back

ตรังเปิดศึกความอร่อย! จัดใหญ่ “ตรังยุทธจักรอาหารอร่อย” รวมของกินกว่า 120 บูธ 26-30 สตูล.นี้ สู่จุดหมาย Gastronomy Tourism อ.สวนดุสิต ชี้ อาหารตรังคือการกินเรื่องราวพหุวัฒนธรรมแห่งคาบสมุทร

27 ส.ค. 2569 05:32 View: 242
author profile image
The Journalist
ตรัง-จังหวัดตรังจับมือทกจ.ตรัง จัดใหญางาน “ตรัง ยุทธจักรอาหารอร่อย” 26-30 สค.นี้ ภายใต้แนวคิด “กินทั้งวัน ฟินทั้งวัน ตรัง 9 มื้อ” ขนร้านอาหารและของดีท้องถิ่นกว่า 120 บูธ-คอนเสิร์ตวงดัง งัดโปรเด็ดเลข9–กิจกรรมสร้างสีสัน หวังดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน และยกระดับตรังสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับประเทศ อ.สวนดุสิต ชี้ อาหารตรังคือการกินเรื่องราวพหุวัฒนธรรมแห่งคาบสมุทร . ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จังหวัดตรัง ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง เดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เปิดงาน “ตรัง ยุทธจักรอาหารอร่อย” ภายใต้โครงการ “ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหารสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง กินดี อยู่ดี ที่เมืองตรัง” หวังใช้จุดแข็งด้านอาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมการกินของคนตรัง ต่อยอดสู่ Gastronomy Tourism ดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น . พิธีเปิดงานมีนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธี โดยมี นางสาวฉันทนา ศิวกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วม . สำหรับงาน “ตรัง ยุทธจักรอาหารอร่อย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 สิงหาคม 2569 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) ภายใต้แนวคิด “กินทั้งวัน ฟินทั้งวัน ตรัง 9 มื้อ” รวบรวมร้านอาหาร ของกิน และผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดตรังกว่า 120 บูธ มาไว้ในพื้นที่เดียว เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอาหารพื้นถิ่น เมนูสร้างสรรค์ และวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชน . ไฮไลต์ภายในงานยังมีทั้ง การแข่งขันปรุงอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในพื้นที่ รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษ “Flash Sale อร่อยเลข 9” ลดราคากว่า 50%, “บินคุ้มแลกอิ่ม 9 บาท” และนักท่องเที่ยวรับฟรีคูปองเงินสดทุกวัน พร้อมเติมสีสันด้วยการแสดงจากศิลปินชื่อดัง PURPEECH และ Musketeers . จังหวัดตรังมีจุดแข็งด้านอาหารที่สั่งสมจากวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์การเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญ ผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นและวัฒนธรรมการกินที่มีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นหนึ่งในเสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสเมืองตรัง . การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลไกในการ กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ สร้างโอกาสให้ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดตรังสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารคุณภาพสูง . “ตรัง ยุทธจักรอาหารอร่อย” จึงเป็นมากกว่าเทศกาลอาหาร แต่คือการนำ “รสชาติ” มาบอกเล่าเรื่องราวของเมือง เชื่อมอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ตอกย้ำภาพตรังในฐานะ “เมืองแห่งการกินที่ต้องมาเยือน” ของประเทศไทย . ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเรื่องอาหารการกินของชาวตรัง อาจารย์สุภาวดี นาคบรรพ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์การศึกษา ประจำศูนย์ห้วยยอด สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งตรัง เคยให้ข้อมูลไว้ว่า เมืองตรังเป็นเมืองรวมทุกเชื้อชาติอยู่ด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นเมืองพหุวัฒนธรรม โดยอาหารของคนตรังแบ่งออกเป็น 3 สาย คือ 1.อาหารคนจีน 2.อาหารไทย และ 3.อาหารมุสลิม โดยแต่ละอย่างล้วนมีเรื่องราวของชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมกัน . “ด้วยความที่ตั้งแต่อดีตเมืองตรังเป็นเมืองผ่านไปยังเมืองอื่น สมัยก่อนจากปีนังจะไปภูเก็ตก็ต้องผ่านมาลงกันตัง ก่อนต่อไปภูเก็ต และด้วยความที่เรามีพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ เป็นอดีตเจ้าเมืองที่เก่ง ท่านสร้างทางรถไฟไปสุดที่กันตัง คนก็หลั่งไหลมา เกิดการรวมกลุ่มของชาติพันธุ์ ทำให้เกิดวัฒนธรรมผสมผสานที่ไม่เหมือนที่อื่นๆ”อาจารย์สุภาวดี ระบุ . อาจารย์สุภาวดี กล่าวว่า สำหรับอาหารของชาวมุสลิม ส่วนใหญ่จะขึ้นมาจากมาเลเซีย มุสลิมเปอร์เซียในสมัยก่อนจะหาแผ่นดินใหม่ ผ่านทางการขึ้นเรือมาเพื่อหาแผ่นดินใหม่ เพื่อเผยแพร่ศาสนา ทำให้แถบ อ.ปะเหลียน จะมีมุสลิมเยอะ แล้วให้สังเกตว่า ตรังในชุมชนต่างๆ หรือแม้แต่ใน อ.เมืองตรังในปัจจุบันจะมีทุกชนชาติอยู่ร่วมกัน มีการแชร์กันโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่รู้ตัวคือตัวอย่างการกินน้ำชากับโรตี น้ำชามาจากชาวจีน โรตีมาจากชาวมุสลิม ผสมผสานกันแบบไม่รู้ตัว การผสมผสานที่ว่านี้ได้กลายเป็นเรื่องใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ตรัง”อาจารย์สุภาวดีกล่าว . อาจารย์สุภาวดี กล่าวว่า วันนี้เทรนด์เปลี่ยนไป คนหันมานิยมบริโภคอาหารที่ปรุงใหม่ นิยมการบริโภควันต่อวัน เมื่อคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนก็มีความพิถีพิถันเรื่องการกินมากขึ้น คนยิ่งมีเงินก็จะเลือกกิน อาหารเลยกลายเป็นเรื่องของศิลปะ คนจะสรรหาอาหารดีๆ อาหารอร่อยๆ ที่สำคัญคือ ทุกวันนี้คนจะกินอะไรต้องมีเรื่องราว เพราะมูลค่าของอาหารในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ความอร่อยอย่างเดียว มันอยู่ที่เรื่องราวด้วย ดังนั้น อาหารใดอร่อยแล้วยิ่งมีประวัติ มีเรื่องราว ก็จะยิ่งน่าสนใจ มันมีเรื่องเล่า เหมือนกับอาหารของตรัง มันมีเรื่องเล่า . เมื่อถึงยุคที่ “เรื่องราว” อร่อยพอๆ กับ “รสชาติ” ก็ทำให้ต้องหันกลับมามองที่ตัวเราเองว่า “อาหารเมืองตรัง”ของเรามีเรื่องเล่า หรือเรื่องราวมากน้อยเพียงใด ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง