื่องสภาพอากาศร่วมด้วย แต่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (Citizen Science) ที่พวกเราช่วยกันเก็บต่อเนื่องนี้ จะเป็นหลักฐานสำคัญมากในการติดตามระยะยาว 1-2 ปีนี้ หากพบว่าประชากรนกลดฮวบลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อชี้แจงต่อภาครัฐว่านโยบายนี้อาจผิดพลาด และจำเป็นต้องนำนกปรอดหัวโขนกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้ง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง