back
รายงานพิเศษ: ถอดชนวนร้อน “จะนะเมืองอุตสาหกรรม” ก่อน ครม.สัญจร สงขลา เมื่อเสียงสะท้อนจาก “บาบอฮุสณี” สั่นสะเทือนนโยบายรัฐ โดยให้ยึดSEA เป็นคัมภีร์พัฒนาที่ยั่งยืน
28 ส.ค. 2569 08:19
View: 77

Shukur Dina
รายงานพิเศษ: ถอดชนวนร้อน “จะนะเมืองอุตสาหกรรม” ก่อน ครม.สัญจร สงขลา เมื่อเสียงสะท้อนจาก “บาบอฮุสณี” สั่นสะเทือนนโยบายรัฐ โดยให้ยึดSEA เป็นคัมภีร์พัฒนาที่ยั่งยืน
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ: วาระระเบิดและการถอยของรัฐบาลก่อน ครม.สัญจร สงขลา
บรรยากาศการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 กันยายน 2569 ทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างฉับพลัน หลังเกิดกระแสความเข้าใจในสังคมว่ารัฐบาลเตรียมหยิบยกข้อเสนอการรื้อฟื้น “โครงการจะนะ เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้า” กลับเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ เพราะคำสัมภาษณ์ของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ที่จะสร้างท่าเรือที่จะนะ โดยไม่สนSEA
#
ความขัดแย้งระลอกใหม่ปะทุขึ้นจากท่าทีและการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนก่อนการประชุมของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ซึ่งในบริบทการทำงานขับเคลื่อนพื้นที่ถูกสะท้อนเสียงเตือนถึงบทบาทรัฐมนตรี) ที่ทำให้สังคมหวั่นวิตกว่าฝ่ายบริหารกำลังจะผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ดังกล่าวข้ามขั้นตอน โดยละเลยกระบวนการมีส่วนร่วมและข้อตกลงเดิมที่เคยสร้างร่วมกันมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้เกิดแรงต้านอย่างรุนแรงจากภาคประชาสังคมในทันที
เสียงสะท้อนอันทรงพลังจาก บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ที่ออกมาเตือนสติอย่างดุเดือด ณ เวทีท่าเรือสงขลา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 (ซึ่งก่อนหน้านี้ภาคประชาสังคมก่อนอ่านแถลงการณ์คัดค้านที่หาดสวนกง นาทับ จะนะ อ่านแถลงการณ์ใน https://www.facebook.com/share/1buwi2tUTt/?mibextid=wwXIfr)
ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเปราะบางของปัญหา โดยตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่าเหตุใดจึงพยายามจะปลุกความขัดแย้งขึ้นมาอีก ทั้งที่สังคมเคยตกลงร่วมกันใช้เครื่องมือทางวิชาการอย่างการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เป็นบรรทัดฐานแล้ว
แรงกดดันและเสียงคัดค้านดังกล่าว ส่งผลให้ท้ายที่สุด(ได้ข่าวว่า)รัฐบาลต้องยอมขยับถอย โดยในการประชุม ครม.สัญจร ที่มีวาระเสนอโครงการจาก 5 จังหวัดภาคใต้รวม 199 โครงการ วงเงินเบื้องต้นกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” จึงยังไม่ถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมแต่อย่างใด เนื่องจากติดขัดเรื่องผลการศึกษา SEA และแผนแม่บทที่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ สอดคล้องกับมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ที่กำหนดให้ต้องรอผล SEA ให้เป็นที่ยุติเสียก่อน
เบื้องหลังข้อเท็จจริง: สถานะ SEA จะนะ และทิศทางพัฒนาภาคใต้
การที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะยังไม่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้ เป็นเพราะความจำเป็นต้องยึดโยงกับกรอบการทำงานที่โปร่งใส โดยรายงานการศึกษา SEA ที่จัดทำร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างครอบคลุมถึง 8 ครั้ง ผ่าน 45 เวที ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย 10 กลุ่ม รวม 3,931 คน จนได้ข้อสรุปนำเสนอ “ทางเลือกที่ 5” ซึ่งเน้นการรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม เป็นแกนหลัก
ท่าทีของรัฐบาลจึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความขัดแย้งซ้ำรอย ในขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ เช่น กรมเจ้าท่า ได้เดินหน้าขานรับผลการศึกษา SEA เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับกรอบพื้นที่ เช่น การพัฒนา “ท่าเรือน้ำลึกสงขลา” อย่างมีส่วนร่วม ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลาและปัตตานี ที่ผ่านความเห็นชอบตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 (จากกรอบเวลาศึกษา 2 ปี 8 เดือน ระหว่าง 29 ธันวาคม 2564 – 28 สิงหาคม 2567)
ถอดรหัส 7 คีย์เวิร์ดสำคัญ: เข้าใจ SEA แบบชาวบ้าน โดย “บาบอฮุสณี” ต่อราชการฯชั้นผู้ใหญ่ ณ เวทีท่าเรือสงขลา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569
เพื่อสื่อสารให้สังคมและผู้มีอำนาจเข้าใจตรงกันถึงหัวใจสำคัญของการใช้ SEA เป็นเข็มทิศนำทาง บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ได้สรุปนิยามและหลักคิดไว้อย่างลึกซึ้งผ่าน 7 คีย์เวิร์ดสำคัญ: หนึ่ง
* SEA คือ “เสียงของชุมชน” (Community Voice): ไม่ใช่แค่ตำราวิชาการบนหอคอยงาช้าง แต่เป็นการดึงเสียงที่แท้จริงของคนในพื้นที่เข้ามาร่วมกำหนดอนาคตตนเอง
สอง
* “10 ภาคส่วนมีส่วนร่วม”: เปิดกว้างให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ไม่ใช่กลุ่มทุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผูกขาดการตัดสินใจ
สาม
* “สงขลา–ปัตตานีไม่ใช่พื้นที่ว่าง”: พื้นที่นี้ไม่ได้มีไว้รอการถมทับด้วยอุตสาหกรรม แต่มี “ทุนเดิม” มหาศาล ทั้งทุนธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประมง เกษตร และประวัติศาสตร์
สี่
* “ทุนใหม่ต้องต่อยอดทุนเดิม ไม่ใช่เกทับทุนเดิม”: การลงทุนใหม่ต้องไม่เข้ามาทำลายรากเหง้าที่มีอยู่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ของเดิมอย่างไร
ห้า
* “SEA คือกติกากลางและสะพานกาวใจ”: ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยบนข้อมูลจริง เพื่อเปลี่ยนความแตกแยกและความขัดแย้งให้กลายเป็นความสมานฉันท์
หก
* “SEA คือการออกแบบและดีไซน์อนาคตร่วมกัน”: อนาคตในอีก 20–30 ปีข้างหน้า ต้องไม่มาจากการคิดแทนของรัฐ แต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนร่วมกันดีไซน์
เจ็ด
* “SEA คือเข็มทิศการพัฒนา ไม่ใช่เบรกการพัฒนา”: ไม่ได้มีไว้เพื่อแช่แข็งความเจริญ แต่มีไว้บอกทิศทางว่าควรพัฒนาอย่างไรโดยไม่ทำลายสิ่งที่มีอยู่
(ชมย้อนหลังใน
https://youtube.com/watch?v=8oJG9TVAj2g&si=5uiQVBxUHlremYns
และ https://vt.tiktok.com/ZSVgKvXng/
บทสรุป: บทเรียนราคาแพงและการบ้านของรัฐบาล
เหตุการณ์ความเดือดดาลก่อนการประชุม ครม.สัญจร สงขลาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บทเรียนความขัดแย้งเรื่องจะนะในอดีตได้สร้างบาดแผลที่ทุกฝ่ายไม่อยากให้รื้อฟื้นขึ้นมาอีก การที่ รมว.คมนาคม เพิ่งลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ยิ่งตอกย้ำว่าทุกย่างก้าวต่อจากนี้ต้องให้ “กระบวนการข้อเท็จจริงและเสียงของประชาชน” เป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ หากผู้มีอำนาจยังคงดึงดันจะเดินสวนทางกับกระบวนการ SEA ความยืดเยื้อและแรงต้านทานขนาดใหญ่ย่อมกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หมายเหตุ
อ่านรายงานก่อนหน้านี้
1. ทรัพยากรชาติ หรือสมบัติทุนเทา? เปิดปมร้อน ครม.สัญจรสงขลา: เจาะลึกความจริง "ท่าเรือน้ำลึกจะนะ" กับ บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ
https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/56826
2. กรมเจ้าท่าขานรับผลศึกษา SEA ลุยขับเคลื่อนพัฒนา "ท่าเรือน้ำลึกสงขลา" อย่างมีส่วนร่วม สู่ความยั่งยืน
https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/56960
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








